ตำรวจ ปทส.บุกทลายโรงงานรีไซเคิลสระบุรี ยึดแบตเตอรี่เก่าเกือบ 55 ตัน คาดกลุ่มทุนจีนอยู่เบื้องหลัง เตือนเป็นพิษต่อระบบประสาท
วันนี้ (16 ม.ค.) พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส. สั่งการ พ.ต.อ.ณัฐพล อะกะเรือน ผกก.2 บก.ปทส., พ.ต.ท.กรกช ยงยืน รอง ผกก.2 บก.ปทส. และ พ.ต.ท.ธิติพงษ์ ทองพันช่าง สว.กก.2 บก.ปทส. นำกำลังพร้อมค้นศาลจังหวัดสระบุรีเข้าตรวจค้นบริษัทแห่งหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 5 ต.บ้านธาตุ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี หลังได้รับเบาะแสว่า มีการลักลอบรับซื้อและสะสมแบตเตอรี่เก่า ซึ่งจัดเป็นวัตถุอันตรายประเภทที่ 3 โดยผิดกฎหมาย เพื่อเตรียมนำไปคัดแยกและรีไซเคิลโดยไม่ผ่านกระบวนการที่ถูกต้องตามกฎหมาย และอาจมีกลุ่มทุนจีน อยู่เบื้องหลังการดำเนินงาน
เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น พบเพียง นายวัชธนพงษ์ อายุ 20 ปี แสดงตนเป็นผู้ดูแลสถานที่ จากการตรวจสอบภายในโรงงาน พบกองแบตเตอรี่เก่าใช้แล้วจำนวนมหาศาล น้ำหนักรวมกว่า 54,643.6 กิโลกรัม หรือเกือบ 55 ตัน นอกจากนี้ยังตรวจยึดของกลางอื่น ๆ ได้แก่ โฟร์คลิฟท์ จำนวน 1 คัน ขนาด 30 แรงม้า รถแบคโฮ จำนวน 1 คัน ขนาด 200 แรงม้า และเอกสารบัตรชั่งน้ำหนักแบตเตอรี่ แสดงน้ำหนักรวม 32,940 กิโลกรัม
เบื้องต้น นายวัชธนพงษ์ ไม่สามารถแสดงเอกสารหรือใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับการครอบครองวัตถุอันตราย หรือการประกอบกิจการโรงงานต่อเจ้าหน้าที่ได้ เจ้าหน้าที่จึงพิจารณาดำเนินคดีและกล่าวโทษบริษัทดังกล่าวในข้อหาหนักหลายข้อหา ได้แก่ มีวัตถุอันตรายประเภทที่ 3 ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย, ตั้งและประกอบกิจการโรงงานประเภทที่ 106 (คัดแยกโลหะ ตะกั่ว ทองแดง และเศษโลหะอื่น ๆ) โดยไม่ได้รับอนุญาต ,ประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนของกลางทั้งหมด เจ้าหน้าที่ได้มอบหมายให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรี ทำการตรวจยึดและอายัดไว้ ณ สถานที่เกิดเหตุ เนื่องจากมีปริมาณมากไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ พร้อมมอบหมายให้ นายวัชธนพงษ์ เป็นผู้รับอายัดของกลางไว้จนกว่าคดีจะถึงที่สุด หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงจากพนักงานสอบสวน
พล.ต.ต.เอนก กล่าวเตือนภัยประชาชนว่า แบตเตอรี่เก่าไม่ใช่ขยะธรรมดา แบตเตอรี่รถยนต์หรือแบตเตอรี่ตะกั่ว–กรดที่เสื่อมสภาพแล้ว ถูกจัดเป็น “วัตถุอันตรายชนิดที่ 3” ตามกฎหมาย เนื่องจากภายในมีตะกั่ว ซึ่งเป็นโลหะหนักที่เป็นพิษต่อระบบประสาท และกรดซัลฟิวริกที่มีฤทธิ์กัดกร่อนสูง โรงงานเถื่อนที่กำจัดแบตเตอรี่โดยไม่ได้มาตรฐาน อาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรง เช่น การทุบแบตเตอรี่จนกรดไหลปนเปื้อนลงสู่ดินและแหล่งน้ำ หรือการหลอมตะกั่วที่ทำให้ไอระเหยตะกั่วฟุ้งกระจายในอากาศ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะเด็กเล็กอย่างรุนแรงและถาวรด้วย


