xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวลึกปมล : ค้าเหล้า-บุหรี่เถื่อนภาคใต้ สะท้อนปัญหาทุจริตในไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



“ข่าวลึกปมลับ” ออกอากาศทาง NEWS1 ล้วงปมลึก คลายปมลับ ตีแผ่ประเด็นร้อน กับ นพรัฐ พรวนสุข บก.ข่าวการเมือง และกระบวนการยุติธรรม วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 ตอน ค้าเหล้า-บุหรี่เถื่อนภาคใต้ สะท้อนปัญหาทุจริตในไทย



ข่าวการจับกุมบุหรี่เถื่อนบิ๊กล็อตล่าสุดเมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2564 ที่ผ่านมาจำนวน 1,125,000 มวน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่าผู้ต้องหาระบุมีนักการเมืองท้องถิ่นเป็นผู้ร่วมถือหุ้นในธุรกิจค้าบุหรี่เถื่อนนั้น เป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาทุจริตคอรัปชั่นโดยนักการเมืองและผู้มีอำนาจในบ้านเมือง ที่สร้างความสูญเสียด้านรายได้และการพัฒนาของประเทศชาติ

ปัญหาการค้าสินค้าหนีภาษีต่างๆ แน่นอนว่ามีมานานแล้ว แต่ในช่วงที่เศรษฐกิจซบเซาเข้าขั้นวิกฤติ การฉวยโอกาสสร้างรายได้จากช่องทางที่ผิดกฎหมาย ซึ่งรวมทั้งการลักลอบนำเข้าสินค้าหนีภาษีมาขายในประเทศไทยในราคาถูก ก็มักจะแพร่หลายมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าที่ปกติต้องเสียภาษีแพงๆ เช่น เหล้า บุหรี่

เมื่อพูดถึงการลักลอบนำเข้าสินค้าหนีภาษี จังหวัดชายแดนภาคใต้ถือว่า ‘ขึ้นชื่อ’ มีการประเมินกันว่า เหล้านอก บุหรี่นอก ที่ขายกันในจังหวัดสงขลา สตูล พัทลุง ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อาจเป็นสินค้าหนีภาษีกันมากกว่าครึ่ง ร้านค้าที่ขายของพวกนี้ส่วนใหญ่ก็ไม่มีใบอนุญาตขายเหล้าขายบุหรี่จากสรรพสามิต

เครือข่ายการค้าเหล้าและบุหรี่เถื่อนในจังหวัดภาคใต้ตอนล่าง มีลักษณะโครงสร้างธุรกิจเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ เหมือนกับธุรกิจที่ถูกกฎหมายดีๆ นี่เอง คือ มีซัพพลายเออร์ที่คอยจัดหาหรือลักลอบนำสินค้าเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านผ่านพรมแดนทั้งทางบกและทางทะเล

ประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นแหล่งต้นทางก็หนีไม่พ้นมาเลเซีย กัมพูชา เวียดนาม และอินโดนีเซีย มีการประเมินว่าสินค้าราวร้อยละ 60 ลักลอบนำเข้าเป็นล็อตใหญ่ๆ ทั้งทางทะเลและทางบก และอีกร้อยละ 40 เป็นลักลอบนำเข้าผ่านกองทัพมด ที่เดินทางข้ามพรมแดนกันเป็นประจำทุกวัน

การลักลอบนำเข้าล็อตใหญ่ๆ บ้างก็ใช้วิธีการนำรถบรรทุกจอดหันหลังชนกันบริเวณพรมแดน แล้วขนย้ายสินค้าจากรถที่จอดฝั่งมาเลเซียมาไว้ในรถที่จอดอยู่ฝั่งไทย บ้างก็ซุกซ่อนมาในตู้คอนเทนเนอร์ที่รถบรรทุกลากมาจากฝั่งมาเลเซียเลย นอกจากนี้ยังมีการลักลอบโดยใช้เรือประมงทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่

จากนั้นก็จะมีคนพ่อค้ารายใหญ่ที่รับซื้อสต๊อกสินค้าที่ลักลอบนำเข้ามาไว้ในปริมาณมากๆ เพื่อส่งต่อให้ร้านค้าปลีกต่อไป

บุหรี่ยี่ห้อสุดฮิต ได้แก่ John, Gudang Garam, Texas 5, Gold Mount, Voxx เป็นต้น ส่วนเหล้าก็มีหลากหลายมากๆ ทั้งวิสกี้และไวน์ แน่นอนยี่ห้อดังอย่าง Johnie Walker มีขายกันทั้งแบล็คเลเบล และเรดเลเบล

การซื้อบุหรี่และเหล้าเถื่อนเหมือนเป็นสินค้าถูกกฎหมายตามปกติ เรียกได้ว่าไม่มีใครในพื้นที่ที่ไม่รู้ว่ามีธุรกิจเหล่านี้อยู่ แต่กลายเป็นทุกคนยอมรับว่ามันเป็นเรื่อง ‘ปกติ’ ทั้งนี้มีการประเมินกันว่าบุหรี่หนีภาษีที่ขายได้ในแต่ละร้านอาจมีปริมาณตั้งแต่ 200 – 1,700 ซอง ต่อวัน ขณะที่ร้านค้าปลีกเล็กๆ ที่ขายบุหรี่ถูกกฎหมาย ขายได้อย่างเก่งเพียงวันละประมาณ 10 ซอง เท่านั้น

ธุรกิจบุหรี่และเหล้าหนีภาษี เชื่อมโยงเจ้าหน้าที่รัฐ และนักการเมือง มานาน จนชาวบ้านส่วนใหญ่ในจังหวัดเหล่านี้ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่มีใครในภาคใต้กล้าเข้าไปยุ่งเรื่องการค้าเหล้าและบุหรี่เถื่อน เพราะเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับนักธุรกิจรายใหญ่ที่ทรงอิทธิพลทั้งไทย และมาเลเซียที่มีผลประโยชน์ในเรื่องนี้

มีการประเมินว่ารายได้จากการค้าเหล้า-บุหรี่หนีภาษีในภาคใต้อาจสูงถึงหลายพันล้านบาทต่อปี ซึ่งคอยหล่อเลี้ยงคอนเน็คชั่นระหว่างนักธุรกิจค้าเหล้า-บุหรี่หนีภาษี กับเจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมืองในพื้นที่

ยกตัวอย่างร้านค้าเหล้า-บุหรี่นอกปลอดภาษีชื่อดังใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา สมาชิกครอบครัวเจ้าของร้านต่างก็มีคอนเน็คชั่นกับเจ้าหน้าที่รัฐ บ้างก็เป็นเจ้าหน้าที่รัฐเสียเองด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่คนในพื้นที่รู้กันดี

แต่ก็ยังสามารถเปิดกิจการทำธุรกิจค้าสินค้าหนีภาษีกันได้ต่อไป แม้บางครั้งเจ้าหน้าที่บุกไปที่ร้านเพื่อจับกุม แต่ภายในไม่กี่ชั่วโมงต่อมาก็สามารถเปิดขายได้เหมือนเดิม

เป็นที่น่าสังเกตว่า ไม่มีนักการเมืองจากภาคใต้คนใดเลยที่ออกมาเป็นปากเป็นเสียงในเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่เรื่องนี้เป็นปัญหาที่กินวงกว้างทั่วไปในพื้นที่ เรียกได้ว่าคนทำมาหากินสุจริตกลายเป็นอยู่ยาก แต่คนทุจริตเจริญก้าวหน้า จนทำให้เศรษฐกิจภาคใต้ตอนนี้ยังฟุบไม่ฟื้น ไม่มีใครกล้าเข้าไปลงทุน

แต่ปัญหานี้กลับไม่มีใครผลักดันให้มีการแก้ไขทั้งในระดับท้องถิ่นและในระดับประเทศ จนทำให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดของจังหวัดเหล่านี้เองต้องสูญรายได้ภาษีไปปีละหลายล้านบาท ยังไม่รวมรายได้ภาษีของรัฐในส่วนกลางอีกหลายพันล้านบาท ที่สูญเสียไปเฉพาะจากการค้าเหล้า-บุหรี่หนีภาษีในภาคใต้ ซึ่งควรจะสามารถนำไปใช้พัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ได้

รัฐนิ่งเฉยเท่ากับเปิดโอกาสให้พ่อค้าของหนีภาษี
ยิ่งเจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมือง ทั้งที่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้าเหล้า-บุหรี่หนีภาษี พากันนิ่งเฉย ยิ่งเป็นการทำให้ขบวนการดังกล่าวฮึกเหิม ขยายกิจการและขยายอิทธิพลไปในหลายจังหวัดได้มากขึ้น

โดยขณะนี้จังหวัดภาคใต้ตอนบนบางจังหวัดก็เริ่มได้รับผลกระทบกันแล้ว และเหล้า-บุหรี่หนีภาษีที่ลักลอบนำเข้าทางภาคใต้จำนวนหนึ่งก็มีการขนส่งต่อขึ้นไปยังกรุงเทพมหานครด้วย การจับกุมแบบเป็นครั้งคราวไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหา เป็นเพียงกันป้องปรามชั่วครู่ เพราะร้านค้าของหนีภาษีสามารถกลับมาเปิดขายต่อได้อีก ไม่เห็นมีใครถูกปิดร้านอย่างถาวร

ดังนั้น ปัญหานี้จำเป็นที่รัฐต้องจัดตั้งกลไกในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ และมุ่งเน้นการแก้ปัญหาในระยะยาว โดยควรจะเป็นกลไกระดับชาติที่มีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน (เพื่อป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่) และประกอบด้วยผู้แทนระดับสูงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กองทัพบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร และกรมการปกครอง มุ่งเน้นการแก้ปัญหาในพื้นที่ภาคใต้เป็นสำคัญเพื่อไม่ให้ปัญหาขยายวง และให้ปัญหาลดน้อยลงในที่สุด โดยต้องมีการตรวจสอบได้ ให้มีการเปิดเผยรายงานความคืบหน้าให้ประชาชนได้รับทราบเป็นระยะๆ

นอกจากนี้ ควรมีกลไกการตรวจสอบการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมือง ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด


กำลังโหลดความคิดเห็น...