xs
xsm
sm
md
lg

ศาลยธ.แจงหลังเลิกใช้กำไล“อีเอ็ม”กับผู้ถูกคุมประพฤติ ศาลสามารถใช้ดุลพินิจเเก้ไขคำสั่งรอลงอาญาได้

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


MGR online - โฆษกศาลยุติธรรม เเจงหลังกรมคุมประพฤติยกเลิกสัญญาเช่ากำไล“อีเอ็ม”กับผู้ถูกคุมประพฤติ ศาลสามารถใช้ดุลพินิจเเก้ไขคำสั่งรอลงอาญาได้

วันนี้( 21 ก.ย.)นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษก ศาลยุติธรรม ได้กล่าวถึงกรณีที่กรมคุมประพฤติให้ข่าวว่าได้ส่งหนังสือแจ้งมายังสำนักงานศาลยุติธรรมกรณีการยกเลิกสัญญาเช่ากำไล อีเอ็มและสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดทั่วประเทศจะทำรายงานเสนอศาลเพื่อขอเพิกถอนการใช้กำไลอีเอ็มกับผู้ถูกคุมประพฤติ ว่าเรื่องนี้ต้องไปดูรายละเอียดในคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลที่มีคำสั่งในคดีกับผู้ต้องหาหรือจำเลยว่าเป็นกรณีที่ศาลสั่งให้รอการลงโทษโดยกำหนดให้มีการคุมประพฤติและด้วยการติดกำไรอีเอ็ม เพื่อตรวจสอบหรือจำกัดการเดินทางหรือไม่ หากใช่ แล้วเจ้าพนักงานคุมประพฤติรายงานว่ามีการยกเลิกการใช้กำไรอีเอ็มของกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม ศาลก็สามารถใช้ดุลพินิจได้ว่าสมควรจะต้องมีการเเก้ไขคำสั่งหรือไม่ อย่างไร ตามประมวลกฎหมายอาญาอาญามาตรา 56 อยู่แล้ว นอกจากนี้นายสุริยัณห์ยังกล่าวย้ำว่า ในส่วนของการปล่อยตัวชั่วคราวที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ติดกำไรอีเอ็มนั้น เป็นการดำเนินการของศูนย์อีเอ็ม สำนักงานศาลยุติธรรม ซึ่งใช้อุปกรณ์คนละแบบและยังคงดำเนินการตามปกติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 ผู้ใดกระทำความผิดซึ่งมีโทษจำคุกหรือปรับ และในคดีนั้นศาลจะลงโทษจำคุกไม่เกินห้าปีไม่ว่าจะลงโทษปรับด้วยหรือไม่ก็ตามหรือลงโทษปรับ ถ้าปรากฏว่าผู้นั้น
(1) ไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน หรือ
(2) เคยรับโทษจำคุกมาก่อนแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ หรือเป็นโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือ
(3) เคยรับโทษจำคุกมาก่อนแต่พ้นโทษจำคุกมาแล้วเกินกว่าห้าปี แล้วมากระทำความผิดอีก โดยความผิดในครั้งหลังเป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
และเมื่อศาลได้คำนึงถึงอายุ ประวัติ ความประพฤติ สติปัญญา การศึกษาอบรม สุขภาพ ภาวะแห่งจิต นิสัย อาชีพ และสิ่งแวดล้อมของผู้นั้น หรือสภาพความผิด หรือการรู้สึกความผิด และพยายามบรรเทาผลร้ายที่เกิดขึ้น หรือเหตุอื่นอันควรปรานีแล้ว ศาลจะพิพากษาว่าผู้นั้นมีความผิดแต่รอการกำหนดโทษหรือกำหนดโทษแต่รอการลงโทษไว้ ไม่ว่าจะเป็นโทษจำคุกหรือปรับอย่างหนึ่งอย่างใดหรือทั้งสองอย่าง เพื่อให้โอกาสกลับตัวภายในระยะเวลาที่ศาลจะได้กำหนดแต่ต้องไม่เกินห้าปีนับแต่วันที่ศาลพิพากษา โดยจะกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของผู้นั้นด้วยหรือไม่ก็ได้

ซึ่งเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง ศาลอาจกำหนดข้อเดียวหรือหลายข้อตามควรแก่กรณีได้ ดังต่อไปนี้
(1) ให้ไปรายงานตัวต่อเจ้าพนักงานที่ศาลระบุไว้เป็นครั้งคราว เพื่อเจ้าพนักงานจะได้สอบถาม แนะนำ ช่วยเหลือ หรือตักเตือนตามที่เห็นสมควรในเรื่องความประพฤติและการประกอบอาชีพ หรือจัดให้กระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์
(2) ให้ฝึกหัดหรือทำงานอาชีพอันเป็นกิจจะลักษณะ
(3) ให้ละเว้นการคบหาสมาคมหรือการประพฤติใดอันอาจนำไปสู่การกระทำความผิดในทำนองเดียวกันอีก
(4) ให้ไปรับการบำบัดรักษาการติดยาเสพติดให้โทษ ความบกพร่องทางร่างกายหรือจิตใจ หรือความเจ็บป่วยอย่างอื่น ณ สถานที่และตามระยะเวลาที่ศาลกำหนด
(5) ให้เข้ารับการฝึกอบรม ณ สถานที่และตามระยะเวลาที่ศาลกำหนด
(6) ห้ามออกนอกสถานที่อยู่อาศัย หรือห้ามเข้าในสถานที่ใดในระหว่างเวลาที่ศาลกำหนด ทั้งนี้ จะใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรืออุปกรณ์อื่นใดที่สามารถใช้ตรวจสอบหรือจำกัดการเดินทางด้วยก็ได้
(7) ให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือเยียวยาความเสียหายโดยวิธีอื่นให้แก่ผู้เสียหายตามที่ผู้กระทำความผิดและผู้เสียหายตกลงกัน
(8) ให้แก้ไขฟื้นฟูหรือเยียวยาความเสียหายที่เกิดแก่ทรัพยากรธรรมชาติ หรือสิ่งแวดล้อม หรือชดใช้ค่าเสียหายเพื่อการดังกล่าว
(9) ให้ทำทัณฑ์บนโดยกำหนดจำนวนเงินตามที่ศาลเห็นสมควรว่าจะไม่ก่อเหตุร้าย หรือก่อให้เกิดภยันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์สิน
(10) เงื่อนไขอื่น ๆ ตามที่ศาลเห็นสมควรกำหนดเพื่อแก้ไข ฟื้นฟู หรือป้องกันมิให้ผู้กระทำความผิดกระทำหรือมีโอกาสกระทำความผิดขึ้นอีก หรือเงื่อนไขในการเยียวยาผู้เสียหายตามที่เห็นสมควร

เงื่อนไขตามที่ศาลได้กำหนดตามความในวรรคสองนั้น ถ้าภายหลังความปรากฏแก่ศาลตามคำขอของผู้กระทำความผิด ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้นั้น ผู้อนุบาลของผู้นั้น พนักงานอัยการหรือเจ้าพนักงานว่าพฤติการณ์ที่เกี่ยวแก่การควบคุมความประพฤติของผู้กระทำความผิดได้เปลี่ยนแปลงไป เมื่อศาลเห็นสมควรศาลอาจแก้ไขเพิ่มเติมหรือเพิกถอนข้อหนึ่งข้อใดเสียก็ได้ หรือจะกำหนดเงื่อนไขข้อใดตามที่กล่าวในวรรคสองที่ศาลยังมิ


กำลังโหลดความคิดเห็น...