MGR Online - ผบ.ตร.เผย รวบแล้ว ด.ต.ธุรการ สภ.ปากเกร็ด ขโมยปืนหลวงกว่า 100 กระบอก จนมุมที่ จ.หนองคาย คุมตัวเค้นสอบหามูลเหตุจูงใจ ด้าน ผบช.ภ.1 ยอมรับระบบหละหลวม เตรียมเพิ่มมาตรการคุมเข้ม สั่งเด้ง ผกก.ปากเกร็ด พร้อมตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง ย้ำ ใครบกพร่องต้องถูกลงโทษ
วันนี้ (20 ต.ค.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณี ด.ต.เชาวลิต พุ่มขจร ผบ.หมู่งานธุรการ สภ.ปากเกร็ด ก่อเหตุขโมยอาวุธปืนของทางราชการจากคลังที่เก็บอาวุธปืน สภ.ปากเกร็ด จำนวนกว่า 100 กระบอก ว่า ล่าสุด สามารถควบคุมตัว ด.ต.เชาวลิต ได้แล้วที่ จ.หนองคาย อยู่ระหว่างนำตัวมาสอบสวน ส่วนรายละเอียดต่างๆ ทราบเพียงว่า ด.ต.เชาวลิต เป็นเจ้าหน้าที่พัสดุ มีการลักลอบขโมยอาวุธปืนของทางราชการไปจำนำ หลังทราบเรื่องในระดับโรงพัก มีการพยายามติดตามอาวุธปืนที่หายไปคืนมาโดยไม่ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ หลังจากนี้ พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 จะมีคำสั่งย้ายพ.ต.อ.พงศ์จักร ปรีชาการุณพงศ์ ผกก.สภ.ปากเกร็ด มาปฏิบัติราชการที่ ศปก.ภ.1 เพื่อเปิดทางให้มีการสืบสวนข้อเท็จจริง
ด้าน พล.ต.ท.จิรพัฒน์ กล่าวว่า หลังจากได้ตัว ด.ต.เชาวลิต จะมีการสอบสวนถึงพฤติการณ์ของตำรวจนายนี้อย่างละเอียดว่าเป็นอย่างไร สำหรับกรณีดังกล่าวผู้ก่อเหตุเป็นเจ้าหน้าที่พัสดุ รับผิดชอบถือกุญแจคลังอาวุธ ซึ่งต้องมีการรายงานจำนวนอาวุธในคลังให้ผู้บังคับบัญชาทราบทุกวันที่ 5 ของเดือน โดยครั้งล่าสุด มีการรายงานปกติ แต่ถูก พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี ตรวจพบ จึงไล่ตรวจสอบและทราบว่าคนร้าย คือ ด.ต.เชาวลิต ต่อมาจึงได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับ และล่าสุด สามารถจับกุมตัวได้แล้ว
“ลักษณะการก่อเหตุ คือ มีการทยอยเอาออกไปแล้วนำไปจำนำกับเจ้านั้นเจ้านี้ รายละ 3-5 กระบอก ได้เงินมาก็เอาไปใช้ หลังจากนี้ จะไปเค้นสอบในรายละเอียดว่าเริ่มทำมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่เบื้องต้นเขามีหน้าที่ถือกุญแจคลังอาวุธ ตอนนี้ได้สั่งให้ ภ.จว.นนทบุรี ตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด หากพบว่าใครบกพร่องอย่างไรก็ต้องถูกลงโทษทั้งหมด ส่วนมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุคงต้องรอการสอบสวนต่อไป” ผบช.ภ.1 กล่าวและว่า สำหรับข้อมูลส่วนตัวของ ด.ต.เชาวลิต ทราบว่า เป็นคนโสด เริ่มบรรจุรับราชการเมื่อปี 2547 โดยประจำที่ สภ.ปากเกร็ด โดยตลอด
พล.ต.ท.จิรพัฒน์ กล่าวด้วยว่า เมื่อปี 2564 ทาง สภ.ปากเกร็ด ได้อาวุธปืนลอตใหม่เป็นอาวุธปืนประเภทกึ่งอัตโนมัติ ยี่ห้อกล๊อก และ ซิกซาวเออร์ ทำให้อาวุธปืนในคลังมีอยู่กว่า 200 กระบอก หากตำรวจฝ่ายสืบ ตำรวจจราจร ที่มีภารกิจจำเป็นต้องใช้ ก็มาเบิกเอาไป เสร็จภารกิจก็นำมาคืน ซึ่งระบบควบคุมอาวุธปืนของเรา ก็เป็นแบบนี้ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า ระบบมีความหละหลวม หลังจากนี้ อาจมีมาตรการเพิ่มเติมในการถือกุญแจคู่กัน หากมีการเบิกจ่ายก็ต้องใช้กุญแจ 2 ดอก เหมือนกับตู้เซฟของธนาคาร


