xs
xsm
sm
md
lg

พบกำไล EM ไม่ตรงสเปก ผู้ถูกคุมประพฤติถอด-ตัดสายได้เอง สั่งเปลี่ยนใหม่ ขู่เลิกสัญญา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


MGR online - รมว.ยธ.เผยผลสอบประสิทธิภาพการใช้กำไล EM ของผู้ถูกคุมประพฤติ พบไม่ตรงสเปกตาม TOR ผู้สวมใส่สามารถถอดออกจากข้อมือได้เอง ตัดให้ขาดก็ได้ ใช้ระบบส่งสัญญาณแค่ 2G บางคนใส่แล้วแพ้ กรมคุมประพฤติเผยสั่งเอกชนเปลี่ยนให้ใหม่ภายในสิ้นเดือนนี้ ไม่งั้นเลิกสัญญา-ไม่จ่ายค่าเช่า







วันนี้ (26 ส.ค.) กรมบังคับคดี แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (รมว.ยธ.) เปิดเผยกรณีตั้งคณะกรรมการตรวจสอบประสิทธิภาพการใช้กำไล EM ของผู้ถูกคุมประพฤติ ว่า เมื่อวันที่ 23 ส.ค.ผ่านมา ได้ครบกำหนด 2 สัปดาห์ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว ซึ่งข้อมูลรายละเอียดของคณะกรรมการได้ส่งไปยัง นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เรียบร้อยแล้ว เบื้องต้นตนได้รับรายงานในเรื่องข้อกำหนด TOR ที่ไม่ตรงตามสเปกหลายประเด็น เช่น 1. กำไล EM สามารถถอดเข้าออกจากข้อมือได้ 2. กำไล EM สามารถได้ตัดขาดได้ 3. การใช้เครื่องมือสื่อสารไม่ครบถ้วน ใช้ได้เพียงแค่สัญญาณระบบ 2G เท่านั้น และ 4. อาการแพ้สายรัดกำไล EM ของผู้ถูกคุมประพฤติ หลังจากนี้ เตรียมให้คณะกรรมการการตรวจรับฯ ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เช่น บริษัทเช่าซื้อผิดเงื่อนไขต้องยกเลิกสัญญาหรือไม่ เพราะขณะนี้ยังค้างเงินบริษัทอยู่ 72 ล้านบาท หากยกเลิกสัญญาไม่ต้องจ่ายแต่ในส่วนที่ต้องจ่ายจะทำอย่างไร คณะกรรมการตรวจรับฯ ต้องชี้แจง

“ส่วนการแก้ไขวิธีการใช้กำไล EM ของผู้ถูกคุมประพฤตินั้น คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและคณะกรรมการตรวจรับฯ จะไปดำเนินการหาวิธีป้องกันการถอดสายรัดข้อมือกำไล EM ซึ่งต้องรีบทำให้เร็วที่สุดเพราะเกี่ยวข้องกับจำนวนเงินจะต้องจ่ายหรือไม่จ่ายบริษัท โดยผมยังไม่ทราบข้อมูลรายละเอียดแต่ให้ข้าราชการประจำพิจารณาการใช้กำไล EM อีกครั้ง” นายสมศักดิ์ กล่าว

ด้าน นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และ โฆษกกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวมายังกระทรวงยุติธรรมแล้ว โดยมีข้อค้นพบ ดังนี้ 1. อุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ หรือ EM สามารถถอดออกจากข้อมือได้ โดยไม่ต้องใช้การตัดสายรัดหรืออุปกรณ์ในการถอด และสามารถสวมใส่กลับเข้าไปได้นั้นเป็นความจริง 2. มีผู้ถูกคุมความประพฤติที่สวมใส่อุปกรณ์ EM หลายรายเกิดอาการแพ้ โดยบางรายเกิดผื่นสีแดงขึ้นบริเวณข้อมือ หรือมีผิวหนังแห้งบริเวณข้อมือ หรือมีแผลติดเชื้อบริเวณข้อมือ ซึ่งอาจไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในขอบเขตของงาน TOR ข้อ 4.1.1 ระบุว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นี้ต้องได้รับการรับรองจากสถาบันที่น่าเชื่อถือหรือจากผู้ผลิตว่า เมื่อสวมใส่แล้วจะไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้แก่ผู้สวมใส่ได้โดยง่าย

นายธวัชชัย เผยอีกว่า 3. อุปกรณ์ EM มีการแจ้งเตือนบ่อยครั้ง และอาจจะกระทบต่อความน่าเชื่อถือของสัญญาณแจ้งเตือนและประสิทธิภาพของอุปกรณ์ จากการตรวจสอบข้อมูลสถิติจากศูนย์ควบคุมการติดตามตัวผู้กระทำความผิดในงานคุมประพฤติด้วยอุปกรณ์ EM ตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการนี้เมื่อ 1 ม.ค.62 ถึงปัจจุบัน พบว่า มีผู้ถูกคุมประพฤติที่เข้ารับการติดตั้งอุปกรณ์ติดตามตัวในแต่ละเดือนอยู่ที่ 200-700 คน แต่มีการแจ้งเตือนว่าอุปกรณ์ถูกทำลายสูงกว่า 1,000-100,000 ครั้งต่อเดือน หรือ ไม่มีสัญญาณสูงกว่า 20,000-170,000 ครั้งต่อเดือน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม กระทรวงยุติธรรมจะได้แจ้งกรมคุมประพฤติทราบข้อค้นพบ และพิจารณาดำเนินการในฐานะคู่สัญญาตามอำนาจหน้าที่โดยเร็วต่อไป รวมทั้งจะได้ดำเนินการตรวจสอบหาสาเหตุในเรื่องนี้เพิ่มเติมต่อไปอีกด้วย


นายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวว่า ตนได้เรียกประชุมเมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา เพื่อดำเนินการตามขั้นตอน TOR และมีมติว่าเกิดข้อผิดพลาดจากสัญญา และในวันที่ 15 ส.ค.ได้มีหนังสือแจ้งไปยังบริษัทเอกชนคู่สัญญาให้นำอุปกรณ์ที่เทียบเท่าหรือดีกว่าเข้ามาเปลี่ยน โดยสัญญาเช่าระบุว่าหากคู่สัญญาไม่สามารถนำอุปกรณ์มาเปลี่ยนจะถูกปรับเป็นรายวัน 500 บาทต่อวันต่อชุด หากครบกำหนด 15 วันแล้ว บริษัทเอกชนคู่สัญญาไม่สามารถแก้ไขให้เป็นไปตาม TOR ผู้เช่าสามารถบอกเลิกสัญญาได้ ซึ่งจะครบกำหนดประมาณสิ้นเดือน ส.ค.นี้ รวมทั้ง กำไล EM ต้องได้รับการแก้ไขแม้จะสวมที่ข้อมือก็ต้องถอดไม่ได้ ไม่ใช่แก้ไขโดยเปลี่ยนไปสวมที่ข้อเท้า เนื่องจากใน TOR กำหนดว่ากำไล EM สามารถสวมที่ข้อมือหรือข้อเท้าอย่างหนึ่งอย่างใดก็ได้

นายประสาร กล่าวอีกว่า ขณะนี้กรมคุมประพฤติยังไม่ได้รับรายงานสอบการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าพบข้อผิดพลาดในประเด็นใดบ้าง แต่ยืนยันว่าการกำหนด TOR และการเช่าใช้เป็นไปตามระเบียบทุกอย่าง มีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาถึงขั้นตอนเทคนิคต่างๆ และเมื่อผลการทดสอบพบข้อผิดพลาดกรมคุมประพฤติจึงชะลอการจ่ายค่าเช่าไปก่อน โดยยืนยันว่าตั้งแต่เริ่มต้นสัญญาเช่าใช้ในเดือน ม.ค.จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการจ่ายเงินค่าเช่าใช้ให้กับบริษัทคู่สัญญาเลย




กำลังโหลดความคิดเห็น...