xs
xsm
sm
md
lg

"ดีเอสไอ" ลุยสอบ "นอมินี" ตึก สตง. ถล่ม หลังเป็นคดีพิเศษ ส่วนความผิดอื่นตามสอยทีหลัง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



MGR Online - อธิบดีดีเอสไอ เผย รับคดีความผิดนอมินีเป็นคดีพิเศษก่อน พบมีมูลเชื่อว่าคนไทยถือหุ้นแทนต่างด้าว ส่วนความผิด "ฮั้วประมูล-วัสดุไร้คุณภาพ" ตามสอบสวนได้

วันนี้ (2 เม.ย.) ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยกรณีรับอาคาร สตง. ถล่ม เป็นคดีพิเศษที่ 32/2568 ว่า การตรวจสอบพบพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้อง ความผิดทางอาญาที่อยู่ในอำนาจของดีเอสไอ อย่างน้อย 3 เรื่อง คือ 1. ความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 กำหนดไว้ว่ามีสินทรัพย์ตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งอยู่ในอำนาจของอธิบดีดีเอสไอ ที่จะรับเป็นคดีพิเศษได้ 2. ความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 ว่าวัสดุต่างๆ ตรงสเปคหรือไม่ ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายคดีพิเศษ โดยมีเกณฑ์ว่ามูลค่าผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป และคาดว่าเกินกำหนด และ 3. ความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 (ฮั้วประมูล) มีหลักเกณฑ์กำหนดไว้ว่าถ้าวงเงินเสนอราคาตั้งแต่ 30 ล้านบาทขึ้นไป อยู่ในเงื่อนไขรับเป็นคดีพิเศษ และไม่ต้องใช้มติ กคพ. โดยดีเอสไอรับคดีความผิดนอมินี เป็นคดีพิเศษสืบสวนสอบสวนไปก่อน ส่วนความผิดอื่นๆ สามารถสอบสวนได้ตามหลัง

พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวอีกว่า สำหรับคดีพิเศษเลขที่ 32/2568 โดยมี ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีดีเอสไอ เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ พร้อม พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และคณะทำงาน รวม 35 ราย ซึ่งจะมีการประชุมในวันพรุ่งนี้ (3 เม.ย.) เป็นครั้งแรก

พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวต่อว่า สำหรับการรับคดีนอมินีเป็นคดีพิเศษ ในชั้นนี้พบว่ามีมูลเพราะธุรกิจการก่อสร้าง ส่วนใหญ่นิติบุคคลก็จะอนุญาตให้จดทะเบียนคนต่างด้าวไม่เกินร้อยละ 49 และคนไทยร้อยละ 51 ก็ต้องพิสูจน์ว่าคนไทยเป็นนอมินีหรือถือหุ้นแทนหรือไม่ เบื้องต้นพบว่าคนไทยสถานภาพไม่สอดคล้องกับการจะมาถือหุ้นในธุรกิจบริษัทใหญ่ได้ ยังมีหลักฐานการลงนามเอกสารเซ็นสัญญากิจการร่วมค้าต่างๆ คนต่างด้าวดูมีอำนาจครอบงำกิจการ

"โดยพบว่าคนไทยกลุ่มนี้ยังถือหุ้นกับบริษัทอื่นไม่ต่ำกว่า 3 บริษัทในเครือจากทั้งหมด 13 บริษัท โดยจะต้องตรวจสอบเส้นทางการจดทะเบียน ประกอบธุรกิจ กรรมการผู้ถือหุ้น และตรวจสอบย้อนหลังเกี่ยวกับกลุ่มบริษัทที่ได้งานประมูลโครงการภาครัฐและอื่นๆ ว่าเข้าข่ายฮั้วประมูลหรือไม่ ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการสืบสวนเบื้องต้นแล้วพร้อมประสานข้อมูลร่วมกัน"

พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวเสริมว่า ส่วนเรื่องความผิด ผลิตภัณฑ์ไม่ได้ตามมาตรฐานอุตสาหกรรมจะเน้นตรวจสอบเรื่อง "เหล็ก" เป็นหลัก โดยกระทรวงอุตสาหกรรม มีการพิสูจน์เบื้องต้นพบเหล็กบางยี่ห้อไม่ตรงสเปค ส่วนรายละเอียดอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน นอกจากนี้ ส่วนคดีฮั้วประมูลนั้นมีความผิดหลายลักษณะ แต่หลักเกณฑ์ คือ การแข่งขันราคาอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งมันจะต้องสืบสวนข้อเท็จจริงจากคดีนอมินีก่อน

พ.ต.ต.ยุทธนา เผยว่า สำหรับพนักงานสอบสวน สน. บางซื่อ มีการรวบรวมพยานหลักฐาน แฟ้มที่ชาวจีนลักลอบขนออกจากไซต์งานหลังวันเกิดเหตุ จำนวน 37 แฟ้ม โดยเงื่อนไขต้องไปตรวจสอบดูก่อนว่าตำรวจมีการรับเป็นสำนวนคดีแล้วหรือไม่ ถ้ายังไม่ได้รับเป็นสำนวนคดีก็สามารถดำเนินการเอาเอกสารดังกล่าวมาสอบสวนเองได้ แต่ถ้าหากพนักงานสอบสวนรับแล้วก็สามารถให้ตำรวจเข้ามาเป็นคณะกรรมการสอบสวนคดีพิเศษร่วมด้วย

"ประเด็นเกี่ยวกับวิศวกรก่อสร้างที่ใช้วีซ่านักศึกษาแต่กลับเข้ามาประกอบอาชีพวิศวกร จะต้องมีการตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมด นอกจากนี้ กรณีเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ปากคำได้ ดีเอสไอ กำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมเอกสารที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าและประสานกรมสรรพากร เพื่อเอาเอกสาร ก่อนจะกำหนดไทม์ไลน์จะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ปากคำต่อไป"

อธิบดีดีเอสไอ ยืนยันว่าจะดำเนินการตามข้อเท็จจริงทั้งหมด หากผิดก็จะดำเนินการตามกฎหมายโดยไม่มีข้อละเว้น ส่วนกรณีที่บริษัทดังกล่าวมีความสัมพันธ์ที่ดีกับภาครัฐ ย้ำว่าไม่เป็นอุปสรรค เพราะดีเอสไอมีหน้าที่พิสูจน์ความจริงให้ปรากฎ ส่วนการที่อาคารถล่มในครั้งนี้ ไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุภัยพิบัติ หรือ ข้อผิดพลาดจากการก่อสร้าง แต่ก็เป็นสิ่งที่หลายคนตั้งข้อสังเกตว่ามีความผิดปกติ
กำลังโหลดความคิดเห็น