xs
xsm
sm
md
lg

หากินกับศพ! กองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์สามชุกแห่ร้องดีเอสไอ ถูกโกงค่าทำศพ 100 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


MGR Online - สมาชิกกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ อ.สามชุก จาก 7 ตำบล ร้องดีเอสไอถูกผู้บริหารหักค่าทำศพไม่เป็นธรรม ขอให้รับเป็นคดีพิเศษ หวั่นผู้มีอิทธิพล มูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท

วันนี้ (24 ก.ย.) เวลา 11.00 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พล.ต.เกรียงศักดิ์ มันตะสูตร พร้อมด้วย นายศักดิ์ชาย ชาติเจริญรัตน์ และตัวแทนชาวบ้านผู้เสียหายจาก อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี ประมาณ 70 ราย เดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อ พ.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ รองโฆษกดีเอสไอ เพื่อขอให้รับเป็นคดีพิเศษ กรณีการทุจริตเงินช่วยเหลือของคณะกรรมการบริหารสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์กองทุนหมู่บ้าน อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี และใช้จ่ายเงินสมาคมฯ ผิดข้อบังคับสมาคมฯ ไม่เป็นไปตาม พ.ร.บ.การฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2545 มูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท

นายศักดิ์ชายกล่าวว่า สมาคมดังกล่าวจดทะเบียนกับเทศบาลสามชุก เมื่อเดือน พ.ย. 2551 มีชาวบ้านเป็นสมาชิกจาก 7 ตำบลในอำเภอสามชุก ประมาณ 12,000 คน เก็บค่าสมาชิกแรกเข้าคนละ 200 บาท รวมเป็นเงินกองทุนกว่า 2,400,000 บาท เพื่อเป็นค่าจัดงานศพให้กับสมาชิกที่เสียชีวิตรายละ 120,000 บาท อีกทั้งในแต่ละครั้งหากมีสมาชิกเสียชีวิต ทางผู้บริหารสมาคมฯ จะมีการเรียกเก็บเงินจากสมาชิกทั้งหมดศพละ 10 บาท เพื่อช่วยเหลือค่าทำศพ รวมเป็นเงินกว่า 120,000 บาท ให้แก่ญาติผู้เสียชีวิต แต่กลับถูกผู้บริหารสมาคมฯ หักเงินได้ไม่ครบอ้างว่าจำนวนเงินที่เหลือเป็นการบริจาคเพื่อเป็นทุนสำรอง ค่าเจ้าภาพ ค่าพวงหรีด ค่ายานพาหนะ ซึ่งการหักเงินดังกล่าวไม่ได้มีการแจ้งให้สมาชิกทราบก่อนล่วงหน้า ทำให้สมาชิกบางรายได้รับเงินตั้งแต่ 40,000-60,000 บาท จนได้รับความเดือดร้อน

“ต่อมาสมาชิกสมาคมฯ จึงได้ร้องเรียนไปหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงมหาดไทย, ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุพรรณบุรี และ สภ.สามชุก แต่ยังไม่มีความคืบหน้า จากนั้นเดือน ม.ค. 2562 สมาคมฯ มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี และมีสมาชิกสมาคมฯ กลุ่มหนึ่งร่วมลงชื่อร้องรียนมาทางนายทะเบียนท้องที่เทศบาลสามชุก มีผลให้นายทะเบียนสั่งเพิกถอนคณะกรรมการสมาคมฯ พ้นตำแหน่งตามมติที่ประชุม และแต่งตั้งคณะกรรมการชั่วคราวขึ้นมาบริหารแทนแต่ก็ต้องถูกปลดเพราะเข้ามาบริหารไม่ถูกต้องตามขั้นตอน ทำให้ผู้บริหารชุดเก่าที่มีปัญหาเข้ามาบริหารอีกครั้งและเกรงว่าจะเกิดความไม่โปร่งใส จึงรวมตัวมาที่ดีเอสไอเพื่อให้รับเป็นคดีพิเศษ เพราะชาวบ้านหวาดกลัวเนื่องจากเป็นบุคคลมีชื่อเสียงในพื้นที่” นายศักดิ์ชายกล่าว

ด้าน พ.ต.วรณันเปิดเผยว่า เบื้องต้นดีเอสไอได้รับเรื่องไว้ตรวจสอบข้อมูลเนื่องจากมีข้อมูลเก่าอยู่แล้วเพื่อรวบรวมเพิ่มเติมก่อนพิจารณาเข้าข่ายคดีพิเศษหรือไม่ หากเป็นคดีอาญาจะส่งข้อมูลให้หน่วยงานรับผิดชอบดำเนินการ ส่วนชาวบ้านกลัวถูกข่มขู่มาร้องเรียนดีเอสไอเพื่อช่วยคุ้มครองพยานได้ นอกจากนี้ยังมีประเด็นเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องต้องตรวจสอบด้วย




กำลังโหลดความคิดเห็น...