xs
xsm
sm
md
lg

วาระสุดท้ายของผู้ชายที่ชื่อ “สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น” ความสำเร็จอยู่ที่คนอื่นตัดสิน

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


การแต่งตั้งโยกย้ายนายพลตำรวจระดับ ผบก. - รอง ผบ.ตร. ประจำปี 2562 เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วตำแหน่ง ผบช.น.ยังคงเป็นที่จับตามองโดยครั้งนี้ได้ "บิ๊กอู๊ด" พล.ต.ต.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา รอง ผบช.น.กว่า 4 ปีขยับขึ้นมานั่งเก้าอี้ น.1โดยพิธีส่งมอบตำแหน่งจะมีขึ้นในช่วงสิ้นเดือนนี้ ส่วนคนปัจจุบันถึงคราวเกษียณอายุราชการ ซึ่งภายในระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา มีเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นมากมายในนครบาล

หากพูดถึงนายตำรวจที่ชื่อ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. ขอย้อนไปเมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2561 ครั้งเข้ามารับตำแหน่งใหม่ๆ ผบช.น.คนที่ 48 เคยกล่าวไว้ว่า "การปฏิบัติงานจะเคี่ยวกว่าตนอีกเท่าตัว ขอให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเตรียมรองรับไว้ ผมไม่ได้มาขู่แต่คือเรื่องจริง"ด้วยภารกิจหน้าที่และตำแหน่งจึงปรากฏเช่นนั้นชัดเจน สังเกตจากหลายๆ อย่างโดยเฉพาะการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ เล่าว่า จุดเริ่มต้นของการรับราชการตำรวจของผม ต้องบอกว่าผมเติบโตในครอบครัวตำรวจมีพ่อเป็น นายดาบ พักอาศัยอยู่แฟลตคลุกคลีตำรวจม้าตั้งแต่เด็ก ถึงแม้พื้นเพจะเป็นชาว จ.นครปฐม แต่ชีวิตการเรียนหนังสืออยู่ กทม. เป็นธรรมชาติของพ่อแม่ที่อยากให้ลูกรับราชการ ปรากฏว่าปีแรกสอบไม่ติดก็ไปเรียน ม.ศ.4ชีวิตเหมือนถูกกำหนดไว้ปีที่ 2 สอบติดเลือกเหล่าตำรวจ นรต.รุ่น 36

ตอนเข้ามาเป็น ผบช.น. ช่วงแรกรู้สึกกังวล เพราะเป็นตำแหน่งท้าทายในการรับราชการตำรวจ ซึ่งทุกคนคิดและใฝ่ฝันอยากเป็น ผบช.แต่บังเอิญของผมเป็น บช.น. ก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเป็นเบอร์ 1 ของตำรวจอาชีพเรา เป็นภารกิจที่มีความรับผิดชอบในหลายๆ ด้านหรืออธิบายง่ายๆ ก็คือ เมืองหลวงไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของหน่วยงานราชการ บุคคล หรือแม้กระทั้งประชากรแฝงซึ่งมันมีทุกระบบอยู่ในตัว

ชีวิตตำรวจเท่าที่ผมสัมผัสพอหลังจากเข้ามาอยู่ บช.น. ผมว่าความยากมันอยู่ที่การปกครองผู้ใต้บังคับบัญชา ว่าจะปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) หรือนโยบายของรัฐบาลให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ หรือที่กำหนดได้มากน้อยแค่ไหน ถ้าทุกคนช่วยกันอย่างจริงจังผมว่าอะไรมันก็ไม่ยาก แต่ถ้าไม่ให้ความร่วมมือหรือให้ความร่วมมือน้อย ความผิดพลาดก็มีสูงเช่นกันผมพูดเรื่องจริง

“ถามว่าเหนื่อยไหมมันก็เหนื่อยกายช่วงระยะหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาที่หนักอกหนักใจเท่าไร ถ้าทุกหน่วยงานร่วมมือช่วยกันหรือเข้าใจในภารกิจ ผมว่าทุกสิ่งทุกอย่างก็จะลุล่วงไปด้วยดี ผมต้องขอบคุณสื่อมวลชนเพราะมีภารกิจบางเรื่อง ถ้านำเสนอไปแล้วอาจทำให้ประชาชนสับสนหรือเข้าใจผิด เราก็ได้ประสานไปซึ่งส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือดี ถ้าไม่ได้ตรงนี้ก็แย่เหมือนกัน”

บิ๊กบัว บอกต่อว่า หากจะวัดเรื่องความสำเร็จในตำแหน่ง น.1 ของผม ก่อนอื่นต้องบอกว่าไม่ใช่แค่ผมและเชื่อว่าน้อยคนนัก ที่จะมานึกถึงเรื่องยศตำแหน่งซึ่งไม่สามารถคาดคิดได้ ผมไม่สามารถชี้วัดตัวเองได้แต่นั่นหมายความว่า เพื่อนร่วมงานหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเป็นตัวชี้วัด ไม่มีใครที่จะกล้าบอกว่าตัวเองทำดีหรือทำไม่ดี แต่ทุกคนมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองทำและตัวผมก็คล้ายๆ อย่างนั้น

ผมมองว่าการมาเป็น ผบช.น. ก็มั่นใจว่าตัวเองทำสำเร็จลุล่วงแทบทุกเรื่อง แม้บางเรื่องเกิดจากความบังเอิญแต่ปัดความรับผิดชอบไม่ได้ หลังจากเกิดเหตุแล้วเราพยายามแก้ไขให้ทันท่วงที หรืออย่าให้เกิดขึ้นอีกถือเป็นเรื่องที่สำคัญ ผมพูดในที่ประชุมระดับ รอง ผบช.น.หรือ ผบก. เสมอว่า ทุกคนถ้าทำแล้วธรรมชาติย่อมมีความผิดพลาด แต่ผิดบ่อยๆ มันก็ไม่ดี ฉะนั้นวัวหายต้องล้อมคอกไม่ว่าเรื่องใดทั้งสิ้น

เรื่องที่เกิดขึ้นถือเป็นบทเรียนเราต้องเอามาแก้ไข นี้คือสิ่งที่สำคัญโดยผมจะถือคตินี้มาตลอด ผมผ่านการทำคดีมาเยอะส่วนที่เกิดขึ้นใน กทม. จากที่สัมผัสมาไม่ได้มีอะไรสลับซับซ้อน ส่วนใหญ่ลุล่วงด้วยดีน้อยมากที่ติดตามตัวไม่ได้ เรื่องงานบางคนอาจจะมองว่าผมเหมือน คนบ้า คือแปลว่าบ้างาน ถ้าว่างก็จะคิดอยู่เรื่อยว่าจะทำจะตามเคสนี้อย่างไร ก็จะฉุดคิดขึ้นได้ว่าเราหลุดอะไรไปในการติดตาม

“เคยมีคนเปรียบเทียบผลงานในแต่ละยุคผมว่าไม่มีประโยชน์ เรื่องที่สำคัญมากในเวลานี้ผมจะพูดกับน้องๆ ประจำหรือแม้กระทั้งตัวผมเองติดยศ พล.ต.ท. ต้นทุนทางสังคมยังถูกมองว่าต่ำ ฉะนั้นเวลานี้ตำรวจเราโกหกตัวเองไม่ได้ ภาพที่ออกไปชาวบ้านเขาพบแต่ในทางเสียหาย การยกระดับการบริการประชาชน เป็นเรื่องที่ต้องปรับแก้ไขอย่างแรก ก็คือบนสถานีตำรวจที่ทาง ตร. พยายามทำอยู่ซึ่งตัวผมเองก็เห็นด้วย”

น.1 บอกต่อว่า ตนกังวล พนักงานสอบสวนมีหน้าที่ดูแลพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนขึ้นมา บางคนเราก็ต้องยอมรับสภาพจริงๆ ว่าไม่คิดจะทำอะไรให้เขามีแต่บ่ายเบี่ยง หรือถ้าทำก็หน่วงช้าไม่มีการแจ้งผลความคืบหน้า พอพูดไปเดี๋ยวหลายคนก็บอกว่าทำไมสมัยท่านไม่ทำ ผมก็บอกตรงๆ ว่าผมพยายามทำอะไรที่ได้รับการร้องเรียน หรือผมทราบว่าตำรวจทำผิดอย่างจริงจังผมก็ดำเนินการในหลายๆ เรื่อง

น้อยมากในชีวิตที่จะเอาตำรวจออกจากราชการแต่มาอยู่ที่นี้ผมต้องทำพนักงานสอบสวนบางคนไม่ใส่ใจในภารกิจ และหน้าที่ของตนเองจนบางทีมันก็ต้องเอาออก ผมถึงบอกว่าเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ ทำไมกล้าบอกว่าตำรวจอย่ามัวแต่โกหกตัวเอง ขนาดญาติคุณไปโรงพักยังต้องฝากคุณเลย ให้ช่วยดูทั้งที่ยังไม่รู้ว่าถูกหรือผิดขอให้ช่วยไว้ก่อน เพราะกลัวว่าตำรวจจะไม่ทำให้ หรือกลัวจะไปเข้าข้างคนอื่น

“หลักการทำงานผมจะมองความเดือดร้อนของชาวบ้าน อย่างกรณีคนร้ายขึ้นบ้านแล้วยกตู้เซฟไป เงินทองทุกสิ่งทุกอย่างในนั้นหายหมดเกลี้ยง บางคนส่งลูกไปเรียนต่างประเทศต้องให้กลับมา โดยเฉพาะแก๊งลักรถแล้วชำแหละผมจะเกลียดมาก น้องๆ ถามว่าทำไมผมต้องไล่บี้พวกคดีลักทรัพย์ เพราะสร้างความเดือดร้อนอย่างมาก เรื่องพวกนี้ผมไม่อยากให้น้องๆ มองเป็นเรื่องลักทรัพย์ธรรมดาก็ขอฝากไว้ด้วย”

แม่ทัพนครบาล กล่าวถึงตลอดช่วงชีวิตรับราชการ 30 กว่าปีว่า ผมได้อะไรหลายๆ อย่างแต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดคือ ความแข็งแกร่งในเรื่องของจิตใจมันสอนหลายอย่าง สอนให้เรารู้จักอดทนและได้เห็นสังคมในหลายๆ รูปแบบ โดยเฉพาะในเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ ผมจะบอกน้องๆ หรือแม้กระทั่งลูกหลานของตัวเองว่า ชีวิตการทำงานถ้าเราไม่ตั้งใจต่อไปมันก็จะยาก ปัจจุบันนี้สังคมมีการตรวจสอบที่สูงมาก ถ้าเรามีความตั้งใจแล้วทุกคนเห็นเรามีความสุจริตใจ ผมว่าอะไรหลายๆ อย่างมันก็จะเบาลงไปโดยธรรมชาติ ความตั้งใจในการปฏิบัติงานคือเรื่องที่สำคัญ

“สำหรับ ผบช.น.คนใหม่ คงไม่ต้องพูดถึงอะไรมากมาย เพราะท่านคร่ำหวอดอยู่กับ บช.น. มากกว่าผมด้วยซ้ำไป จากที่สัมผัสท่านเป็นคนใส่ใจในการปฏิบัติภารกิจ จึงไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงเผลอๆ ทำดีกว่าผมซะอีก” พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ กล่าว




กำลังโหลดความคิดเห็น...