xs
xsm
sm
md
lg

ตร.สิงคโปร์ส่งข้อมูลกองปราบฯจับคนร้ายหนีกบดานในไทย ชมไขคดีระเบิดป่วนกรุงรวดเร็ว

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


กองปราบจับมือตำรวจสิงคโปร์ไล่ล่าอาชญากรรม เยี่ยมสำนักงานใหญ่เฟซบุ๊กลุยแก้อาชญากรรมในโลกออนไลน์ ก่อนประสานข้อมูลตามจับคนร้ายหนีมากบดานในไทย ยกย่องตำรวจไทย คลีคลายคดีระเบิดในกรุงเทพได้รวดเร็ว

วันนี้ (19 ต.ค.)ที่ กองปราบปราม พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป.เปิดเผยว่า เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. ได้มอบหมายให้ตนเอง พร้อมด้วย พ.ต.ท.ยิ่งยศ ลีชัยอนันต์ สว.กก.สนับสนุน บก.ป.และเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบงานปฏิบัติการด้านข่าวสารและแกะรอยทางเทคโนโลยีเดินทางไปดูงานสำนักงานตำรวจสอบสวนกลาง ประเทศสิงคโปร์ (Criminal Investigation Department : CID) เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดที่นำไปสู่การพัฒนาเขี้ยวเล็บของตำรวจทั้งสองประเทศ โดยมี สจ๊วต ไล ผู้กำกับการหัวหน้าฝ่ายประสานงานและฝึกอบรม สำนักงานตำรวจสอบสวนกลาง ประเทศสิงคโปร์ และ รอย ลิม ผู้กำกับการหัวหน้าฝ่ายคดีระเบิด แผนกคดีอาชญากรรมหลัก ร่วมกับให้ข้อมูล

พ.ต.อ.เนติ กล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลางของสิงคโปร์รู้สึกดีใจมากที่ตำรวจกองปราบปรามเมืองไทยเดินทางมาพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูล หลังจากก่อนหน้านี้เคยมีนักเรียนจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจเข้ามาเยี่ยมชมกิจการบางส่วน โดยตำรวจสอบสวนกลางที่นั้นก็ทำงานคล้ายกับประเทศเรา เขาได้วางรากฐานการทำงานภายใต้วิสัยทัศน์ “ป้องกัน ขัดขวาง ปราบปรามอาชญากรรมผ่านงานสืบสวนที่มีประสิทธิภาพ” มีหน้าที่หลักในการสืบสวนคดีอาชญากรรมร้ายแรงและละเอียดอ่อน เป็นคดีพิเศษเกี่ยวกับองค์กรอาชญากรรม คดีฉ้อโกง ละเมิดลิขสิทธิ์ บ่อนการพนันออนไลน์ผิดกฎหมาย คดีเกี่ยวกับเพศ คดีระเบิด คดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่กำลังพุ่งสูงขึ้นตามโลกอินเตอร์เน็ต รวมไปถึงงานข่าวกรองที่มีหน้าที่รับผิดชอบคล้ายกับกองบัญชาการตำรวจสันติบาลเมืองไทย

“อาชญากรรมของเขาตอนนี้ไม่ต่างจากไทย คือ อาชญากรรมบนถนนหรือต่อบุคคลลดลง แต่คดีโกงผ่านระบบอินเทอร์เน็ตนั้นกำลังเพิ่มสูงขึ้น เช่น การฉ้อโกงออนไลน์ หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่ทั้งสองประเทศจะได้ร่วมแก้ปัญหาหานี้ร่วมกัน” พ.ต.อ.เนติ กล่าว

พ.ต.อ.เนติ กล่าวต่อว่า ตำรวจสิงคโปร์จะช่วยเชื่อมกับเฟซบุ๊กซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในประเทศสิงคโปร์ในการแลกเปลี่ยนและการเข้าถึงข้อมูลด้วย ซึ่งจะทำให้การแก้ปัญหาอาชญากรรมทั้งสองประเทศนั้นเป็นไปได้ด้วยดี อย่างไรก็ตามการแลกเปลี่ยนข้อมูลในครั้งนี้ ตำรวจสอบสวนกลางประเทศสิงคโปร์มีความสนใจอย่างยิ่งที่ตำรวจไทยสามารถคลี่คลายคดีระเบิดหลายจุดใจกลางกรุงเทพฯเมื่อวันที่ 31 ก.ค.- 2 ส.ค.ที่ผ่านมาได้ในเวลาอันรวดเร็ว เมื่อพวกเขาสนใจและติดตามข่าวมาตลอดจึงทึ่งในศักยภาพของตำรวจไทยที่คลายปมคดีวินาศกรรมเมืองหลวงได้อย่างรวดเร็ว

พ.ต.อ.เนติ กล่าวด้วยว่า ตำรวจสิงคโปร์ได้ให้ตำรวจไทยช่วยสืบสวนจับกุมอาชญากรอย่างน้อย 3 รายที่เชื่อว่า หลบหนีเข้ามาในประเทศไทยหลังจากก่อเหตุฆาตกรรม โดยคนร้ายในสองคดีแรกเป็นชาวจีนและคนสุดท้ายเป็นชาวอินโดนีเซีย ซึ่งทั้งสามคดีกองปราบรับปากว่าจะช่วยสืบสวนติดตามจับกุมตัวให้ ซึ่งตำรวจสิงคโปร์จะส่งรายละเอียดมาให้อีกครั้ง ในขณะเดียวกันเรากำลังตรวจสอบว่าสิงคโปร์จะช่วยเราอย่างไรได้บ้างในการป้องกันอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งจะมีการหารือกันต่อไป

นอกจากนี้ พ.ต.อ.เนติ ได้นำคณะ เดินทางไปยังสำนักงานใหญ่เฟซบุ๊ก ประเทศสิงคโปร์ เข้าพบกับ Mr.Rob Abrams ผู้จัดการฝ่ายความมั่นคงและรักษาความปลอดภัยของเฟซบุ๊กต้อนรับ โดย พ.ต.อ.เนติ กล่ววว่า รายละเอียดของการเข้าพบกันนั้นไม่สามารถเปิดเผยได้มากนักเพราะส่วนใหญ่เป็นข้อมูลลับ แต่เฟซบุ๊กพร้อมให้ความร่วมมือในการประสานงานการทำงานเกี่ยวกับการใช้กฎหมายของตำรวจไทยเพื่อพัฒนาให้ดีขึ้น เขาทำหน้าที่เหมือน “ทูตตำรวจของเฟซบุ๊ก” ท่ามกลางสถานการณ์ของอาชญากรรมในโลกออนไลน์ไร้พรมแดน

พ.ต.อ.เนติ กล่าวด้วยว่า Mr.Rob ให้ข้อมูลว่า ตัวเลขประชากรของไทยมีจำนวน 75 ล้านคน แต่มีสถิติคนสร้างบัญชีใช้เฟซบุ๊กมากถึง 53 ล้านคน และเป็นคนวัยทำงานมากที่สุดในโลก ในจำนวนทั้งหมดนี้เชื่อว่ามีทั้งคนดีและคนไม่ดีเล่นเฟซบุ๊ก ส่วนหนึ่งก็ใช้ในการก่ออาชญากรรมจึงต้องเดินทางมาประสานงานโดยตรง เพื่อลดอาชญากรรมบนเฟซบุ๊ค เบื้องต้น เฟซบุ๊กบอกชัดเจนถึงนโยบายความเป็นส่วนตัวว่าคืออะไร และยินดีจะให้ความช่วยเหลือผู้บังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ แต่ก็ต้องปกป้องนโยบายความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ด้วย ทั้งนี้ที่ผ่านมาทีมงานของเฟซบุ๊กได้มีส่วนเข้าไปช่วยลดภัยคุกคามต่างๆ คอยแลกเปลี่ยนข่าวกรองของแต่ละประเทศ พร้อมให้ความช่วยเหลือทุกเรื่อง แต่ด้วยข้อจำกัดของพนักงานที่มีน้อยจำเป็นต้องเรียงลำดับความสำคัญของแต่ละคดี

“เฟซบุ๊กยืนยันว่าคอยเป็นหูเป็นตาช่วยเหลืองานความมั่นคงของแต่ละประเทศ มีตั้งแต่การป้องกันการก่อการร้าย ติดตามคดีเด็กถูกลักพาตัวหรือล่วงละเมิด และคดีค้ามนุษย์ ร่วมกับหน่วยบังคับใช้กฎหมายหลายประเทศทั่วโลก เป็นสามคดีหลักที่เขาจะให้ความช่วยเหลือตำรวจทุกประเทศ แต่หากเป็นคดีการเมืองภายในประเทศ เขาไม่สามารถช่วยเหลือได้ เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับนโยบายความเป็นส่วนตัว แต่อย่างไรก็ตามเขาจะคุยกับองค์กรรักษากฎหมายของแต่ละประเทศเท่านั้น ไม่ได้รับแจ้งจากคนทั่วไป ซึ่งเป็นเรื่องดีที่เราได้มาประสานงานในครั้งนี้” พ.ต.อ.เนติ กล่าว

พ.ต.อ.เนติ กล่าวอีกว่า คดีเด็กถูกลักพาตัวที่ต่างประเทศนั้นเฟซบุ๊กเขาให้ความสำคัญมาก เมื่อเฟซบุ๊กได้รับการแจ้งข้อมูลแล้วก็จะกระจายรายละเอียดอย่างรวดเร็วเพื่อหาเบาะแสติดตาม เน้นยิงข้อมูลไปในพื้นที่ต้องสงสัย ไม่ได้กระจายถึงกลุ่มคนทั่วโลกเป็นการทำงานเชิงรุกแบบเรียลไทม์ และอีกหลายคดีที่เฟซบุ๊กมีส่วนช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ทั้งกลุ่มมิจฉาชีพแฮกบัญชีเหยื่อ คดีฉ้อโกงทรัพย์ คดีประทุษร้ายต่อเพศ การฆ่าตัวตาย รวมไปถึงความปลอดภัยของชาติจำพวก ภัยก่อการร้าย กลุ่มซ้ายจัด-ขวาจัด ผ่านเจ้าหน้าที่ของเฟซบุ๊ก อย่างไรก็ตามสิ่งที่เฟซบุ๊กกังวล คือ หน่วยงานราชการของประเทศไทยที่บังคับใช้กฎหมายหลายหน่วยที่มีเพจของเฟซบุ๊กยังไม่ได้รับการการันตีอย่างเป็นทางการของเฟซบุ๊กว่า “เป็นหน่วยงานของรัฐ” หรือ “บลูติก-Blue Tik” จึงทำให้ยากต่อการประสานข้อมูลออนไลน์ในเวลาอันรวดเร็ว

"จากการประสานงานกับเฟซบุ๊กครั้งนี้ กองปราบจะเดินหน้าเป็นหน่วยงาน นำร่องหน่วยแรก ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าที่จะทำหน้าที่ประสานข้อมูลกับเฟซบุ๊ก และรับข้อมูลจากประชาชนเพื่อเป็นช่องทางในการป้องกันการก่อการร้าย ติดตามคดีเด็กถูกลักพาตัวหรือล่วงละเมิดทางเพศ และคดีสำคัญอย่างการค้ามนุษย์ เพื่อลดปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งจะเสนอต่อ พล.ต.ต.จิรภพ ผลักดันในเป็นรูปธรรมต่อไป

ด้าน พล.ต.ต.จิรภพ กล่าวว่า กองปราบปรามให้ความสำคัญกับอาชญากรรมในโลกออนไลน์เพราะเป็นอาชญากรรมที่กำลังเติบโตในทุกประเทศทั่วโลก จึงขยายความร่วมมือไปยังประเทศต่างๆ เริ่มจากอาเซียนและหน่วยงานเอกชนที่เกี่ยวข้องกับโลกออนไลน์เพื่อสร้างความร่วมมือ ทั้งนี้เริ่มจากสิงคโปร์เพราะมีระบบการป้องกันอาชญากรรมที่ดีและมีสำนักงานใหญ่ของเฟซบุ๊กตั้งอยู่ คาดว่าจะสามารถเดินหน้าลดอาชญากรรมได้อย่างรวดเร็ว




กำลังโหลดความคิดเห็น...