xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวลึกปมลับ : ส่วยค้ามนุษย์ ต้นเหตุไทยเจอโควิดระบาด

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



“ข่าวลึกปมลับ” ออกอากาศทาง NEWS1 ล้วงปมลึก คลายปมลับ ตีแผ่ประเด็นร้อน กับ นพรัฐ พรวนสุข บก.ข่าวการเมือง และกระบวนการยุติธรรม วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม 2563 ตอน ส่วยค้ามนุษย์ ต้นเหตุไทยเจอโควิดระบาด



การ์ดตกจะโทษใคร ที่ทำให้เชื้อไวรัส โควิด-19กลับมาระบาดรอบใหม่ จากการพบคนติดเชื้อโควิดจำนวนหลายร้อยคนในจ. สมุทรสาคร พื้นที่ที่จ่อคอหอยเขตพระนคร ในระยะห่าง แค่จามหรือไอจากสมุทรสาคร มีลมมาหอบหนึ่งก็มาถึงกรุงเทพแล้วขณะที่เชื้อโรคยังไม่ตาย

จึงไม่แปลกใจ พอมีคนป่วยโควิด-19 ที่สมุทรสาครหรือมหาชัย ก็พบคนกรุงเทพติดเชื้อไปแล้วหลายคน รวมถึงจังหวัดใกล้เคียง อย่าง สมุทรปราการ นครปฐม และราชบุรี ก็ติดโควิด-19 ไปจากมหาชัยเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้มีการตรวจสอบในเขิงรุก ยังไม่รู้จะติดโควิด-19อีกกี่พันคน

มหาชัยจึงเป็นจุดต้นเชื้อที่สำคัญ สันนิษฐานกันว่า ได้รับเชื้อมาจากแรงงานต่างด้าว ชาวเมียนม่า เพราะมหาชัย วันนี้ ประชากรแรงงานต่างด้าว ประกอบด้วยคนพม่ามาก หลายแสนคนเป็นแรงงานที่มารับจ้าง ทำงานทั้งทางบกและทะเล เป็นคนงานในโรงงานอุตสาหกรรม เป็นลูกเรือประมง จนถึงคนค้าขาย

ยุคนี้ มหาชัยได้รับสมญาเป็น “ลิตเติ้ล เมียนม่า” ด้วยที่กลายเป็นเมืองคนพม่าอยู่อาศัยมาก นอกประเทศเมียนม่าไปนานหลายปีแล้ว

การเดินทางของโควิด-19 รอบใหม่มาถึงมหาชัย คงเพราะที่เมียนม่า ในช่วงปลายปีเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 รุนแรง แต่คนพม่าได้ทะยอยกลับทำงานที่มหาชัย หลังจากที่อพยพกลับเมียนม่าในระหว่างที่เมืองไทยประกาศล็อคดาวน์ตั้งแต่ตอนต้นเดือนเมษายน

ต่อมา ทางการค่อยๆขยับคลายล็อคมาในเดือนกลางปี ซึ่งมีการอนุญาตให้แรงงานต่างชาติกลับมาทำงานได้ ในมาตราผ่อนคลายเฟสที่7 เป็นจังหวะที่โควิด-19กำลังระบาดในเมียนม่าพอดี แรงงานที่กลับมาก็เอาโควิด-19 ติดตัวมาด้วย

ในความเป็นจริง แรงงานพม่า มาทำงานในไทยมีทั้งถูกต้องและผิดกฎหมาย ที่มาตามช่องทางถูกต้องตรงไปตรงมา ถ้าเข้ามาตรวจร่างกาย และกักตัวในสถานกักตัวของรัฐ14 วัน กลุ่มนี้ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ที่น่าห่วงว่า จำนวนแรงงานพม่าที่เดินทางมามหาชัยอย่างถูกต้อง จะยอมให้มีการตรวจสอบโรคและกักตัวตามกำหนด จริงๆ หรือไม่

เพราะ คนงานพม่าและ นายหน้า ที่นำแรงงานมาคงไม่ยอมเสียค่าใช้จ่ายส่วนเกินสำหรับค่าตรวจโรคและกักตัว ที่เสียเวลาทำงานไปตั้งสองสัปดาห์ สู้ใช้วิธีใต้ดิน ยอมเสียเงินใต้โต๊ะแหวกด่านออกมาคุ้มกว่า ซึ่งก็เป็นเหตุให้โรคติดตัวออกมาระบาดอย่างที่เห็น

แต่ความจริงที่น่ากลัวยิ่งกว่า คือแรงงานพม่าที่เข้ามาอย่างถูกต้องมีจำนวนน้อย ถึงน้อยที่สุด แต่กลุ่มใหญ่เข้าเมืองมาโดยผิดกฎหมาย โดยผ่านเข้ามากับขบวนการค้ามนุษย์ ที่มีการทำธุรกิจด้านนี้กันอย่างเป็นล่ำเป็นสันมานานปี มีค่าหัวคิวคนละหลายหมื่นบาท ที่แบ่งกันระหว่างแก๊งค้ามนุษย์กับเจ้าหน้าที่ความมั่นคง

เมื่อชัดเจนว่า คนพม่าเป็นต้นตอแพร่เชื้อเข้ามหาชัย การระบาดโควิด-19รอบนี้ อันตรายจะสูงมากกว่ารอบแรก แล้วทางการจะรับมืออย่างไร

เพราะมีตัวต้นเชื้อนับแสนคน เนื่องจากมหาชัย หรือจังหวัดสมุทรสาคร เป็นที่รวมแรงงานพม่าแหล่งใหญ่ในประเทศไทย ตามสถิติตัวเลขของทางการ มีคนพม่ามาทำงานที่มหาชัย ประมาณ3กว่าแสนคน

เป็นแรงงานในภาคการผลิต ในโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป ทำงานในภาคประมง ก็จำนวนมาก และเป็นคนงานขายของหน้าร้านก็มีไม่น้อย เพราะลูกค้าส่วนใหญ่เป็นพม่า จึงต้องใช้คนพม่าเป็นพนักงานขายอยู่หน้าร้าน เรียกว่าระบบเศรษฐกิจมหาชัยขึ้นอยู่กับคนพม่า

ตามรายงานบอกด้วยว่า คนพม่าเมื่อเข้ามาอยู่ในพื้นที่ ปกติก็มีปัญหาเรื่องโรคภัยไข้เจ็บอยู่แล้ว เนื่องจากความเป็นอยู่ต่ำ และการบริการสาธารณสุขไม่ทั่วถึง โรคภัยที่พบประจำคือโรควัณโรค ไข้กาฬหลังแอ่น โรคเท้าช้าง และโรคติดต่ออีกหลายชนิด

พอมีโรคระบาดโควิด-19 แพร่เชื้อในเมียนม่า แรงงานที่กลับบ้านไปในช่วงล็อคดาวน์ประเทศไทย กลับมารอบใหม่ ได้พาเชื้อโรคโควิด-19 มาด้วย แต่หากมีการคัดกรองก่อนผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ทั้งการตรวจโรคและกักตัวสองสัปดาห์ คงตรวจเจอโรคก่อนเข้าเมือง ก็จะไม่มีปัญหาอะไร

แต่แรงงานคนพม่าส่วนใหญ่เข้าเมืองมาไม่ถูกต้อง โดยมากับขบวนการค้ามนุษย์ ที่เป็นกลไกตัวใหญ่ในการลักลอบส่งเข้าแรงงานต่างด้าวมาไทย ไม่ว่าจะเป็นพม่า ชาว เขมร เข้ามาในไทย เฉพาะที่มหาชัย เป็นตลาดแรงงานต่างด้าวที่ใหญ่ที่สุด และเป็นที่นิยมเข้ามาของแรงงานพม่า

มีจำนวนที่ลงทะเบียนถูกต้องแค่หนึ่งแสนกว่าคนเท่านั้น และอีกส่วนที่ลักลอบอยู่แบบอวตาร ที่เป็นแรงงานเถื่อนจริงๆ ไม่อยู่ในการสำรวจ น่าจะมีจำนวนมาก อีกไม่รู้เท่าไหร่

พวกแรงงานเหล่านี้ ไม่ว่าจะมาแล้วจดทะเบียนเป็นแรงงานต่างด้าว หรืออวตารหายไปเลย ซึ่งทั้งสองพวกไม่ได้เข้าเมืองมาเอง ต้องอาศัยขบวนการค้ามนุษย์ลักลอบพาเข้าเมืองทั้งนั้น เพราะฉะนั้น เมื่อสภาพปัญหาเป็นแบบนี้ จึงมีคำถามตามมาว่า คนที่การ์ดตกเป็นใครกันแน่

แน่นอน คนการ์ดตก ย่อมไม่ใช่ประชาชนคนไทย เพราะตลอดเวลาที่โควิด-19 หลายเดือนในช่วงต้นปี จนปราบเชื้อโควิด-19 หมดไปจากประเทศไทย ก็ด้วยที่ประชาชนคนไทยทุกระดับรับรู้ภัยพิบัติจากโควิด-19 และให้ความร่วมมือกับทางการทุกขั้นตอน

แถมยัง ช่วยเป็นหูเป็นตาให้ทางการ ในการควบคุมกันเอง ไม่ให้การ์ดตก คนไทยพร้อมใจกันใส่หน้ากากอนามัย รักษาระยะห่างทางสังคม และร่วมใจกันหยุดเชื้ออยู่บ้าน เพื่อชาติ นี่เป็นเหตุที่ทำให้ไทยปลอดเชื้อโควิดอยู่นานหลายเดือน จนไม่นึกว่า จะเจอในรอบใหม่นี้อีก ซึ่งจะควบคุมยากมาก เพราะมีคนติดเชื้อเยอะ เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงจะเอาอยู่หรือไม่

ส่วนประเด็นว่าใครการ์ดตก เมื่อมองไปที่กระทรวงสาธารณสุขก็คงไม่ใช่ ที่ผ่านฝ่ายสาธารณสุขกรำศึกหนักกว่าทุกฝ่าย ไม่ว่าหมอ พยาบาล เจ้าหน้าที่อสม. ทำงานหนักด้วยความเสียสละ ฝ่ายการเมืองก็ให้การสนับสนุนลุยเอาชนะโควิด-19 แบบการ์ดไม่ตก ตลอดมา

สถานการณ์ต่อจากนี้ ก็ต้องเป็นภาระของคนเหล่านี้ที่จะตามเช็ดขี้ เฝ้าระวังสกัดโรคไม่ให้แพร่ระบาด ออกไปเป็นวงกว้างออกไป ซึ่งประชาชนต้องไม่ลืมให้กำลังใจให้หมอ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ตลอดถึงฝ่ายการเมืองที่ดูแลงานด้านนี้

แต่ปัญหาโควิด-19 กลับมาระบาดอีกรอบ เป็นใบเสร็จที่ฟ้องว่า สาเหตุที่แรงงานต่างด้าวเข้ามาผิดกฎหมาย ไม่ผ่านการตรวจตราทางสาธารณสุขอย่างถูกต้อง แล้วนำโรคโควิดมาระบาด เพราะเจ้าหน้าที่ความมั่นคงไม่ทำหน้าที่ที่ซื่อสัตย์ ไม่เข้มงวดกับกฎหมาย หาเศษหาเลย รับส่วยรับผลประโยชน์ กันอย่างเห็นแก่ตัว ไม่มีจิตสำนึก รับผิดชอบต่อบ้านเมือง

ถ้ารัฐบาลยังการ์ดตก ไม่เด็ดขาด ในการจัดการพวกเจ้าหน้าที่ของรัฐที่รับส่วยแรงงานต่างด้าว โดยร่วมหากินกับขบวนการค้ามนุษย์ ปล่อยให้คนต่างชาติเข้ามาโดยไม่ผ่านการคัดกรองตามระเบียบอย่างถูกต้อง หากไม่มีการแก้ปัญหาที่ตรงจุด โควิด-19 รอบใหม่คงจะมาอีกหลายรอบ