xs
xsm
sm
md
lg

3 พี่น้องพิการร้อง "ทนายรณรงค์" ถูกโกงหลังใช้ชื่อหลานสาวซื้อที่ดิน พร้อมเงินสดกว่า 5 แสนบาท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


MGR Online - ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ร้องขอความเป็นธรรมและปรึกษาข้อกฎหมาย หลังถูกหลานสาว 2 คนโกงที่ดินจำนวน 20 ตารางวาพร้อมอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 3 คูหา ย่านบางมด พร้อมเงินสดที่ฝากไว้จำนวนกว่า 5 แสนบาท

วันนี้ (16 ต.ค.) เมื่อเวลา 15.30 น. ที่สำนักงานทนายคู่ใจ ถนนแจ้งวัฒนะ ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี น.ส.ศรีไพร ไกรทัด อายุ 69 ปี พิการขาทั้ง 2 ข้างหลังถูกยิงที่กระดูกสันหลัง พร้อมด้วยน้องชาย 2 คน นายศรายุทธ ไกรทัด อายุ 66 ปี (ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ ) นายพิทักษ์ ไกรทัด อ่ยุ 61 ปี พิการขาทั้ง 2 ข้างตั้งแต่กำเนิด) เดินทางเข้าพบ ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ร้องขอความเป็นธรรมและปรึกษาข้อกฎหมาย หลังถูกหลานสาว 2 คนโกงที่ดินจำนวน 20 ตารางวาพร้อมอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 3 คูหา ในพื้นที่ แขวงบางมด เขตบางขุนเทียน กทม.และเงินสดที่ฝากไว้จำนวน 500,000 กว่าบาทไป ปัจจุบันไม่สามารถติดต่อทั้งาสองคนได้

น.ส.ศรีไพร ไกรทัด อายุ 69 ปี พิการขาทั้ง 2 ข้างหลังถูกยิงที่กระดูกสันหลัง กล่าวว่า ตนเป็นคนพิการหลังถูกยิงต้องผ่าตัดกระดูกสันหลังเมื่อปี 2529 ทำให้ขาพิการทั้ง 2 ข้าง มีอาชีพเป็นแม่ค้าขายผลไม้ ปัจจุบันไม่สามารถทำงานได้เนื่องจากชรามากไม่มีแรง เมื่อปี 2556 ที่ดินและอาคารพาณิชย์ที่ นายพิทักษ์ เช่าอยู่อาศัยเจ้าของต้องการขาย ตนเกรงว่าน้องชายจะไม่มีที่อยู่ และน้องชายไม่มีเงินที่จะซื้อตนจึงได้ซื้อให้น้องเช่าอยู่แทน โดยน้องชายเป็นคนติดต่อกับเจ้าของที่ดินและทำการซื้อขาย โดยตนได้ซื้อและใช้ชื่อหลานสาว 2 คนคือ น.ส.ฟารีนา (นามสมมุติ) ปัจจุบันอายุ 50 ปี และ น.ส สุไล (นามสมมุติ) ปัจจุบันอายุ 30 ปีกว่า ซึ่งตนเคยเลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากตนพิการไม่สะดวกในการเดินทางจึงให้หลานทั้ง 2 คนและน้องชายไปทำการซื้อขายที่ดินแทน


ในขณะนั้นตนก็ทำมาหากินไปได้มีการฝากเงินที่เก็บสะสมและจากการเล่นแชร์ฝากไว้ที่ น.ส.ฟารีนา จำนวนกว่า 500,000 บาท เพราะตนไม่สามารถเดินทางไปทำธุรกรรมได้ ซึ่งหลานไม่เคนมาดูแล แต่เมื่อเดือน มิ.ย.62 ตนตนป่วยต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลหลังออกมาตนไม่สามารถทำงานได้จึงต้องการให้กลานโอนที่ดินและเงินสดคืนให้เพื่อนำมาไว้เป็นค่าเลี้ยงชีพตน แต่หลานไม่ยอมคืนให้และไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย จึงได้เดินทางมาปรึกษาทนายเพื่อให้ช่วยเหลือทางด้านกฏหมายว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง

นายพิทักษ์ ไกรทัด อ่ยุ 61 ปี พิการขาทั้ง 2 ข้างตั้งแต่กำเนิด) กล่าวว่า เรื่องที่ดินตนยืนยันว่าพี่สาวเป็นคนซื้อจากเงินน้ำพักน้ำแรงที่เก็บมา ตนและภรรยาเป็นคนติดต่อเจ้าของที่ให้ แต่พี่สาวพิดารวันที่ซื้อจึงให้หลานสาวทั้ง 2 คนเป็นคนไปดำเนินการ ซึ่งตนและภรรยาก็อยู่ด้วยแต่เมื่อพี่สาวต้องการที่ดินคืนเพื่อไว้เก็บค่าเช่ากินตอนแก่ หลานสาวกลับไม่ยอมคืน ที่ดินนี้เป็นของพี่สาวตนไปสาบานต่อพระเจ้าก็ได้

ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม กล่าวว่า ตามกฏหมายถ้าที่ดินเป็นของคุณยายจะมี 2 ส่วนให้ถือแทนไว้ ต้องฟ้องเรียกคือ หรือเป็นการให้โดยเสน่หาก็ฟ้องด้วยเหตุเนรคุณ กฏหมายเปิดช่องไว้อยู่แล้ว โดยเอาคนขายที่มาเบิกความว่าใครเป็นคนซื้อที่ดินแปลงนี้กันแน่ สำหรับเงินสดต้องดูว่ามีอยู่จริงไหม ถ้ามีอยู่จริงและคุณยายฝากไว้ และไม่ให้คืน อาจถูกดำเนินคดีเรื่องยักยอกทรัพย์ได้ คดรนี้ถ้าคุณยายให้ห้องก็จะฟ้องและยื่นเรื่องต่อศาลดำเนินคดีไป
โดยทั้งคุณยายและน้องชายได้ฝากข้อความถึงหลานสาวทั้ง 2 คนว่าให้โอนที่ดินและเงินสดคืนก่อนที่จะมีการฟ้องร้องกัน ให้เห็นแก่คนชราที่พิการจะได้เก็บไว้เลี้ยงชีพตอนแก่เพราะเป็นสมบัติชิ้นสุดท้าย หรือถ้ายืนยันว่าที่ดินเป็นของหลานก็ท้าให้มาสาบานต่อพระอัลเลาะห์




กำลังโหลดความคิดเห็น...