ตำรวจตามจับหนุ่มวัย 25 ปี หลังก่อเหตุวิ่งราวทองรวม 5 บาท ร้านในห้างย่านบางเขน สารภาพต้องการหาเงินไปใช้หนี้พนันบอล พบประวัติเคยก่อเหตุแบบเดียวกัน เพิ่งพ้นโทษออกมาปี 68
วันนี้ (14 ม.ค.) พ.ต.อ.อธิบดี เสริมสุข ผกก.สส.บก.น.2 พร้อมด้วย พ.ต.อ.อนันต์ วรสาตร์ ผกก.สน.บางเขน พ.ต.ท.ชนันท์ธัช แก้วทอง รอง ผกก.สส.บก.น.2 พ.ต.ท.โกศลปิยะ สีมา รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.พรชัย ว่องประเสริฐการ สว.สส.สน.บางเขน นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน บชน. ชุดสืบสวน บก.น.2 และชุดสืบสวน สน.บางเขนเข้าจับกุมนายสุทธิชัย พันอินทร์ อายุ 25 ปี พร้อมของกลางสร้อยคอทองคำ 4 เส้นน้ำหนัก 4 บาท แหวนทอง 2 สลึง 1 วง โดยจับตัวผู้ต้องหาได้บริเวณทางเข้าสำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง ซอยมิตรไมตรี แยก 7 ย่านนิมิตใหม่ เขตคลองสามวา กทม.
หลังก่อเหตุวิ่งราวสร้อยคอทองคำ 5 เส้น น้ำหนักรวม 5 บาท และแหวนทอง 2 สลึง 1 วง ร้านทองชื่อดัง ภายในห้างสรรพสินค้า ย่านรามอินทรา เขตบางเขน กทม. เมื่อช่วงเวลา 18.30 น.วันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา
จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การว่า เป็นบุคคลตามภาพวงจรปิด และลงมือก่อเหตุวิ่งราวสร้อยทองคำและแหวนทองจริง โดยหลังก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์นำสร้อยคอทองคำ 1 เส้นไปจำนำที่ร้านทอง ย่านลำลูกกา คลอง 2 จ.ปทุมธานี ได้เงินมา 63,000 บาท ก่อนนำรถจยย.ไปจอดทิ้งไว้ ขณะที่กำลังเรียกรถผ่านแอพพลิเคชั่นให้มาส่งที่บ้านพัก ซอยรามอินทรา 8 กนะทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมได้
ผู้ต้องหาให้การอีกว่า ต้องการเงินไปใช้หนี้พนันฟุตบอล เนื่องจากโดนเจ้าหนี้ทวงตลอด ตนจึงลงมือก่อเหตุที่ร้านทอง ภายในห้างสรรพสินค้าดังกล่าว
จากการตรวจสอบประวัติเคยก่อเหตุวิ่งราวสร้อยคอทองคำ ที่ร้านทองย่านโชคชัย 4 เมื่อปี 2566 และถูกตำรวจจับกุมได้ ศาลตัดสินจำคุกกว่า 2 ปี พ้นโทษออกมาเมื่อช่วงเดือน มี.ค.68 จากนั้นได้ประกอบอาชีพขับรถรับงานผ่านแอพพลิเคชั่น แต่รายได้ไม่ดีและมีหนี้สินพนันฟุตบอล
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.บางเขน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


