xs
xsm
sm
md
lg

คุมตัว "วนรัชต์" ร่างกายซีดเซียวนั่งรถเข็น ส่งฟ้องศาลคดีโกงหุ้น STARK วันนี้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



ดีเอสไอคุมตัว "วนรัชต์" นักธุรกิจทายาทสีชื่อดัง ในสภาป่วยร่างกายซีดเซียวต้งรั่งรถเข็น ส่งตัวอัยการคดีพิเศษ พร้อมนำตัวฟ้องศาลคดีโกงหุ้นกู้ STARK เสียหาย 1 หมื่นกว่าล้าน ล่าสุดคอตกเข้าคุก ศาลไม่ให้ประกัน ชี้มูลค่าเสียหายเยอะ นัดตรวจหลักฐาน 10 มิ.ย.นี้

เมื่อเวลา 09.50 น.วันนี้ (12 ก.พ.) พนักงานสอบสวนดีเอสไอคุมตัว นายวนรัชต์ ตั้งคารวคุณ อดีตผู้บริหารและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ทายาทธุรกิจสีชื่อดัง ผู้ต้องหาที่ 2 ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน คดีบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK กับพนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 1

ตามหนังสือด่วนที่สุด ของสำนักงานอัยการคดีพิเศษ ถึงอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษขอให้จัดการให้ได้ตัวผู้ต้องหา มาส่งตัวฟ้องศาล


นายประยุทธ เพชรคุณ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ให้ข้อมูลว่าขณะนี้ พนักงานอัยการอยู่ระหว่าง แก้ไขคำฟ้อง และตรวจเอกสาร เบื้องต้นยืนยันจะนำตัวส่งฟ้องต่อศาลอาญาในวันนี้

สำหรับนายวนรัชต์ ที่ถูกคุมตัวมาวันนี้โดยรถโรงพยาบาลมีอาการป่วยซีดเซียวต้องนั่งรถเข็น ซึ่งบริเวณภายใน สำนักงานอัยการสูงสุดพบมีผู้เสียหายจำนวนหนึ่งมารอติดตามความคืบหน้าคดี เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะนายวนรัชต์ เป็นนักธุรกิจชื่อดังที่มีฐานะร่ำรวย และถูกฟ้องในความผิดฐานเป็นกรรมการหรือผู้บริหารบริษัทกระทำโดยทุจริต ไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ความระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต ตามมาตรา 89/7จนเป็นเหตุให้บริษัทได้รับความเสียหายหรือทำให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์จากการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว , ในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมกรบริษัทย่อยและผู้บริหารบริษัทย่อย , กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลใดตาม พรบ.นี้ โดยทุจริต ร่วมกันหลอกลวงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จแก่ประชาชน หรือด้วยการปกปิดความจริงซึ่งควร บอกให้แจ้งแก่ประชาชน และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากประชาชนผู้ถูกหลอกลวง หรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ประชาชนผู้ถูกหลอกลวง หรือบุคคลที่สามทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ , กรรมการ ผู้จัดการหรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลใดตามพรบ.นี้ กระทำหรือยินยอมให้กระทำ(1) ทำให้เสียหาย ทำลาย เปลี่ยนแปลง ตัดทอน หรือปลอมบัญชีเอกสาร หรือหลักประกันของนิติบุคคลดังกล่าว หรือที่เกี่ยวกับนิติบุคคลดังกล่าว 2.ลงข้อความเท็จหรือไม่ลงข้อความสำคัญในบัญชี

สำหรับนายวนรัชต์ ที่ถูกคุมตัวมาวันนี้โดยรถโรงพยาบาลมีอาการป่วยเกี่ยวกับหัวใจซีดเซียวต้องนั่งรถเข็นของโรงพยาบาล

ภายหลังพนักงานอัยการยื่นฟ้องนายวนรัชต์ ตั้งคารวคุณ อดีตผู้บริหารและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้ต้องหาที่ 2 ในคดีทุจริตในบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

นางณฐิยา ดวงจินดา ผู้เสียหายจากการลงทุนในหุ้นกู้ STARK กว่า13 ล้านบาท กล่าวว่า นอกจากคดีอาญาที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษยื่นฟ้องไปวันนี้ ทางผู้เสียหายตัวจริงได้ยื่นฟ้องเป็นคดีแบบกลุ่มที่ศาลเเพ่งกรุงเทพใต้ โดยใช้โจทก์ฟ้องแค่ 3 คน โดยที่เนื้อหาคดีนี้จะครอบคลุมผู้เสียหาย ครบคนทุกคน 4,000 กว่ารายให้ได้รับการเยียวยาเท่าๆกัน เป็นการดำเนินคดีครั้งเดียวแต่จะช่วยผู้เสียหายทุกคน โดยศาลนัดฟังคำสั่งว่าจะรับเป็นคดีเเบบกลุ่ม (Class Action )หรือไม่ในวันที่ 21 มี.ค.ซึ่งเรื่องนี้เป็นความหวังของผู้เสียหายทุกคน เพราะถ้าศาลไม่รับเป็นคดีแบบกลุ่มทุกคนต้องไปยื่นฟ้องกันเอง ซึ่งไม่ใช่ทุกคนที่จะมีศักยภาพในการฟ้องด้วยตัวเองได้ เพราะบางคนมูลหนี้ไม่มากพอ จะต้องจ่ายเงินค่าวางศาล ค่าทนายความ ก็จะรู้สึกว่ายอมจำนนดีกว่า ไม่สู้ดีกว่า หรือบางคนอยู่ในพื้นที่ห่างไกลไม่สะดวกที่จะไปฟ้องเอง บางคนอายุมาก บางคนก็ไม่ค่อยมีความรู้ด้านกฎหมาย หรือการจะเข้าถึงข้อมูลสำหรับประชาชนธรรมดาแบบเรามันยากมาก ขนาดเรารวมตัวกันมากขนาดนี้ยังรู้สึกว่ามันไม่ง่าย ที่จะต่อสู้เรียกร้องความยุติธรรม แต่เราโชคดีที่เรารวมตัวกันได้เป็น 100 คนโดยการช่วยเหลือของ นายจิณณะ แย้มอ่วม ทนายความผู้เชี่ยวชาญคดี Class Action ได้เข้ามาช่วยเหลือ โดยที่ไม่คิดเงินเลยแม้แต่บาทเดียวเราอยากให้คดีที่เราฟ้องเองในวันที่ 21 มี.ค.ขอให้ศาลพิจารณารับเป็นคดีแบบกลุ่ม เพื่อที่ทุกคนจะได้รับความยุติธรรมเท่ากัน

กลุ่มเราเป็นกลุ่มที่เรียกว่ากลุ่มสตาร์คตัวจริง เพราะเราเป็นผู้เสียหายตัวจริงไม่ใช่เป็นเป็นตัวแทน เราเป็นผู้เสียหายตัวจริงที่ได้มีการคัดกรองทุกคนเป็นเจ้าของหุ้นกู้จริงๆเพราะฉนั้นใครที่ยังไม่มีกลุ่มเป็นผู้เสียหายสามารถที่จะเข้าร่วมกลุ่มกับพวกเราได้ พวกเราต่อสู้เพื่อผู้เสียหายทุกคนโดยที่ไม่คิดเงินแค่ต้องการความถูกต้องเราไม่อยากให้สิ่งที่ไม่ถูกต้องมันเกิดขึ้นในสังคมเราเราอยากให้มันมีมาตรฐานที่ดีเพื่อที่จะจะได้ไม่ต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก

สิ่งที่อยากฝากถึงนายวนรัชต์ คือพวกเราผู้เสียหายควรได้สิ่งที่สูญเสียไปคืนอย่างที่ผู้ต้องหาที่ 2 เคยพูดไว้ในศาล ว่าเขาเสียใจและอยากจะชดใช้ให้กับพวกเรา ก็อยากให้คำพูดนั้นเป็นการกระทำขึ้นมาจริงๆไม่ใช่เพียงแต่พูด เราอยากเห็นการกระทำตรงนั้นจริงๆ ก็จะดีใจมากถ้าคืนเงินให้ ถ้ายอมรับผิดเราก็พร้อมที่จะให้อภัย

ถ้ามีการคืนเงินเยียวยาผู้เสียหายครบ เราก็พร้อมจะเเถลงศาลให้บรรเทาโทษ เราต้องการมากที่สุดก็คือเราอยากให้ผู้เสียหายทุกคนได้รับเงินคืนเพราะว่าหลายๆคนก็เป็นผู้สูงอายุ และเขาอยากจะได้เงินคืนในช่วงอายุของเขา บางคนเป็นเงินก้อนสุดท้ายในชีวิต บางคนเป็นผู้ป่วยที่ต้องดูแลพ่อแม่ที่อายุมาก และต้องใช้เงินในการดูแลชีวิต ซึ่งตรงนี้ถ้าเกิดคืนมาทุกคนก็จะได้รับการเยียวยาก็อยากให้คืนเงินเร็วที่สุด เพราะว่าการต่อสู้กันไปมันอาจจะใช้เวลานาน บางคนอาจจะมีชีวิตไม่ถึง ถ้าเกิดเขายอมคืนเงินให้ ก็พร้อมที่จะจบคดี ความผิดเกิดขึ้นแล้วเราก็จะไม่ให้มันเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าเกิดเขารับผิดชอบ และควรกำหนดเวลาว่าจะชดใช้เมื่อไหร่ไม่ใช่ 10 หรือ 20 ปีเพราะมันอาจจะเกิดอายุของเราไปแล้ว

ล่าสุดเมื่อเวลา 16.30 น.ภายหลังพนักงานอัยการยื่นฟ้องนายวนรัชต์ ตั้งคารวคุณ อดีตผู้บริหารและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ทายาทนักธุรกิจสีชื่อดัง เป็นจำเลยในคดีทุจริตในบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

ศาลพิจารณาคำร้องอัยการโจทก์เเล้วมีคำสั่งประทับฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำที่อ.441/2567 สอบคำให้การ จำเลยให้การปฏิเสธขอต่อสู้คดีจึงให้นัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 10 มิ.ย.นี้

ภายหลัง จำเลยยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ ขอปล่อยชั่วคราว ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า คดีมีลักษณะเป็นการสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม ทั้งก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชน และมีมูลค่าความเสียหายเป็นจำนวนมาก โจทก์คัดค้านการปล่อยชั่วคราวจึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว

เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงนำตัวจำเลยไปคุมขังยที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร
กำลังโหลดความคิดเห็น