xs
xsm
sm
md
lg

“ไบรท์” ร่ำไห้-เสียใจ บอก “พี่ยุทธ” อดีตพิธีกรรายการเล่าข่าวชื่อดัง ซื่อสัตย์ต่ออาชีพ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



MGR Online - “ไบรท์ พิชญทัฬห์” เปิดใจด้วยเสียงสั่นเครือ ทั้งเสียใจและเสียดาย “สรยุทธ” ถูกตัดสินจำคุก 6 ปี 24 เดือน เผย “พี่ยุทธ” ซื่อสัตย์ต่ออาชีพและคนดู

วันนี้ (21 ม.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 08.45 น. นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา กก.ผจก.บจก.ไร่ส้ม และอดีตพิธีกรรายการเล่าข่าวชื่อดัง เดินทางมาที่ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง เพื่อฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ นายสรยุทธเป็นจำเลย ร่วมกับนางพิชชาภา หรือนางชนาภา บุญโต อดีตพนักงานจัดทำคิวโฆษณาของ บมจ.อสมท จำเลยที่ 1, บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 2, นายสรยุทธ จำเลยที่ 3 และ น.ส.มณฑา ธีระเดช พนักงาน บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 4

ในความผิดฐานเป็นพนักงานเรียกรับทรัพย์สินฯ, เป็นพนักงานฯ ใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่องค์กร, เป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ และสนับสนุนพนักงานกระทำความผิดดังกล่าว ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ

กรณีเมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2548 - 28 เม.ย. 2549 ต่อเนื่องกัน นางพิชชาภา ซึ่งเป็นพนักงานจัดทำคิวโฆษณาของ บมจ.อสมท ได้จัดทำคิวโฆษณารวมในรายการ “คุยคุ้ยข่าว” โดยใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต ไม่รายงานการโฆษณาเกินเวลาเพื่อเรียกเก็บค่าโฆษณาเกินเวลาจาก บจก.ไร่ส้ม จำนวน 17 ครั้ง ทำให้ บมจ.อสมท เสียหายกว่า 138 ล้านบาท และยังได้เรียกรับเอาเงินกว่า 6 แสนบาทจากบริษัท ไร่ส้ม, นายสรยุทธ และ น.ส.มณฑา ที่ให้การสนับสนุนในการกระทำความผิด

โดยจำเลยทั้งหมด ให้การปฏิเสธต่อสู้คดี

คดีนี้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้จำคุกนางพิชชาภา อดีตพนักงาน บมจ.อสมท จำเลยที่ 1 ฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับหรือยอมรับทรัพย์สินฯ เป็นเวลา 20 ปี, ปรับ บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 2 จำนวน 80,000 บาท, ส่วนนายสรยุทธ และ น.ส.มณฑา จำเลยที่ 3-4 ให้จำคุกคนละ 13 ปี 4 เดือน โดยไม่รอลงอาญา ซึ่ง บจก.ไร่ส้ม, นายสรยุทธ, น.ส.มณฑา จำเลยที่ 2-4 ได้ยื่นฎีกาโดยมีผู้พิพากษาในศาลชั้นต้นเซ็นชื่อรับรองฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามขั้นตอนของกฎหมาย

เนื่องจากคดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่าง หรือเพียงแต่แก้ไขเล็กน้อย และให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี หรือปรับหรือทั้งจำทั้งปรับแต่โทษจำคุกนั้นไม่เกิน 5 ปี หรือคดีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับแล้วศาลอุทธรณ์ยังคงลงโทษจำเลยไม่เกินกำหนดดังกล่าว หากจะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องมีผู้พิพากษาในสำนวน หรือที่ทำความเห็นแย้งในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ หรืออัยการสูงสุดเซ็นรับรองว่ามีเหตุอันควรที่ศาลสูงสุดจะได้วินิจฉัย

โดยจำเลยทั้งหมดได้รับการปล่อยชั่วคราว ตีราคาประกันคนละ 5 ล้านบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล


ความคืบหน้าล่าสุด ภายหลังศาลพิพากษาเสร็จ น.ส.พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ หรือไบรท์ พร้อมนายภาษิต อภิญญาวาท หรือไก่ และนายเจริญพร อ่อนละม้าย หรือโก๊ะตี๋ ที่เดินทางมาให้กำลังใจนายสรยุทธ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนโดย น.ส.พิชญทัฬห์กล่าวว่า พวกเราให้กำลังใจพี่สรยุทรในการต่อสู้คดีมาโดยตลอด ทุกคนที่ทำงานทั้งที่อยู่เบื้องหน้าและเบื้องหลังก็คอยให้กำลังใจด้วย เรารู้สึกเสียใจและตัวนายสรยุทธก็เสียใจมากเช่นกัน

น.ส.พิชญทัฬห์กล่าวต่อว่า สิ่งที่พี่สรยุทธเจ็บปวดมาตลอด คือ การถูกกล่าวหาว่าไปเบียดบังเวลาของ อสมท พี่สรยุทธได้ต่อสู้ว่าในรายการคุยคุ้ยข่าว มีโฆษณาทั้งหมดอยู่ 10 นาที แบ่งเป็น ไร่ส้ม 5 นาที ส่วน อสมท 5 นาที ไม่ใช่ลักษณะที่ อสมท ขายโฆษณาได้ 2 นาที แล้วไร่ส้มไปเอาเวลาที่เหลืออีก 3 นาทีของ อสมท มาใช้ ซึ่งโฆษณาที่เกินของไร่ส้ม มูลค่า 138 ล้านบาท ขณะที่ของ อสมท ประมาณ 237 ล้านบาท นอกจากนี้ พี่สรยุทธต่อสู้ว่า โฆษณาที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้พยายามปกปิด เพราะเรื่องโฆษณาที่เกินในแต่ละวันนั้นไม่สามารถปกปิดได้ หากมีโฆษณาเกินเพียง 1-2 วัน ก็จะถูกตรวจสอบพบแล้ว

น.ส.พิชญทัฬห์กล่าวด้วยว่า กรณีโฆษณาเกินของบริษัท ไร่ส้ม มีการส่งคิวโฆษณาที่เกินอย่างเปิดเผย และมีการเกินต่อเนื่อง 500 กว่าวัน ดังนั้น พี่สรยุทธก็ต่อสู้ว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่จะปกปิด หรือผู้บริหารจะไม่ทราบ หรือเจ้าหน้าที่ธุรการเพียงคนเดียวสามารถปกปิดได้ ซึ่งตามกระบวนการขั้นตอนส่งคิวโฆษณาก็จะมีระบบการตรวจสอบอยู่แล้ว ส่วนประเด็นเรื่องเช็ค 6 ฉบับ พี่สรยุทธต่อสู้ว่า เช็คที่สั่งจ่ายแต่ละฉบับมีที่มาที่ไปอย่างไร เป็นค่าใช้จ่ายอะไร ที่พี่สรยุทธชี้แจง คือ จำนวนเงินไม่สัมพันธ์กับจำนวนเวลาโฆษณาที่เกิน และเป็นการจ่ายลักษณะหักภาษี ณ ที่จ่าย ถ้าจะกระทำการทุจริตจริงๆ จะทำแบบนี้ทำไม โดยชี้แจงต่อศาลว่า เป็นการจ่ายค่าช่วยประสานงานด้านการตลาด ซึ่งไม่เกี่ยวอะไรกับการปกปิด ที่ผ่านมา พวกเรารู้สึกดีใจที่ทางคณะกรรมาธิการ สนช. เข้าใจว่า คดีไร่ส้มที่เกิดขึ้น เป็นลักษณะของไทม์แชร์ริ่ง หรือแชร์โฆษณากัน อย่างน้อยก็มีหลายคนที่เข้าใจในประเด็นที่พี่สรยุทธพยายามต่อสู้ชี้แจง

น.ส.พิชญทัฬห์กล่าวต่อว่า ในฐานะเพื่อนร่วมกันและคนใกล้ชิด ตนรู้สึกเสียใจ เห็นใจ และเสียดาย เพราะนายสรยุทธ เป็นคนตั้งใจทำงาน ซื่อสัตย์ต่ออาชีพของตัวเองและคนดู ซึ่งเป็นสิ่งที่นายสรยุทธสอนพวกเรามาโดยตลอดว่าเราต้องรับผิดชอบต่อคนดู โดยนายสรยุทธรักอาชีพนี้มาก หากว่าพวกเราจะได้เห็นน้ำตาของนายสรยุทธก็คือ ทุกครั้งที่นายสรยุทธเสียใจที่ต้องหยุดทำงานข่าว เพราะการทำงานเป็นชีวิตของนายสรยุทธ บางครั้งประโยคที่พวกเราได้ยินบ่อยๆ คือ “น้องรู้มั้ย บางทีพี่ไม่อยากจะเปิดทีวีดูเลย เพราะพี่ไม่อยากเห็นรายการที่ตัวเองเคยทำ” ซึ่งนายสรยุทธได้พูดกับตนว่า เมื่อเราต่อสู้ดีที่สุดแล้วก็ต้องเคารพกติกา ในเมื่อเราต่อสู้แล้ว ศาลตัดสินแล้ว เราก็ต้องอยู่ในกติกา และที่นายสรยุทธยืนยันมาตลอด คือ ไม่คิดที่จะหลบหนี เพราะฉะนั้น ในวันนี้นายสรยุทธมาศาล จึงได้แสดงให้เห็นแล้วว่าได้ทำตามที่พูดไว้ ยืนยันว่านายสรยุทธมีกำลังใจดี

ด้านนายเจริญพร อ่อนละม้าย หรือโก๊ะตี๋ อารามบอย ได้ให้ข้อมูลว่า นายสรยุทธเคยกล่าวกับตนไว้ว่า วันที่ไม่ได้ทำงานข่าวคือวันที่เขารู้สึกเสียใจมากที่สุด นายสรยุทธเป็นคนที่รักในงานข่าวมาก ความสุขของเขาคือการเล่าข่าวว่าบ้านเมืองเป็นอย่างไรบ้าง ทั้งนี้ ตนเคยถามเรื่องแนวทางคดีกับนายสรายุทธเช่นกัน ซึ่งนายสรยุทธก็ตอบว่าไม่คิดหนีไปไหน นี่เป็นแผ่นดินพ่อแม่ พร้อมจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและสู้เท่าที่เรามีข้อมูลอยู่ และนายสรยุทธได้ทำตามคำพูด เข้าต่อสู้ตามแนวทางกฎหมายและยอมรับในคำตัดสิน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากต้องติดคุกก็ติดไป เดี๋ยวออกมา ไม่ได้ตายจากไปไหน ตนเชื่อว่านายสรายุทธมีกำลังใจดีมาก เพราะเป็นคนที่ให้กำลังใจคนอื่นและให้กำลังใจตัวเองได้เป็นอย่างดี








กำลังโหลดความคิดเห็น...