ตำรวจกองปราบร่วมกรมศุลกากร เปิดปฏิบัติการตัดวงจรแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ยึดซิมบอกซ์ 102 เครื่อง - สตาร์ลิ้ง 134 เครื่อง พร้อมซิมการ์ดประเทศต่างๆ กว่า 5 หมื่นชิ้น มากสุดเป็นประวัติการณ์ เผยหากนำไปติดตั้งสามารถโทรหาเหยื่อได้วันละนับล้านคน
วันนี้ ( 31 พ.ค. ) ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. พ.ต.ท.อัครพล มณีวรรณ รอง ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ,พ.ต.ท.นพรัตน์ คำมาก รอง ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.เจษฎา แก้วจากเครือ รอง ผกก.4 บก.ป. นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี ในฐานะโฆษกกรมศุลกากรพร้อมด้วยตัวแทนจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ สำนักงาน กสทช. ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการทลายจุดตั้ง Simbox และ STARLINK ตัดวงจรแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลังกระจายกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่ทั่วประเทศสามารถจับกุมผู้ต้องหา 7 ราย แบ่งเป็น ชาวเวียดนาม 3 ราย และ ชาวเมียนมาอีก 4 ราย พร้อมยึดของกลางเป็นเครื่อง Simbox 102 เครื่อง , เครื่องรับสัญญาณอินเทอร์เน็ตผ่านระบบดาวเทียม หรือ Starlink 134 เครื่อง , ซิมการ์ดเกือบ 50,000 ชิ้น , พร้อมอุปกรณ์กระจายสัญญาณ เครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่อพ่วงอีกหลายรายการ
โดยเป้าหมายสำคัญจุดแรกอยู่ที่โกดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 8 ต.ไผ่ต่ำ อ.หนองแค จ.สระบุรี หลังสืบทราบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นฐานของเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งผลการเข้าตรวจค้นพบอุปกรณ์ซิมบ็อกซ์ จำนวน 6 เครื่อง เครื่องกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตและกล้องวงจรปิด พร้อมควบคุมตัวชายชาวเวียดนามได้ 3 คน 1 ใน 3 อ้างว่าเป็นผู้จัดหาห้องเช่าและขอติดตั้งอินเตอร์เน็ตตามจุดต่าง ๆ ซึ่งได้รับว่าจ้างจากบุคคลอื่น ส่วนอีก 2 คนอ้างว่าเป็นเพียงแค่ลูกจ้าง ตำรวจจึงควบคุมตัวผู้กระทำความผิดทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ป. ได้ร่วมกับ กรมศุลกากร กระจายกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายหลายจุดทั่วประเทศก่อนสามารถตรวจยึดเครื่อง STARLINK จำนวน 4 เครื่อง อุปกรณ์ Sim box หรือ GSM Gateway 96 เครื่อง คอมพิวเตอร์ 18 เครื่อง
จอแสดงผล 24 เครื่อง ซิมการ์ดต่างประเทศ (ฮ่องกง) จำนวนประมาณ 27,019 ชิ้น ซิมการ์ดประเทศไทย จำนวน 6,770 ชิ้น หลังก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้รับแจ้งว่า มีการนำเข้าเครื่อง STARLINK จำนวน 21 เครื่อง และซิมการ์ดจำนวนหลายหมื่นชิ้น เข้ามาภายในประเทศ ต้องสงสัยว่าอาจจะถูกนำไปใช้ใน การกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จึงจัดกำลังลงพื้นที่สืบหาเบาะแสก่อนนำกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายต้องสงสัยจนนำมาซึ่งการตรวจยึดของกลางได้ดังกล่าว
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ กก.4 บก.ป. ยังได้นำกำลังเข้าตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัย เป็นบ้านพักในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ผลการตรวจค้นพบอุปกรณ์ขยายสัญญาณ,อุปกรณ์ต่อพ่วงเครื่องมือรับส่งสัญญาณอินเตอร์เน็ต วิทยุสื่อสารเครือข่ายข้าราชการ กว่า 30 เครื่อง กุญแจมือดีกว่า 50 อัน พร้อมคุมตัวชาวเมียนมาจำนวน 4 คน ได้ในบ้านพักจากการสอบปากคำ ทำให้ตำรวจสันนิษฐานว่าของดังกล่าวเตรียมถูกส่งไปยังประเทศเพื่อนบ้านเพื่อใช้ในฐานของเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์
พล.ต.ท.จิรภพ กล่าวว่า ปัจจุบันกลุ่มคอลเซ็นเตอร์ใช้ประเทศไทยเป็นฮับในการสั่งของและขนส่งอุปกรณ์ ซึ่งการจับกุมครั้งนี้ถือเป็นการการจับกุม Simbox ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศไทย หากใช้งานเต็มระบบสามารถโทรพร้อมกันได้ 32,00 เบอร์ในเสี้ยววินาที หรือวันหนึ่งได้นับล้านเบอร์และโทรได้ต่อเนื่อง ทั้งนี้ เชื่อว่าฐานปฏิบัติการของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน แต่เนื่องจากไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ตที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ จึงต้องอาศัยอินเทอร์เน็ตจากประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมาได้พยายามเจรจากับโอเปอเรเตอร์ในการยกเลิกการส่งสัญญาณหรือลากสายไปยังประเทศเพื่อนบ้านซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ทำให้กลุ่มคอลเซ็นเตอร์หันมาใช้ Starlink ซึ่งเป็นระบบอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมทดแทน แต่ต้องใช้จำนวนหลายเครื่องเพื่อให้สัญญาณเกิดความเสถียร
ด้าน นายพันธ์ทอง กล่าวว่า ตามนโยบายของ รัฐบาลและนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้สั่งการให้กับศุลกากรมีความเข้มงวดในการตรวจสอบสิ่งของนำเข้ามาในประเทศที่อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงโดยกรมศุลกากรได้ร่วมกับ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อตรวจสอบสินค้าที่นำเข้าประเทศไทย อย่างละเอียดแม้จะเป็นสินค้าที่ไม่ผิดกฎหมาย เช่น ซิมการ์ด เเต่เมื่อในกรณีดังกล่าว มีการตรวจพบการนำเข้าซิมการ์ดที่มีจำนวนมาก และมีชื่อผู้รับผู้ส่งและปลายทางบริเวณตะเข็บชายแดนของประเทศไทยจึงได้มีการประสานไปยังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเพื่อเข้ามาตรวจสอบจึงเกิดการจับกุมและขยายผลต่อไป


