“พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์” ยื่นฟ้อง “สิระ เจนจาคะ” กับพวก 2 สำนวน คดีแรกกล่าวหาบุกรุกแม่น้ำเจ้าพระยา กับให้สัมภาษณ์เป็นเฒ่าทารกทำให้รู้สึกด้อยค่าในสายตาชาวบ้าน
ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเวลา 09.30 น. วันนี้ (27 เม.ย.) พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบสภาผู้แทนราษฎร ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ กับพวกรวม 2 สำนวน โดยคดีแรกเป็นคดีที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เป็นโจทก์ฟ้องนายสิระ เจนจาคะ กับนายชัยอนันต์ ผลสุวรรณ ส.ส.พรรคเพื่อไทย และนายอดิศร นุชดำรงค์ อธิบดีกรมป่าไม้ ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-3 ตามลำดับ ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา
คำฟ้องคดีแรกระบุพฤติการณ์ว่า เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564 จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันแถลงข่าวที่รัฐสภาด้วยข้อความอันเป็นเท็จว่าโจทก์ได้ปลูกสร้างท่าเทียบเรือที่บ้านพักของโจทก์รุกล้ำแม่น้ำเจ้าพระยาอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ ซึ่งความจริงการสร้างท่าเทียบเรือได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่าอย่างถูกกฎหมาย โดยก่อนหน้านี้เคยมีบุคคลเข้าร้องเรียนโจทก์ต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ ต่อมาอัยการสั่งไม่ฟ้องไปแล้ว แต่จำเลยทั้งสามกลับนำเอาเรื้องราวนี้มากล่าวอ้างว่าโจทก์กระทำความผิดอีกนั้นไม่ถูกต้องเพราะแม่น้ำเจ้าพระยาไม่ใช่ป่าตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และตามประมวลกฎหมายที่ดินเป็นการกล่าวหาโดยมีเจตนากลั่นแกล้งโจทก์ให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง จึงขอให้ดำเนินคดีและลงโทษตามฟ้องด้วย
ส่วนคดีที่ 2 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ได้เป็นโจทก์ฟ้องนายสิระ เจนจาคะ เป็นจำเลยฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา กรณีเมื่อวันที่ 10-11 มีนาคม 2564 ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่าโจทก์เป็น “เฒ่าทารก” หรือคนที่เป็นผู้ใหญ่แต่ทำตัวเหมือนเด็ก โจทก์กล่าวเท็จเกี่ยวกับการทุจริตเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 3 จ.นครศรีธรรมราช พูดไปตามจิตมโนของตนเอง ทั้งที่ความจริงแล้วโจทก์มีพยานหลักฐานในการซื้อขายเสียงดังกล่าวและยังได้มีการทำหนังสือร้องเรียนการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตไปยัง กกต.แล้วด้วย การให้สัมภาษณ์ดังกล่าวทำให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชังขอให้ศาลลงโทษตามกฎหมายและรับคำฟ้องไว้เพื่อไต่สวนมูลฟ้องต่อไป
ด้านนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า นายสิระไม่ได้มีหน้าที่อะไรโดยตรงและไม่ใช่โฆษก กลับมาพูดจากล่าวเท็จให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เสียหาย โดยเฉพาะประเด็นกล่าวหาว่ารุกล้ำแม่น้ำเจ้าพระยานั้นไม่ถูกต้องเพราะแม่น้ำเจ้าพระยาไม่ใช่ป่า ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 และกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 มิฉะนั้นท่าเทียบเรือทุกท่าทุกแห่งในกรุงเทพฯ ที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาไม่ว่าจะเป็นสถานที่ราชการ โรงแรมต่างๆ ศูนย์การค้า รวมทั้งผู้ที่ใช้เรือสัญจรไปมาทั้งหมดก็จะผิดฐานบุกรุกป่าทั้งสิ้น จำเลยมีเจตนากลั่นแกล้งซึ่งจะพิจารณาดำเนินคดีฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบต่อไปในอนาคต ส่วนคดีแพ่งกำลังจะพิจารณาดูว่าจะฟ้องเรียกค่าเสียหายหรือไม่
ส่วนคดีที่ 2 นายสิระกล่าวหาว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เป็นเฒ่าทารก ซึ่งคำว่าเฒ่าทารก หมายถึงคนแก่ที่ทำตัวเหมือนเด็กน้อยไม่รู้เรื่อง ไม่รู้เดียงสา ไม่มีความสามารถ ไม่มีศักยภาพพอที่จะทำงานรับใช้บ้านเมืองประเทศชาติ ทำให้ด้อยค่าในความรู้สึกของประชาชน เรื่องนี้ตนมีหลักฐานเป็นแผ่นซีดีและภาพถ่ายที่แถลงข่าวพร้อมถอดเทปคำพูดทั้งหมดเสนอเป็นเอกสารท้ายคำฟ้องแนบมาพร้อมกับคำฟ้องนี้ด้วย
พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ยืนยันว่าจะไม่มีการเจรจาไกล่เกลี่ยกับคู่กรณีโดยเด็ดขาด และเตรียมยื่นฟ้องอธิบดีกรมป่าไม้ต่อศาลทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในข้อหาความผิดตามมาตรา 157 การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้ศาลได้รับคำฟ้องไว้ในสารบบแล้ว นัดไต่สวนมูลฟ้องทั้ง 2 คดีในวันที่ 16 ส.ค. 2564 เวลา 09.00 น. และ 13.30 น.


