xs
xsm
sm
md
lg

10 ปีผ่านไป ศาลนัดสืบพยานโจทก์ 30 ก.ค. 63 คดี “พล.อ.ร่มเกล้า” ถูกระเบิดแนวร่วมเสื้อแดงเสียชีวิต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


MGR Online - ศาลนัดสืบพยานโจทก์คดี พล.อ.ร่มเกล้า พร้อมทหารรวม 5 นาย ถูกระเบิดจากแนวร่วมคนเสื้อแดงเสียชีวิตที่สี่แยกคอกวัว ในวันที่ 30 ก.ค.ปีหน้า

วันนี้ (6 ก.ย.) ที่ห้องพิจารณา 703 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดตรวจหลักฐานคดีคนร้ายขว้างระเบิดใส่เจ้าหน้าที่ทหารระหว่างการสลายชุมนุม นปช. 10 เม.ย. 2553 คดีหมายเลขดำที่ อ.857/2562 ซึ่งพนักงานอัยการ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายสุขเสก หรือเสก พลตื้อ อายุ 42 ปี อดีตแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และนางพรกมล บัวฉัตรขาว หรือนางกนกพร ศิริพรรณาภิรัตน์ อดีตผู้ดำเนินรายการทีวีสถานีประชาชนเอเชียอัพเดท เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานร่วมกันทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่น หรือทรัพย์สินผู้อื่น จนเป็นเหตุบุคคลถึงแก่ความตาย และร่วมกันผู้อื่นซึ่งเป็นเจ้าพนักงานโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามประมวลกฎหมายอาญา 221, 224, 288, 289 ประกอบมาตรา 32, 33, 80, 83, 86, 91, ผู้ใดทำ ซื้อ มี ใช้ หรือนำเข้าอาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ, ร่วมกันใช้อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดฯ ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ.2490 มาตรา 4, 6, 7, 55, 72, 78 จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ โดยนายสุขเสก จำเลยที่ 1 และนางพรกมล หรือนางกนกพร จำเลยที่ 2 ได้รับการปล่อยชั่วคราวระหว่างสู้คดี

คดีนี้อัยการ ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2562 บรรยายพฤติการณ์สรุป ระหว่างวันที่ 15 พ.ย. 2552 - 20 พ.ค.2553 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน กลุ่ม นปช.ได้ร่วมกันชุมนุมบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กทม. เพื่อเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีขณะนั้น ยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน แล้วเมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2553 นายอภิสิทธิ์ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขต กทม.และได้ออกคำสั่งจัดตั้งศูนย์อำนายการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาปฏิบัติการขอคืนพื้นที่การชุมนุม บริเวณถนนราชดำเนินกลาง ตั้งแต่บริเวณแยกคอกวัว มุ่งหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

ต่อมาเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2553 เวลากลางคืน ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารได้ปฏิบัติหน้าที่ ศอฉ.ปฏิบัติการขอคืนพื้นที่การชุมนุม บริเวณหน้า ร.ร.สตรีวิทยา ถ.ดินสอ นายสุขเสก จำเลยที่ 1 กับพวกอีก 1 คนที่หลบหนี ได้ร่วมกันกระทำผิด และมีนางพรกมล หรือนางกนกพร จำเลยที่ 2 เป็นผู้สนับสนุน โดยนายสุขเสก จำเลยที่ 1 กับพวก ร่วมกันมีลูกระเบิดขว้างชนิดสังหารแบบ 88 บ.67 (US HAND GRENADE FRAGMENTATION M 67) ผลิตจากอเมริกา รวมจำนวน 6 ลูกที่อยู่ในสภาพใช้ทำการระเบิดได้หากระเบิดขึ้นสามารถทำอันตรายต่อร่างกายให้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ตลอดจนทรัพย์สินเสียหายได้ในรัศมีฉกรรจ์ ประมาณ 10-15 เมตร อันเป็นเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนจะอนุญาตให้ไม่ได้ ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 11 (2522) ข้อ 3 ที่ออกตามความ พ.ร.บ.อาวุธฯ

โดยนางพรกมล หรือนางกนกพร จำเลยที่ 2 ได้กระทำการอันเป็นการช่วยเหลือ ให้การสนับสนุนนายสุขเสก จำเลยที่ 1 กับพวกทั้งก่อนและขณะกระทำความผิด ในการจัดหาลูกระเบิดขว้างชนิดสังหารตามฟ้องและด้านการเงิน ซึ่งการกระทำของ นายสุขเสก จำเลยที่ 1 กับพวกที่ได้ร่วมกัน มีเจตนาฆ่าเจ้าหน้าที่ทหารซึ่งเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยตามกฎหมาย และปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณด้านหน้า ร.ร.สตรีวิทยา ถ.ดินสอ โดยไตร่ตรองไว้ก่อน ด้วยการเตรียมลูกระเบิดขว้างซึ่งวางแผนเอาไว้ล่วงหน้า

และร่วมกันใช้ลูกระเบิดขว้าง ชนิดสังหารแบบ M67 ที่นายสุขเสก จำเลยที่ 1 กับพวกร่วมกันมีไว้เป็นอาวุธขว้างไปด้านหน้า ร.ร.สตรีวิทยา บริเวณที่เจ้าหน้าที่ทหารปฏิบัติหน้าที่อยู่ จำนวน 2 ลูก โดยลูกระเบิดขว้างชนิดสังหารดังกล่าวที่จำเลยที่ 1 กับพวกขว้างใส่เจ้าหน้าที่ทหารได้เกิดระเบิด ทำให้บริเวณพื้นถนนดินสอเป็นหลุมจำนวน 2 หลุม โดยสะเก็ดระเบิดกระเด็นไปรอบทิศทางถูกอวัยวะสำคัญของเจ้าหน้าที่ทหาร เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ทหารจำนวน 5 นาย ประกอบด้วย พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม (หรือ เสธ.เปา) อดีตรองเสนาธิการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์, ส.ท.ภูริวัฒณ์ ประพันธ์, ส.ท.อนุพงศ์ เมืองอำพัน, ส.อ.อนุพนธ์ หอมมาลี และพลทหาร สิงหา อ่อนทรง (ยศ-ตำแหน่งขณะเกิดเหตุ) ถึงแก่ความตาย และยังมีเจ้าหน้าที่ทหารอีกหลายนายได้รับบาดเจ็บเนื่องจากสะเก็ดระเบิดไม่ถูกอวัยวะสำคัญและแพทย์ทำการรักษาทันท่วงที อาทิ พล.ต.วลิต โรจนภักดี ผบ.พล.ร.2 รอ., พ.อ.ธรรมนูญ วิถี, ส.อ.กษิดิษฐ์ บัวสุข (ยศ-ตำแหน่งขณะเกิดเหตุ) เกิดที่แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กทม. และ ต.ทรงคนอง อ.สามพราน จ.นครปฐม เกี่ยวพันกัน

ในวันนี้จำเลยทั้งสองเดินทางมาศาลพร้อมทนายความ และอัยการโจทก์ ขณะที่นางนิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม ภรรยาของ พล.อ.ร่มเกล้า หนึ่งในนายทหารที่เสียชีวิตซึ่งเป็นโจทก์ร่วมไม่ได้เดินทางมาศาล แต่มีทนายความดำเนินการแทน

เมื่อถึงเวลานัดอัยการโจทก์แถลงระบุขอนำพยานเบิกความเกี่ยวกับเหตุผลในการใช้กำลังทหาร ที่มาของศูนย์อำนวยการสถานการณ์ฉุกเฉิน อาทิ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น การจัดกำลังทหารควบคุมฝูงชน การสืบสวนพยานที่เกิดเหตุระเบิด ประกอบด้วย เจ้าหน้าทหารที่ได้รับบาดเจ็บ ประจักษ์พยานที่เป็นกลุ่มชาวบ้าน เห็นจำเลยที่ 1 ในระยะใกล้ชิด พนักงานสอบสวนที่รวบรวมพยานหลักฐาน รวมทั้งแพทย์ที่ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ รวมทั้งสิ้น 40 ปาก ใช้เวลา 16 นัด

ขณะที่จำเลยขอนำพยานเข้าสืบเพื่อคัดค้านพยานโจทก์ เกี่ยวกับที่มาของการชุมนุมจนถูกรัฐบาลใช้กำลังสลายการชุมนุม และซักค้านประจักษ์พยาน พยานบอกเล่าที่ไม่เห็นเหตุการณ์แต่อยู่ห่างไกลจุดระเบิด และกลุ่มแพทย์ผู้ชันสูตรศพและตรวจที่เกิดเหตุ รวมทั้งทหารผู้ได้รับบาดเจ็บ เช่น พล.อ.วลิต โรจนภักดี อดีตรอง ผบ.ทบ. โดยจำเลยที่ 1 ขอสืบพยานรวม 13 ปาก ใช้เวลา 5 นัด ส่วนจำเลยที่ 2 ขอสืบพยาน 5 ปาก ใช้เวลา 2 นัด ศาลพิเคราะห์แล้วอนุญาตพร้อมกำชับให้สืบพยานโจทก์และจำเลยให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันสืบพยานครั้งแรก โดยศาลนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรก วันที่ 30 ก.ค. 2563



กำลังโหลดความคิดเห็น...