ตร.คลองหลวง ฝากขัง “นิว-สิริชัย” นศ.ธรรมศาสตร์ ผิดมาตรา 112 ภายหลังศาลอนุญาตให้ประกันตีราคา 1.5 แสนบาท เชื่อเป็นนักศึกษาไม่หลบหนี
เมื่อเวลา 09.00 น. เศษ วันนี้ (14 ม.ค.) พนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง ได้นำตัวนายสิริชัย นาถึง หรือนิว อายุ 21 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มายื่นคำร้องขอฝากขังต่อศาลจังหวัดธัญบุรี โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์, ทำให้เสียทรัพย์และข้อหาช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสียซื้อรับจำนำหรือรับไว้ด้วยประการใดๆ ซึ่งรู้ว่าเป็นของที่ยังมิได้เสียภาษี หรือของต้องห้ามหรือเป็นของที่เข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยหลีกเลี่ยงภาษีอากร”
สืบเนื่องมาจากผู้ต้องหาถูกจับกุมตามหมายจับที่ 14/2564 ลงวันที่ 13 ม.ค. 2564 ที่ร้านอาหารใกล้มหาวิทยาลัย จากการทำกิจกรรมร่วมกับแกนนำคนอื่นๆ การกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 112, 358 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 27 ทวิ
ต่อมาศาลได้อ่านคำร้องฝากขังให้พนักงานสอบสวน ผู้ต้องหาและทนายความฟังแล้ว เห็นว่า ผู้ต้องหาคัดค้านคำร้องขอฝากขังของพนักงานสอบสวนเกี่ยวกับเหตุผลความจำเป็นในการขอหมายขังผู้ต้องหาภายหลังพนักงานสอบสวนควบคุมตัวผู้ต้องหามาจะครบ 48 ชั่วโมงเท่านั้น แต่ตามคำร้องคัดค้านดังกล่าวไม่ปรากฏข้อความใดที่เป็นการโต้แย้งคัดค้านการจับกุมตัวผู้ต้องหาว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไรและการควบคุมตัวผู้ต้องหาขัดต่อกฎหมายอย่างไร ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ให้การเกี่ยวกับเหตุผลความจำเป็นในการฝากขังผู้ต้องหาคดีนี้ต่อศาลว่าจำเป็นต้องสอบสวนพยานอีก 8 ปากและรอผลการตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหาและรอผลการตรวจพิสูจน์ของกลางทำให้มีความจำเป็นที่จะต้องฝากขังผู้ต้องหาไว้ต่อศาลซึ่งพนักงานสอบสวนยื่นคำร้องของฝากขังตามหน้าที่ตามกฎหมายเป็นการดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 87 จึงเห็นควรให้งดไต่สวนและมีคำสั่งยกคำร้องคัดค้านของผู้ต้องหาและมีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาได้ตามขอ
ต่อมาเมื่อเวลา 11.00 น. ผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว โดยมีอาจารย์ ม.ธรรมศาสตร์ ใช้ตำแหน่งประกันตัวให้
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ผู้ต้องหาเป็นนักศึกษาในระดับอุดมศึกษา โดยมีอาจารย์ในสถาบันที่ผู้ต้องหาศึกษาอยู่เป็นผู้ประกันหากปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาระหว่างสอบสวน น่าเชื่อว่าผู้ต้องหาจะไม่หลบหนี จึงอนุญาตให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาระหว่างสอบสวน โดยห้ามผู้ต้องหากระทำการใดในทำนองเดียวกันซ้ำอีก


