xs
xsm
sm
md
lg

"สุเทพ"ไปศาลฟังตัดสินคดีโรงพักร้าง ชี้"ทักษิณ" ทำถูกแล้วเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



"สุเทพ เทือกสุบรรณ"มาฟังคำพิพากษาคดีก่อสร้างโรงพักทดแทน มั่นใจไม่เคยทุจริต ชี้"ทักษิณ ชินวัตร" ทำถูกแล้ว เดินทางกลับมาประเทศไทย เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม



เมื่อเวลา 09.30 น.วันนี้ (22 ส.ค.) ที่ศาลฎีกา สนามหลวงศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดฟังคำวินิจฉัยชั้นอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ อม.อธ.11/2565 ที่ ป.ป.ช.เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี, พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ อดีตรักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ต.สัจจะ คชหิรัญ, พ.ต.ท.สุริยา แจ้งสุวรรณ์, บริษัท พีซีซี ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด และนายวิศณุ วิเศษสิงห์ เป็นจำเลยที่ 1-6 กรณีร่วมฮั้วประมูลโครงการสร้างโรงพักทดแทนโครงการก่อสร้างอาคารที่พัก (แฟลตตำรวจ)

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายยกรัฐมนตรีและอดีตเลขา กปปส. กล่าวว่า ในศาลฎีกาชั้นต้น ศาลมีคำพิพากษาว่าไม่มีความผิด ตามที่ ป.ป.ช. กล่าวอ้าง เดิมที เมื่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญามีคำพิพากษา ถือว่าคดีความสิ้นสุดแต่ว่ามีการแก้กฎหมายให้สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ ซึ่งวันนี้จะเป็นศาลสุดท้ายแล้ว ต้องรอฟังว่าคำพิพากษาของศาลจะเป็นอย่างไร ส่วนตัวไม่มีความกังวลและมั่นใจ ยืนยันว่าไม่ประพฤติปฏิบัติอะไรที่เป็นการทุจริตคอรัปชั่นอย่างแน่นอน แต่หากผลการพิจารณาคดีเป็นอย่างไร ก็นึกถึงคำพระอย่างเดียวว่า “ตถตา มันเป็นอย่างนั้นเอง”

นายสุเทพ ยังกล่าวว่า วันนี้เป็นวันพิเศษที่นายทักษิณ ชินวัตร กลับบ้าน ก่อนหน้านี้มีคนไปถามตนเองเยอะมากว่ามีความคิดเห็นอย่างไร ซึ่งตนไม่ได้ให้ความเห็นเพราะไม่มั่นใจว่าจะกลับ แต่วันนี้ปรากฏว่านายทักษิณกลับมา ตนคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีที่นายทักษิณคิดได้ และตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

“ผมกับคุณทักษิณอายุเท่ากัน เกิดปีเดียวกันเดือนเดียวกันห่างกัน 19 วัน เราก็ทำงานการเมืองเช่นเดียวกัน เพียงแต่ผมเคารพในระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เคารพในอำนาจตุลาการ เคารพในระบบศาลยุติธรรม พวกผมเวลาถูกดำเนินคดี ข้อหาหนักกว่าคุณทักษิณ คุณทักษิณตอนนั้น ตอนที่คนเสื้อแดงโดนข้อหาก่อการร้าย ซึ่งนายชัยเกษมเป็นคนสั่งฟ้อง ส่วนตนและพวกก็โดนฟ้องไปนอนคุกมาแล้ว เราเลือกที่จะปฏิบัติตามและเคารพกระบวนการยุติธรรม ซึ่งสิ่งที่พูดนี้ไม่ได้เป็นการไปยกตนข่มท่าน เพียงแต่จะบอกกับคุณทักษิณว่าคิดถูกแล้วที่ตัดสินใจกลับมาประเทศไทย และเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ผมไม่มีความโกรธเคืองชิงชัง เป็นการส่วนตัว

เพียงแต่ผมและพี่น้องประชาชน กปปส.ในคราวนั้น มองว่าคุณทักษิณใช้อำนาจโดยมิชอบ ด้วยกฏหมายและมีการทุจริตคอรัปชั่น เราจึงออกมาต่อต้านทำหน้าที่ของประชาชน เดินขบวนต่อต้านระบอบทักษิณเพราะเห็นว่าระบอบทักษิณไม่เคารพระบบประชาธิปไตยหรือไม่เคารพหลักการที่แท้จริงของระบบประชาธิปไตย” นายสุเทพกล่าว

นายสุเทพ กล่าวว่า วันนี้คงไม่ได้เจอกับนายทักษิณที่ศาลเพราะว่ามีการแยกห้องพิจารณากัน แต่ถึงไม่เจอก็ถือโอกาสนี้ บอกว่านายทักษิณคิดถูกแล้วที่เคารพระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเคารพกระบวนการยุติธรรม

“ไปอยู่ที่ไหนก็ไม่มีความสุข มีเงินเป็นแสนล้าน หรือล้านๆ ก็ไม่มีความสุข” นายสุเทพ อดีตรองนายกรัฐมนตรีกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสหรือการจับตามองว่านายทักษิณ อาจไม่เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมแต่เชื่อมั่นในขั้วอำนาจที่จะมาอยู่ในมือของตัวเอง จึงกลับมาในช่วงนี้

นายสุเทพ กล่าวว่า เราเห็นสถานการณ์ของประเทศในช่วงนี้ ตนมองว่าทุกฝ่ายพยายามมองโลกในแง่ดี มองสถานการณ์ตามความเป็นจริง ส่วนความเป็นจริงอะไรจะเกิดขึ้นเป็นหน้าที่ของพวกเราคนไทยที่ต้องแก้ไข

นายสุเทพ กล่าวอีกว่า วันนี้ตนก็มองในแง่ดีว่าหลังจากที่นายทักษิณหนีคดีไปเกือบ 20 ปี แล้วตัดสินใจกลับมา ยืนยันคำเดิมว่านายทักษิณคิดถูก ส่วนตัวไม่มีความสงสัยว่านายทักษิณกลับมาเพราะเหตุผลอะไร แต่ว่าถ้านายทักษิณมาแล้ว"ระบอบทักษิณ" ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีก คงจะมีประชาชนที่ออกมาทำหน้าที่ เหมือนที่ตนทำก่อนหน้านี้


เมื่อถามว่า การรวมตัวกันในยุคปัจจุบันมีทั้งเหลืองและแดงรวมกัน มองอย่างไร

ประเด็นนี้นายสุเทพ กล่าวว่า อย่าไปคิดว่าเป็นเรื่องส่วนตัว คนในประเทศไทยก็มีความคิดที่แตกต่างกันได้ แต่ว่าทุกฝ่ายก็ต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประเทศ

“ผมไม่เคยคิดถึงคนเสื้อสีแดงหรือคนเสื้อสีส้มมันต้องเป็นศัตรูกับพวกผม ตอนที่ผมอยู่บนเวที กปปส. ก็ปราศรัยชัด ชวนทุกวัน ว่ามาร่วมกันแก้ไขปัญหาประเทศ”

ด้านนายถาวร เสนเนียม อดีตแกนนำกปปส. กล่าวว่า อยากให้ทุกคนปฏิบัติตามกฎหมายและเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการต่อสู้และตรวจสอบของผม ทั้งเรื่องซุกหุ้น เรื่องการทุจริต การแก้ไขระเบียบทางการเงิน ช่วงที่มีการเลือกตั้งก็อภิปรายไม่ไว้วางใจ ในเมื่อวันนี้คุณทักษิณ ชินวัตรเดินทางกลับเมืองไทย เพื่อปฏิบัติตัวในฐานะพลเมืองที่อยู่ภายใต้กฎหมาย และเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตนก็เห็นด้วย