xs
xsm
sm
md
lg

ร.ต.อ.ปัดยิงเมียดับ ยอมรับเคยตบตีแต่ไม่เคยใช้ปืนจ่อหัว ยันผู้ตายถนัดทั้งสองมือ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



MGR Online - ผบก.น.4 ยอมรับคดีเมีย ร.ต.อ.ยิงตัวตาย ยังมีประเด็นต้องสงสัย จ่อตั้งกรรมการสอบวินัยไม่เก็บรักษาปืนให้ดี เจ้าตัวลั่นบริสุทธิ์ไม่ได้ก่อเหตุฆ่า ยอมรับเคยทะเลาะถึงขั้นตบตี แต่ไม่เคยใช้ปืนจ่อหัว ยันเมียถนัดทั้งสองมือ

วันนี้ (21 มิ.ย.) พล.ต.ต.ธีรพงษ์วงษ์รัฐพิทักษ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 (ผบก.น.4) กล่าวถึงความคืบหน้าคดี น.ส.พิมชฎาพร ภูแย้มไสย์ ภรรยา ร.ต.อ.ทรงกลด บุญส่ง รอง สว.สส.สน.วังทองหลาง ใช้อาวุธปืนยิงตัวตายในห้องพัก ย่านแฮปปี้แลนด์ ว่าคดีดังกล่าวอยู่ระหว่างสืบสวนความแน่ชัด ต้องรอความเห็นจากเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานกลาง และแพทย์ผู้ชันสูตร แต่ในทางคดียังมีข้อสงสัยอยู่หลายประการ และยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน ซึ่งทางตำรวจจึงยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วย เท่าที่ทราบเบื้องตันฝ่ายชายก็ดูแลฝ่ายหญิงเป็นอย่างดี แต่อาจมีทะเลาะเบาะแว้งกันบ้างซึ่งก็ต้องพิสูจน์ความจริงต่อไป อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ ทาง บก.น.4 ในฐานะที่เป็นต้นสังกัดของ ร.ต.อ.ทรงกลด จะมีการตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่าไปตามพยานหลักฐาน ส่วนทางวินัยก็ต้องดูว่ามีความผิดพลาดเกิดขึ้นหรือไม่ เพราะปืนเป็นของตำรวจ หากใครนำปืนไปยิงเจ้าของปืนถือว่ามีความผิดวินัย บกพร่องทางหน้าที่ด้วย เพราะไม่เก็บรักษาปืนให้ดี

ด้าน ร.ต.อ.ทรงกลดให้การว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงเวลาประมาณ 01.00 น.หลังจากตนเองเลิกงานที่ สน.วังทองหลาง ก็กลับมาที่บ้าน แต่กริ่งหน้าบ้านเสีย ประกอบกับตนเองก็ไม่มีกุญแจ จึงโทรศัพท์ไปหาผู้ตายให้ลงมาเปิดประตูให้ เมื่อผู้ตายเดินมาเปิดตนก็นั่งดูหนังที่ชั้นล่าง เมื่อดูหนังจบก็เดินขึ้นไปที่ชั้น 2 ก็เห็นทางผู้ตายมีอาการเครียด ไม่พูดไม่จา ตนก็ถามว่าเป็นอะไร แต่คนตายไม่ตอบ เดินไปนอนอีกห้อง ตนก็พยายามชวนคุย อีกฝ่ายก็ยังไม่ยอมตอบ และได้เดินเข้าไปอีกห้องก่อนปิดประตูล็อก ตนจึงใช้เท้ากระแทกประตูเปิดแล้วจึงไปจูงมือให้กลับมาคุยกันที่ห้องนอนตามปกติ ผู้ตายก็ยอมมานอนที่เตียงด้วย แต่ตนรู้ว่าอีกฝ่ายมีอาการเครียด กระทั่งพอช่วงเช้าก็ได้ยินเสียงปืนดัง จึงวิ่งลงมาดูพบว่าผู้ตายใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิต หลังเกิดเรื่องจึงแจ้งตำรวจและแจ้งทุกคนที่เกี่ยวข้อง

ร.ต.อ.ทรงกลดกล่าวว่า สำหรับผ้าที่คลุมศพนั้น ตนรอจนเจ้าหน้าที่เก็บหลักฐานจนหมดแล้วจึงเรียกเจ้าหน้าที่มูลนิธิมาเก็บศพ จึงเอาผ้ามาคลุมไว้ แต่ไม่ได้คลุมไว้ตั้งแต่แรก ส่วนปืนที่ใช้ก่อเหตุนั้นเป็นปืนของตนเอง ปกติจะเอาใส่กระเป๋าไว้ที่ห้องนอนชั้น 2 โดยมีกระสุนคาไว้ แต่ตนไม่ขึ้นนก ปืนจะลั่นเองไม่ได้เด็ดขาด ต้องขึ้นนกก่อนถึงจะยิงได้ ส่วนที่ว่ากระสุนเข้าขมับซ้าย ทางญาติติดใจเพราะคนตายถนัดมือขวา ยืนยันว่าผู้ต้ายถนัดทั้งสองมือ

ร.ต.อ.ทรงกลดกล่าวด้วยว่า สำหรับเรื่องการทะเลาะจนถึงขั้นทำร้ายร่างกายกันนั้น ที่บอกว่าเคยเอาปืนจ่อหน้าผู้ตายนั้นไม่เคยทำ แต่ยอมรับว่าเคยทะเลาะกัน และเคยใช้กำลังด้วยการตบไปที่ใบหน้า เนื่องจากภรรยาพยายามจะเอาลูกกลับไปที่ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งตนไม่อยากให้เอากลับไป จนเกิดการยื้อแย่งกัน ปกติผู้ตายชอบประชดบอกว่าจะพาลูกกลับแบบนี้เสมอ ที่ผ่านมาตนรู้ว่าคนตายเครียดเรื่องที่มารดาป่วยเป็นเบาหวานต้องเข้าโรงพยาบาล ตนก็ให้เงินใช้เดือนละ 15,000 บาท คนตายก็ขายของเสื้อผ้าออนไลน์เพื่อหาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายให้แม่ใช้รักษาตัว

“ขอยืนยันความบริสุทธิ์ใจ ผมไม่ได้ก่อเหตุ ทางครอบครัวของผู้เสียชีวิตคิดว่าผมอาจมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ขอยืนยันว่าไม่ได้ทำ และไม่มีเหตุผลที่จะทำ เพราะเขาคือคนที่รักและมีลูกด้วยกัน ก่อนหน้านี้ยอมรับว่าครอบครัวของแฟนไม่ชอบผมจริงและไม่เคยเจอกัน มีเพียงพูดคุยกับแม่แฟนผ่านโทรศัพท์มือถือเท่านั้น เพราะทางแฟนไม่เคยพาไปพบหน้าครอบครัวอีกฝ่ายเลย ทางผมก็พยายามพิสูจน์ให้แม่ของแฟนเห็นว่าผมสามารถดูแลลูกของเขาได้ จึงได้ซื้อบ้านเมื่อ 3 เดือนก่อน เพื่อทำให้เห็นว่าลูกของเขาจะไม่ลำบาก” ร.ต.อ.ทรงกลดระบุ

ด้าน พ.ต.อ.รุ่งสกุล บุญกระพือ ผกก.สน.ลาดพร้าว กล่าวว่า คดีมีความคืบหน้าไปมาก แต่ขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาต่อ ร.ต.อ.ทรงกลด โดยจากการสอบปากคำเจ้าตัวก็ยังยืนยันว่าเป็นเหตุฆ่าตัวตาย แต่บางเรื่องก็อยู่ในสำนวนไม่สามารถเปิดเผยได้ ทั้งเรื่องว่าผู้ตายถนัดมือข้างใด ซึ่งคดีนี้ตำรวจจะใช้หลักฐานนิติวิทยาศาสตร์เป็นหลัก เนื่องจากขณะเกิดเหตุไม่มีประจักษ์พยาน นอกจากตัว ร.ต.อ.ทรงกลด กับผู้ตาย ยืนยันจะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ส่วนประเด็นผ้าคลุมศพนั้น ขณะที่ตำรวจไปถึงที่เกิดเหตุไม่มีผ้าคลุมไว้ แต่อยู่บนโซฟา เช่นเดียวกับอาวุธปืนก็วางอยู่บนโซฟาตามปกติ ไม่พบว่ามีการเคลื่อนย้ายหลักฐานแต่อย่างใด ขณะนี้ต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ ทั้งคราบเขม่าดินปืนทั้งในตัวผู้ตาย และ ร.ต.อ.ทรงกลด รวมทั้งผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์อื่นๆ


กำลังโหลดความคิดเห็น...