MGR Online - "บิ๊กหลวง" นำคณะประชุม 3 ฝ่าย "ไทย-จีน-เมียนมา" ร่วมมือสืบสวน สกัดกั้นสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ในรัฐฉานตอนเหนือ พัฒนาระบบการระบุและยืนยันตัวตนบุคคล
วันนี้ (29 ส.ค.) รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวานนี้ 28 ส.ค. คณะผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) นำโดย พลตำรวจโท ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่จากสำนักปราบปรามยาเสพติด เข้าร่วมการประชุมหารือการติดตามจับกุมผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับชาวไทย ซึ่งเป็นเป้าหมายสืบสวนร่วมของประเทศไทย สาธารณรัฐประชาชนจีน และสหภาพเมียนมา โดยมี นายเว่ย เสี่ยวจุน (Mr. Wei Xiaojun) เลขาธิการคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดแห่งชาติจีน (National Narcotics Control Commission: NNCC) และ พลตำรวจจัตวา ต่าน ลวิน หม่อง (Pol.Brig.Gen. Thant Lwin Maung) เลขาธิการร่วมสำนักงานคณะกรรมการกลางเพื่อการควบคุมยาเสพติดแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา (Central Committee for Drug Abuse Control: CCDAC) เป็นผู้แทนของสาธารณรัฐประชาชนจีนและสหภาพเมียนมาตามลำดับ
โดยผู้แทนทั้ง 3 ฝ่าย เห็นพ้องต้องกันที่จะยกระดับการสืบสวนติดตามตัวผู้ต้องหาสัญชาติไทย ที่หลบหนีไปประเทศเมียนมา และที่อาจหลบหนีไปประเทศจีน รวมทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูลและติดตามผู้ต้องหาสัญชาติจีนที่ได้เดินทางมายังมาประเทศไทยและหลบหนี นอกจากนี้จะมีการกระชับความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการระหว่างไทยและเมียนมา บริเวณชายแดนเมืองท่าขี้เหล็กที่ติดกับประเทศไทยให้ใกล้ชิดและแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อการดำเนินการปราบปรามยาเสพติดร่วมกันที่มีประสิทธิภาพรวมถึงจะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลแหล่งผลิตยาเสพติดที่อยู่ในเขตชนกลุ่มน้อย ในประเทศเมียนมา และมุ่งเน้นการสกัดกั้นสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ไม่ให้เข้าถึงแหล่งผลิตยาเสพติด และจะมีการพัฒนาระบบการระบุและยืนยันตัวตนบุคคล (Biometrics) บริเวณชายแดนไทยและเมียนมา เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถระบุชี้ตัวและติดตามบุคคลง่ายขึ้น ทั้งนี้ จะเพิ่มการสืบสวนนักเคมีที่เกี่ยวข้องการลักลอบผลิตและการสืบสวนทางการเงินระหว่างประเทศที่เข้มงวด
เลขาธิการ ป.ป.ส. เลขาธิการ NNCC และเลขาธิการร่วม CCDAC มีความยินดีและพร้อมร่วมผนึกกำลังระหว่าง 3 ประเทศอย่างเต็มที่ เพื่อติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาคดียาเสพติดที่หลบหนีจากกระบวนการยุติธรรม นำมาเข้าสู่กระบวนการตัดสินและรับโทษ เพื่อตัดตอนกลุ่มลักลอบค้ายาเสพติดขนาดใหญ่ที่สร้างความเสียหายและส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของสังคมและประชาชน เพื่อให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียปลอดภัยจากอาชญากรรมยาเสพติด