xs
xsm
sm
md
lg

วอน“บิ๊กอู๊ด”ขันน็อตลูกน้อง หน่อย! ช่างซ่อมรถถูกวัยรุ่นดักตีเลือดอาบคดีอืด คนเจ็บวิ่งโร่หาหลักฐานเอง ส่อเค้าซ้ำ 7 โจ๋ลูกตร.รุมฟันชายพิการ

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



ส่อซ้ำรอยคดี 7 โจ๋ลูกตำรวจรุมฟันชายพิการส่งขนมปังตาย ช่างซ่อมรถยนต์ถูกวันรุ่น 4คนขี่มอเตอร์ไซค์ตาม ดักตีหัวเลือดอาบ มีกล้องวงจรปิดนับร้อยตำรวจ สน.โชคชัย ทำคดีไม้คืบอืดเป็นเรือเกลือ เหยื่อผวากลัวคนร้ายกลับมาก่อเหตุซ้ำ สุดอนาถ ตระเวนหาหลักฐานเอง วอน “บิ๊กอู๊ด” ตำรวจ“ใจนักเลง พูดตรงๆ ไม่มีอ้อมค้อม” ขันน็อตลูกน้องหน่อย เดี๋ยวมันจะกลายเป็นซ้ำรอยเดิมพวกกันซะงั่น


หากย้อนเวลาไปเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2559 เกิดเหตุ นายพีรพล หรือเปา ยศพงศ์อนันต์ นายอัครเดช หรืออั๋น ทัศนะ นายมนต์มนัส หรือเต้ย แสงโพธิ์ นายจตุพร หรือเบียร์ จันทร์โสภา นายเมฆ พลไกรษร นายอรินทร์หรือเตอร์ ยศพงศ์อนันต์ น.ส.ณัฐณิชา หรือเกม ฤทธิ์ล้ำเลิศ 7 วัยรุ่น ร่วมกันก่อเหตุ ทำร้ายร่างกาย สมเกียรติ ศรีจันทร์ ชายพิการ อาชีพส่งขนมปังร้านปังหอม ภายในซอยโชคชัย 4 ใช้อาวุธมีดรุมฟันจนเสียชีวิต เหตุเกิดในพื้นที่ สน.โชคชัย เพียงเพราะมองหน้าขับรถปาดหน้ากัน

โดยทั้งหมดถูกตั้งข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยมีอาวุธและร่วมกันพกพาอาวุธมีดไปในเมืองฯ โดยไม่มีเหตุอันควร” ต่อมาเมื่อวันที่ 19 พ.ย.62 ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งพิพากษายืนจำคุกคนละ 12-19 ปี จนเป็นข่าวโด่งเมื่อเกือบ 3 ปีก่อน และเป็นที่สนใจของสังคมอย่างมากในคดีนี้ เพราะผู้ต้องหาบ้างคนเป็นลูกตำรวจในพื้นที่ ส่อจะเป็นมวยล้มต้มคนดู แต่ทว่าไม่รอดพ้น ฝีมือ อย่าง พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลในขณะนั้น ลงมาคุมคดีเอง สั่งทำงานอย่างตรงไปตรงมา เรียกว่าชาวบ้านปรบมือกันเกรียวกราวได้ใจประชาชนเลยทีเดียว

ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเดิมพื้นที่ สน.โชคชัย อีกครั้ง เมื่อนายกฤตนัน ประทุมวัน อายุ 37 ปี ช่างซ่อมรถยนต์ เขาร้องเรียนสื่อมวลชน โดยลำดับเหตุการณ์ว่า เปิดอู้ซ่อมรถอยู่ภายในซอยโรงเรียนตรีวิทยา 22 ถูกกลุ่มวัยรุ่น 4 คน ขับรถจักรยานยนต์ไปดักทำร้ายร่างกาย ขณะเดินทางกลับจากไปส่งลูกสาวชั้น ม.2 ไปเรียน ขากลับต้องอาศัยเส้นทางผ่านหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านนั้น เพื่อจะกลับมารับลูกชายอีกคนไปส่งที่โรงเรียนอีกแห่ง มีวัยรุ่นขี่จักรยายนต์ 2 คัน ซ้อนท้ายกันมา 4 คน ทั้งหมดขับรถเข้ามาประกบแล้วก็ขับปาดหน้า อีกคันจอดปิดท้าย แล้ว 1 ใน 4 ถามว่ามองหน้าทำไม ก่อนจะใช้ท่อนเหล็กที่เตรียมมา ร่วมกันรุมทุบตี กระทั้งมีวินมอเตอร์ไซค์และชาวบ้านเข้ามาช่วยเหลือ กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวจึงขับจักรยานยนต์หลบหนีไป


“ภายหลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.อภิชา ชินกังสดาร รองสารวัตรสอบสวน สน.โชคชัย เมื่อวันที่ 24 กันยายน 63 ที่ผ่านมา ก่อนจะไปรักษาตัว แพทย์เย็บบาดแผลที่คิ้วซ้าย 14 เข็ม ตามตัวมีรอยบวมช้ำ ไปทั้งร่างกายส่วนในทางคดีได้พยายามติดต่อกับเจ้าหน้าที่แต่ก็ไม่มีความคืบหน้า ตนได้ขอความร่วมมือกับชาวบ้านร้านค้าต่างๆ ขอภาพวงจรปิด ที่จับภาพคนร้ายได้ ขณะลงมือ โดยทั้งหมดสวมหมวกกันน๊อกใช้มาร์สปิดหน้า ป้ายทะเบียนรถถูกปิดบัง เชื่อว่าไม่ใช่เหตุบังเอิญ คนร้ายจงใจมาก่อเหตุทำร้ายตน โชคดีที่ลูกสาวไม่ได้อยู่ด้วยตอนเกิดเหตุ ตอนนี้ก็อาศัยกันอยู่สามคนพ่อลูก อยากฝากเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยจับคนร้ายได้โดยเร็วต้องอยู่กันอย่างหวาดผวา โดยเฉพาะลูกสาวคนโตหวาดกลัวมากเป็นห่วงลูกทั้งสองคนมาก หากตนพิการหรือเสียชีวิตลูกทั้งสองคนจะลำบาก เพราะครอบครัวเรามีกันอยู่เท่านี้” อีกทั้งกลัวคนร้ายจะกลับมาก่อเหตุซ้ำอีก

ฟังเรื่องนี้แล้วก็ต้องฝาก พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. หรือ "บิ๊กอู๊ด" เจ้าของสื่อมวลชนตั้ง ฉายาให้เป็นนายตำรวจ “ใจนักเลง พูดตรงๆ ไม่มีอ้อมค้อม” ขันน็อตลูกน้องหน่อย ผ่านมาสิบกว่าวัน ยังไม่คืบหน้าอะไรเลย หรือตำรวจ สน.โชคชัย คลำทางแล้วไปเจอตอ คนกันเองมันจะส่อเค้าซ้ำรอยคดี 7 โจ๋ลูกตำรวจรุมฟันชายพี่การนะสิ สังคมต้องมากดดันคดีถึงจะเดิน แถมคนเจ็บต้องถือใบรับร้องแพทย์ บันทึกใบแจ้งความ วิ่งโร่ตระเวนหาข้อมูลกล้องวงจรเองตามตลาดร้านค้าใกล้ที่เกิดเหตุ มันดูไม่งามสักเท่าไหร่ ในเมื่อพื้นที่ สน.โชคชัย มีกล้องวงจรปิดเป็นร้อยตามสี่แยก สื่อมวลชนชาวบ้านเชื่อฝีมือนายตำรวจ“ใจนักเลง พูดตรงๆ ไม่มีอ้อมค้อม”อย่าง พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา พูดคำเดียวเดี๋ยวรู้เรื่อง...

ด้าน พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบช.น.กล่าวว่า ขณะนี้ฝ่ายสืบสวน สน.โชคชัย และ บก.น.4 อยู่ระหว่างติดตามตัวคนร้ายคดีมีความคืบหน้าไปมาก อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.พรทวี สมวงค์ ผกก.สน.โชคชัย ได้พูดคุยกับผู้เสียหายตลอดจนอยู่ในขั้นพอใจ คาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะมีความชัดเจนมากขึ้น


กำลังโหลดความคิดเห็น...