xs
xsm
sm
md
lg

ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่ฯ ออกโรงโต้พรรคร่วมรัฐบาล เปิดคาสิโนถูกกฎหมายชี้เป็นเรื่องผิดมหันต์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


 
ประธานต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย กรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐ ชี้เรื่องบ่อนการพนันต้นสายแชร์ลูกโซ่เต็มบ้านเต็มเมือง ออกโรงต้านพรรคร่วมรัฐบาลหลังมีกระแสข่าวสนับสนุนให้บ่อนการพนันนั้นถูกกฎหมายเป็นเรื่องผิดมหันต์

วันนี้( 13 ก.ค.)นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ประธานสมาพันธ์ต่อต้นแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย กรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐ ผู้สมัครส.ส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ผมนาย สามารถ เจนชัยจิตรวนิช ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย กรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐ ผู้สมัครส.ส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ ได้รับฟังข่าวว่าเมื่อวานพรรคร่วมรัฐบาลจะสนับสนุนให้บ่อนการพนันนั้นถูกกฎหมาย และ ได้มี ส.ส.สิระ เจนจาคะ ออกโรงโต้ ผมจะเป็นอีกหนึ่งคน ที่จะออกโรงมาค้านแบบไม่เห็นด้วย เพราะล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 พระองค์ท่านเป็นผู้สั่งยกเลิกบ่อน ผมมั่นใจท่านนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะพิจารณารอบด้าน วันนี้ผมจึงขอเอาข้อมูลมาสนับสนุนนายกฯ

ดังนี้ว่าด้วยการเปิดบ่อนคาสิโน (1)หากเข้าใจว่าประเทศไทยไม่เคยมีบ่อนกาสิโนอย่างถูกกฎหมาย ย่อมเป็นความเข้าใจผิดมหันต์ ในความเป็นจริง เราเคยมีบ่อนถูกกฎหมายในสมัยรัชกาลที่ 2 โดยผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เปิดบ่อนจะได้รับชื่อบรรดาศักดิ์ว่า “ขุนพัฒนสมบัติ” สมัยนั้นทางการสามารถเก็บอากรบ่อนเบี้ยได้ปีละ 260,000 บาท

ถึงสมัยรัชกาลที่ 4 ยังได้กำหนดภาษีการพนันเพิ่มขึ้นจากอากรบ่อนเบี้ย และสามารถเก็บภาษีได้ปีละ 500,000 บาท กระทั่งในปี พ.ศ.2413 เฉพาะในแขวงกรุงเทพฯ ก็ยังมีบ่อนใหญ่ประจำอยู่ 126 ตำบล และยังมีบ่อนเบี้ยขนาดเล็กอีกประมาณ 277 ตำบล

แต่ในที่สุด ถึงสมัยรัชกาลที่ 5 ได้โปรดเกล้าฯ ให้เลิกบ่อนการพนัน ด้วยพระองค์ทรงเห็นว่า การมีราษฎร์มัวเมาในการพนันย่อมเป็นเหตุนำไปสู่ความวิบัติ ทั้งส่วนตัวและส่วนรวม ในความมั่นคงของประเทศชาติ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดการปรับปรุงงานพระคลัง เพื่อหารายได้อื่นมาทดแทนรายได้จากอากรบ่อนเบี้ย โดยมีประกาศเริ่มลดจำนวนบ่อนลงเรื่อยๆ จนเหลือบ่อนอยู่เพียง 9 ตำบล ในพ.ศ.2453 แต่กว่าจะเลิกบ่อนกาสิโนในประเทศไทยได้ ก็แสนยากลำบาก กระทั่งในสมัยรัชกาลที่ 6 จึงได้มีประกาศปิดบ่อนทั่วราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2460

พระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 ทรงมีพระราชดำริหลายประการเกี่ยวกับบ่อนการพนัน ซึ่งพสกนิกรอย่างพวกเราน่าจะน้อมใส่เกล้า เช่น เมื่อครั้งเสด็จประพาสยุโรป ครั้งที่ 2 ไปเมืองมอนติกาโล เมืองแห่งการพนัน ทรงเรียนตำราเล่นการพนันต่างๆ ในกาสิโน และทรงบันทึกในพระราชหัตถเลขา ดังพระราชหัตถเลขา รัชกาลที่ 5 พระราชทานกรมพระยาดำรงราชานุภาพ พ.ศ.2450 ความบางตอนว่า
“...ได้เรียนตำราเล่นเบี้ยอย่างฝรั่งเข้าใจ ข้อซึ่งเข้าใจกันว่าเล่นไม่น่าสนุกนั้นไม่จริงเลย สนุกยิ่งกว่าอะไรๆ หมด ถ้าชาวบางกอกได้รู้ไปเล่นแล้ว ฉิบหายกันไม่เหลือ ถ้าหากว่าไปถึงเมืองเราเข้าเมื่อไร จะรอช้าแต่สักวันเดียวก็ไม่ควร ต้องห้ามทันที"

นอกจากนี้ พระปิยะมหาราชยังทรงอรรถาธิบายถึงเหตุผลที่จำเป็นต้องเลิกบ่อนเบี้ยการพนันไว้ในพระราชนิพนธ์ “พระราชพิธีสิบสองเดือน” พิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงพระศพพลเอกพระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ วันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2496 ความบางตอนว่า

“การที่พระเจ้าแผ่นดินอนุญาตหรือทรงเห็นดีด้วยในเรื่องเล่นเบี้ย นี้ก็คงจะเป็นความจริง แต่คงจะเป็นพระเจ้าแผ่นดินบางองค์... เพราะเหตุฉะนั้นถึงแม้ว่าพระเจ้าแผ่นดินภายหลังจะมิได้เลิกธรรมเนียมยกหัว เบี้ยพระราชทาน ในเวลาตรุษเวลาสงกรานต์เสียก็ดี แต่ก็ไม่ได้โปรดให้เล่นเบี้ยในพระราชวังหรือทรงสรรเสริญการเล่นเบี้ยว่าเป็น การสนุกสนานอย่างหนึ่งอย่างใดเลย

เพราะเหตุที่พระบรมราชวงศ์ปัจจุบันนี้ พระเจ้าแผ่นดินดำรงอยู่ในคุณความประพฤติดี 3 ประการ คือ ไม่ทรงประพฤติและทรงสรรเสริญในการที่เป็นนักเลงเล่นเบี้ยการพนันอย่าง 1 ไม่ทรงประพฤติในการดื่มสุราเมรัยและกีดกันมิให้ผู้อื่นประพฤติอย่าง 1 ไม่ทรงประพฤติล่วงในสตรีที่เป็นอัคคมนิยฐานนี้อย่าง 1 เป็นความประพฤติซึ่งพระเจ้าแผ่นดินในพระบรมราชวงศ์นี้ได้ทรงงดเว้นเป็นชาติสืบๆ กันมา พระบรมราชวงศ์นี้จึงได้ตั้งปกครองแผ่นดินอยู่ยืนยาวกว่าบรมราชวงศ์อื่นๆ ซึ่งได้ปกครองแผ่นดินมาแต่กาลก่อนแล้ว บ้านเมืองก็เจริญสมบูรณ์ปราศจากเหตุการณ์ภายในซึ่งจะให้เป็นที่สะดุ้งสะเทือนหวาดหวั่นแก่ชนทั้งปวง

แต่การเล่นเบี้ยนั้น เป็นที่ไม่ต้องพระอัธยาศัยมาทุกๆ พระเจ้าแผ่นดิน เพราะฉะนั้น ควรที่พระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการผู้ซึ่งมีความนับถือเคารพต่อพระบารมีและพระ เดชพระคุณพระเจ้าแผ่นดินสืบๆ กันมา ควรจะคิดตริตรองให้เห็นโทษเห็นคุณตามที่จริง และงดเว้นการสนุก และการหาประโยชน์ในเรื่องเล่นเบี้ยนี้เสีย จะได้ช่วยกันรับราชการฉลองพระเดชพระคุณทะนุบำรุงแผ่นดิน เพิกถอนความชั่วในเรื่องเล่นเบี้ย ซึ่งอบรมอยู่ในสันดานชนทั้งปวงอันอยู่ในพระราชอาณาเขต เป็นเหตุจะเหนี่ยวรั้งความเจริญของบ้านเมืองให้เสื่อมสูญไป

ด้วยกำลังที่ช่วยกันมากๆ และเป็นแบบอย่างความประพฤติให้คนทั้งปวงเอาอย่าง ตามคำนักปราชญ์ย่อมกล่าวว่า การที่ทำให้เห็นเป็นแบบอย่างง่ายกว่าที่จะสั่งสอนด้วยปาก ถ้าเจ้านายขุนนางประพฤติเล่นเบี้ยอยู่ตราบใด คนทั้งปวงก็ยังเห็นว่าไม่สู้เป็นการเสียหายมาก ผู้มีบรรดาศักดิ์จึงยังประพฤติอยู่ ถ้าผู้มีบรรดาศักดิ์ละเว้นเสีย ให้เห็นว่าความพยายามเช่นนั้นเป็นของคนต่ำช้าประพฤติแล้ว ถึงแม้จะเลิกขาดสูญไปไม่ได้ก็คงจะเบาบางลงได้เป็นแท้.."

วันนี้แชร์ลูกโซ่เต็มบ้านเต็มเมือง ก็พวกนี้ทั้งนั้นแหละอยู่ต้นสาย ดูแลคุ้มครองกันให้จ้าละหวั่น คนตกเป็นเหยื่อคือชาวบ้านตาดำๆๆ เอาความฝันของพวกเค้ามาล้อเล่น สุดท้ายขายที่ ขายบ้านขายนา พ่อแม่ เลิกทางกัน เพราะ ทะเลาะกันเรื่องเงิน ลูกต้องกำพร้าพ่อ กำพร้าแม่ เกิดปัญหาสังคม คนแก่เกษียณแล้วเอาเงินก้อนสุดท้ายมาลง หวังว่าจะได้ดอกออกผล มาเลี้ยงชีวิตยามแก่ มีเงินให้หลานไปเรียนหนังสือ ปรากฏต้นก็ไม่ได้คืน เงินดอกก็ไม่ได้ สุดท้ายลูกหลานก็ไม่มาหา ชีวิตตกนรกทั้งเป็น เรื่องแบบนี้ยังไม่แก้เลย ปัญหาใหม่ก็จะเอาบ่อนคาสิโนเข้ามาอีก เอามาเป็นเครื่องฟอกเงินของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือเปล่า คนรวยจะยิ่งรวย คนจนจะยิ่งจน เพราะการพนันคนที่มีเงินเยอะเท่านั้นถึงจะชนะ ตามหลักสถิติ ดังนั้นคนเงินน้อยก็จะเป็นหนี้เป็นสิน หมดเนื้อหมดตัว มาเป็นโจร ออกมาทำอาชญากรรม ปล้นจี้ ขโมยของ ลักทรัพย์ ไปเป็นกลุ่มแบ่งแยกดินแดง สู้กับอำนาจรัฐ เพราะถือว่ารัฐมาปล้นเงินเค้าไป แค่คิดปัญหาก็มาเยอะแยะแล้ว วันนี้สังคมไทยพร้อมแล้วหรอกับบ่อนกาสิโน ???


กำลังโหลดความคิดเห็น...