ถอนหมุดข่าว
ความเปลี่ยนแปลงในเมียนมา ไม่ใช่มีเพียงสถานการณ์รัฐประหารเท่านั้น ยังมีปฏิบัติการรุกคืบเพื่อจัดระเบียบเศรษฐกิจการค้าตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา โดยเฉพาะที่เขตเมืองเมียวดี ที่อยู่ตรงข้ามกับแม่สอด จังหวัดตาก เมืองท่าสำคัญ และสวรรค์แห่งอบายมุขของประเทศเมียนมา ที่เริ่มปฏิบัติการมาก่อนหน้านี้ระยะหนึ่ง
โดย เมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา กองทัพพม่า ที่นำโดย พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่เป็นผู้มีอำนาจมากที่สุดในประเทศเมียนมาขณะนี้ ได้ออกคำสั่งปลด พ.อ.ซอชิดตู่ , พ.ต.โม้โต่ง และ พ.ต.โบ่ตื่นวิน หรือหม่องวิน ซึ่งเป็น 3 นายทหารคนสำคัญของกองกำลังพิทักษ์ชายแดนพม่า หรือกะเหรี่ยง BGF ผู้ทรงอิทธิพลตลอดแนวชายแดนด้านจังหวัดตาก
เส้นทางของ ซอชิดตู่ หรือหม่องชิดตู่ หัวขบวนของกะเหรี่ยง BGF เริ่มต้นเมื่อปี 2539 โดยเป็นกองกำลังกะเหรี่ยงส่วนหนึ่งที่แตกออกจากกองกำลังกะเหรี่ยง KNU ที่เป็นกลุ่มดั้งเดิม มาเข้ากับกองทัพพม่า ในนามกลุ่ม DKBA และดูแลพื้นที่แนวชายแดนฝั่งตรมข้ามพื้นแม่สอด แม่ระมาด
ส่วน โม้โต่ง และหม่องวิน ก็แบ่งกันดูแลพื้นที่ด้านฝั่งตรงข้าม อ.แม่สอด ถึง อ.พบพระ เดิมทีมีเพียงธุรกิจค้าไม้ชายแดน ที่ไม่นานไม้ก็ถูกตัดหมด จนหันมาจับธุรกิจสีเทา สีดำ ตั้งลักลอบส่งสินค้าตามช่องทางธรรมชาติ ไปจนถึงบ่อนกาสิโน ส่งให้ หม่องชิดตู่ ผู้นำกองกำลังมีกำลังเงิน เกิดบารมี กองทัพพม่าให้ความยำเกรง
กระทั่งราวปี 2554 ได้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกองกำลัง และเปลี่ยนชื่อกลุ่มจาก DKBA มาเป็นกำลังป้องกันชายแดน หรือ BGF ตั้งกองพันขึ้น 12 กองพัน ได้รับเอกสิทธิ์ในการทำมาหากินในพื้นที่ตามแนวชายแดน จนทำให้ชื่อ ชิดตู่ กับโม้โต่ง เป็นที่รู้จักของนักธุรกิจทุกรูปแบบ
ต่อมาปี 2555 ช่วงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นักการเมืองกับคนมีสีฝั่งไทยกลุ่มหนึ่ง ขนเงินไปลงทุนทำเลทอง สร้างเมียวดีคอมเพล็กซ์ เป็นบ่อนและสถานบันเทิงขนาดใหญ่ อยู่ใกล้แม่สอด แค่ 5-6 กิโลเมตร ห่างสนามบินเพียง 2 กิโลเมตร ข้ามไปมาสะดวกไม่ต้องทำเอกสารใดๆทั้งสิ้น จากท่าน้ำ ไม่เกิน 2 นาทีถึงบ่อน ทำให้บ่อนเดิมของ บริษัทก๊กโก่ ได้รับผลกระทบ ต้องย้ายไปเปิดใหม่อีกจุด ชื่อ สตาร์คอมเพล็กซ์
กลายเป็นแหล่งบันเทิงที่สร้างความคึกคักให้แก่เมียวดี เช่นเดียวกับกลุ่มทุนจีนหลายกลุ่มที่เข้ามาลงทุนช่วงหลัง สร้างรายได้มหาศาลให้กับ ชิดตู่ โม้โต่ง หม่องวิน
และได้ทำให้ สามเจ้าพ่อ ชิดตู่ โม้โต่ง หม่องวิน กลายเป็นผู้ทรงอิทธิพล ทั้งการเงินและอำนาจอิทธิพลในพื้นที่ ใครที่จะไปทำธุรกิจชายฝั่งพม่าต้องรู้จัก
ว่ากันว่าการส่งสินค้าออกไปฝั่งเมียนมา จากด่านแม่สอดของไทย มูลค่าปีๆหนึ่งนับแสนล้านบาท แต่ที่ผ่านด่านข้ามสะพานไปถูกต้อง ไม่เกิน 30 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือมุดทางท่าเรือ ไม่เท่านั้นยังมีนักแสวงโชคจากไทยที่ข้ามไปเล่น หมดเนื้อหมดตัวเป็นหนี้สิน ครอบครัวล่มสลาย เอาชีวิตไปทิ้งก็ไม่น้อย
เชื่อว่าการสั่งปลด 3 นายทหารผู้ทรงอิทธิพลของรัฐบาลทหารเมียนมา น่าจะเป็นแผนยุทธศาสตร์เกี่ยวกับปราบปราม และเอาชนะอิทธิพลของชนกลุ่มน้อยกะเหรี่ยงอีกครั้ง ด้วยพบว่ารายได้ที่จัดเก็บมาเป็นภาษีพัฒนาประเทศ โดยภาษีจากนำเข้าส่งออกชายแดน น้อยกว่าที่ควรจะเป็นอย่างมหาศาล เพราะเป็นเขตอิทธิพลของชนกลุ่มน้อยที่รัฐบาลทหารเมียนมาเป็นผู้ให้เอกสิทธิ์ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีความพยายามหลายต่อหลายครั้งในการเข้าไปจัดการพื้นที่ แต่ก็ไม่สำเร็จ
จนเจ้าวายร้ายโควิค 19 มาช่วยรัฐบาลเมียนมาปราบบ่อน เป็นพื้นที่มั่วสุมเป็นแหล่งเพาะเชื้อ ลุกลามบานปลายมาถึงเมืองไทย เป็นโอกาสทองในการเข้าไปปฏิบัติการรีเซทพื้นที่เมียวดี โดยเริ่มกดดังกองกำลังกระเหรี่ยงมาตั้งแต่ช่วงหลังปีใหม่ 2564 ประกาศให้ 3 นายทหารใหญ่ไปรายงานตัว
และข่าวว่า โม้โต่ง ทนแรงกดดันไม่ไหวยื่นใบลาออกจากการเป็นทหาร BGF ไปล่วงหน้าแล้ว เหลือแค่ หม่องตู่ กับหม่องวิน ที่ยังคิดจะลุกขึ้นสู้ อาจนำไปถึงการใช้กำลังปะทะกันอย่างในอดีต ที่เชื่อว่าสุดท้ายแล้วรัฐบาลกองทัพเมียนมาที่แข็งแกร่งกว่า จะชนะในที่สุด
ไม่ว่าจะจบกันแบบไม่มีความสูญเสีย หรือห้ำหั่นรบพุ่งกัน ประเทศไทยย่อมได้รับผลกระทบโดยตรงอยู่ดี โดยเฉพาะการจัดระเบียบกับทุกกิจการที่เข้าไปลงทุนในฝั่งเมียนมา ที่ต้องมานับหนึ่งกันใหม่ เมื่อชิดตู่ โม้โต่ง หรือโบ่ติ่นวิน ไร้ซึ่งอิทธิพลแล้ว อนาคตการค้าตามแนวชายแดนด้านจังหวัดตากของไทย ก็จะเปลี่ยนไป จะดีขึ้นหรือแย่ลง เวลานี้ยังยากที่จะสรุป


