MGR Online - "อัจฉริยะ-หมอธวัชชัย" พร้อมทีมงาน 4 ราย เข้าพบดีเอสไอให้ข้อมูลปม "แตงโม" ตกเรือเสียชีวิต ก่อนพิสูจน์ความจริงวันที่ 15-16 ม.ค. ยันจะเอาผิดข้อหาใหม่
วันนี้ (14 ม.ค.) เวลา 09.00 น. ห้องประชุม ชั้น 2 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) อาคารเอ ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ พร้อม นายแพทย์ธวัชชัย กาญจนรินทร์ อดีตศัลยแพทย์โรงพยาบาลพระมงกุฎ , ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการขับเรือ และ โปรแกรมเมอร์ รวม 4 คน เดินทางเข้าพบ พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อเข้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับคดี "แตงโม" นิดา พัชรวีระพงษ์ หลังเคยเข้ามายื่นเรื่องกับทางกระทรวงยุติธรรม เมื่อช่วงเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา
นายอัจฉริยะ กล่าวว่า วันนี้มาเปิดคดีแตงโมกับดีเอสไอ จึงนำพยานมา 4 ปาก คือ ตนเอง , หมอธวัชชัย , ผู้เชี่ยวชาญขับเรือซึ่งเคยขึ้นเบิกความที่ศาลอาญา และ ผู้วิเคราะห์ GPS (โปรแกรมเมอร์) เพื่อหาความเชื่อมโยงแต่ไม่เคยขึ้นศาลมาก่อน มาพูดคุยกับดีเอสไอทุกประเด็นเพื่อให้พิจารณารับเป็นเลขสืบสวนสอบสวน แต่วันสำคัญเป็นวันที่ 15 ม.ค. จะมีการซักซ้อมเหตุการณ์ ถึงเวลาเที่ยงคืน ส่วนวันที่ 16 ม.ค.นี้ จะมีการจำลองเหตุการณ์จริงใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ มีโดรนบินจับภาพบนอากาศและมีเครื่องถ่ายภาพใต้น้ำ บนเรือมีการจับภาพทั้งหมด โดยมีพนักงานสอบสวนดีเอสไอร่วมสังเกตการณ์
นายอัจฉริยะ กล่าวอีกว่า ส่วนการนัดพยานและสอบเพิ่มเติมยังไม่มีกำหนดเวลาตายตัว เนื่องจากต้องการแจ้งข้อหาใหม่กับคนบนเรือ รวมทั้งตำรวจผู้เกี่ยวข้องอีกหลายราย มากกว่า 40 คน และเกี่ยวข้องกับชีวิตตัวเองด้วยเพราะอาจถูกยิงตายได้ ถือเป็นการเดิมพันชีวิตและต้องการเรียกร้องความยุติธรรม ตนมองว่าคดีแตงโมมีการตั้งธงมาตั้งแต่แรกเป็นคดีประมาท ไม่มีการสืบสวนสอบสวนตามความจริง ซึ่งตนอยากทำคดีนี้เป็นคดีสุดท้ายและวางมือเป็นประธานช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เพราะทำมากว่า 10 ปีแล้ว
นายอัจฉริยะ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา มีการข่มขู่ทุกรูปแบบ มีขบวนการบล็อกไม่ให้มีการจำลองเรือในวันที่ 15-16 ม.ค.นี้ มีการร้องต่อกรมเจ้าท่า หรือ บริษัทเรือต่างๆ ไม่ให้เช่าเรือ มีตำรวจนอกเครื่องแบบไปตามอู่เรือต่างๆ ถามว่าใครให้ตัวเองเช่าเรือ เป็นต้น รวมถึงมีผู้ใหญ่เคยมาเตือนขอยุติการทำคดีแต่ตัวเองได้ปฏิเสธไปพร้อมอธิบายเหตุผลเกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม ตั้งแต่ต้นทาง คือ พนักงานสอบสวนจะสามารถทำสำนวนอย่างไรก็ได้ ตั้งธงออกมาทางไหนก็ได้ ส่วนชั้นอัยการมีหน้าที่กลั่นกรอง แต่กลับร่วมมือตำรวจฟ้องตามเอกสารของตำรวจ ไม่มีการตรวจสอบว่าจริงหรือไม่
นายอัจฉริยะ กล่าวเพิ่มเติมว่า การจำลองเหตุการณ์เพื่อพิสูจน์ความจริงว่าที่ตำรวจทำมาในปี 2565 เป็นเรื่องเท็จ ขาขวาแตงโมไปถูกใบพัดเรือ อ้างตามคำพูดของ แซน วิศาพัช และเมื่อตกเรือแล้วทำไมพบเส้นผม 3 เส้น ส่วนหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นกล้องวงจรปิด เวลา 22.23 น. ยืนยันว่า แซน วิศาพัช ไม่ได้นั่งท้ายเรือตามตำรวจกล่าวอ้าง แต่นั่งอยู่แถวกลางของเรือและจะพิสูจน์ข้อเท็จจริงในเรื่องของการตกเรือว่าจะถูกใบพัดเรือหรือไม่ จะมีการเปิดความจริงในวันที่ 16 ม.ค. เวลา 14.00 น. อย่างไรก็ตาม ตนเคยถูกตำรวจฟ้องทั้งสิ้น 6 คดี แต่ชนะมาแล้ว 1 คดี ที่เหลือเป็นคดีเรื่องเดียวกันจึงมั่นใจว่าไม่มีปัญหาอะไร
"เราเชื่อว่ามีพยานมากกว่า 20 ปาก หวังว่าดีเอสไอช่วยทำคดีอย่างตรงไปตรงมา ผมมั่นใจว่าสามารถเอาผิดถึงตัวการใหญ่ได้ ทราบว่ามีตำรวจลูกนักการเมืองชื่อดังไปยืมเรือ ในวันที่แตงโมเสียชีวิตและมาร่วมในที่เกิดเหตุด้วย มีการล้างเรือก่อนเข้าอู่เก็บเรือ ซึ่งเรามีข้อมูลทั้งหมด รวมทั้งมีหลายๆ คลิปจำลองเหตุการณ์ตกเรือก็ไม่มีใครโดนใบพัดเรือ"
ด้าน นายแพทย์ธวัชชัย ระบุว่า เมื่อ 3 ปีก่อนตนเคยให้การเบื้องต้นไปแล้วกับตำรวจและดีเอสไอ แต่ครั้งนี้มีข้อมูลเพิ่มเติมกับดีเอสไอ ส่วนตัวมองว่าแตงโม ไม่ได้อยู่บนเรือตั้งแต่เวลา 20.36 น. เพราะไม่เคยเห็นรูปภาพเดี่ยวของแตงโมเลย ถ้าไม่ใช่รูปคู่ที่ถูกตัดต่อ ปกติกล้องมีถึง 6 ตัวแต่ไม่เห็นรูปและคลิปซึ่งปกติคนเป็นดาราต้องชอบถ่ายรูปอยู่แล้ว สำหรับบาดแผลขนาดใหญ่ต้นขาขวาไม่ได้เกิดจากใบพัดเรือ 99.99% หากใครว่าเกิดจากใบพัดเรือช่วยออกมาอธิบาย ส่วนแผลอื่นตามร่างกายเป็นแผลถลอก สุดท้ายตนอยากให้คนบนเรือช่วยแสดงเอกสาร การอยู่บนเรือ หลังจาก 3 ทุ่มไปแล้ว