xs
xsm
sm
md
lg

ตำรวจช่วยสาวลาวตามหาน้องสาวหายตัว 6 ปี พบอยู่กับสามีคนไทย

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


พี่สาวชาวลาวโพสต์เฟซบุ๊กตามหาน้องสาวขาดการติดต่อ 6 ปี ตำรวจ ปคม. ช่วยตามเจออยู่กินกับสามีคนไทย พาพบหน้ากับครอบครัวอีกครั้ง เผยไม่กล้าติดต่อทางบ้านกลัวถูกจับเพราะเข้าเมืองผิดกฎหมาย

วันนี้ ( 8 ก.ค. ) ที่ บก.ปคม. พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปคม. พ.ต.อ.ฐากูร นิ่มสมบุญ รอง ผบก.ปคม. สั่งการ พ.ต.อ.อัครเดช เกตุเอี่ยม ผกก.2 บก.ปคม.นำกำลัง ออกสืบสวนติดตามหาตัวหญิงสาวชาว สปป.ลาว รายหนึ่ง หลังจากก่อนหน้ามีพลเมืองดี ส่งข้อความในเพจของ บก. ปคม. ระบุว่า “พี่สาว ติดตามหาน้องสาว สัญชาติลาว หายตัวไปกว่า 6 ปี ญาติพี่น้องที่ลาว ไม่สามารถติดต่อได้ หลังจากเข้ามาทำงานในประเทศไทย และคบหากับชายไทยรายหนึ่ง ซึ่งเป็นหมอสักยันต์ เกรงว่าอาจถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวไม่ให้ติดต่อญาติ”

ต่อมา พ.ต.อ.อัครเดช พร้อมชุดสืบสวน กก.2 ปคม. ได้ลงพื้นที่ออกสืบสวนติดตามหาตัวบุคคลดังกล่าว โดยทันที เบื้องต้นทราบชื่อหญิงสาวคนดังกล่าวคือ น.ส.ก้อย ประวัติอุดม อายุ 24 ปี และทราบอีกว่า ไปได้สามีเป็นคนไทย และอยู่กินด้วยกันจนมีบุตรด้วยกัน 1 คน ก่อนทำการสืบสวนจนรู้เบาะแสว่าปัจจุบันอยู่ที่ อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร จึงนำกำลังเดินทางไปตรวจสอบ หลังพบตัวก็รีบส่งภาพถ่ายของ น.ส.ก้อย ไปให้ญาติที่สปป.ลาวดู ก็ยืนยันว่าเป็นบุคคลที่กำลังติดตามหาตัวอยู่จริง จากนั้นได้นำตัวน.ส.ก้อย มาสอบสวนก็พบว่าไม่มีอะไรผิดปกติ ก่อนส่งตัวให้แพทย์ตรวจร่างกาย ก็พบว่า ไม่ได้ถูกทำร้ายร่างกาย และหน่วงเหนี่ยวกักขังแต่อย่างใด

จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงนัดหมาย บิดาและพี่สาวของ น.ส.ก้อย ให้เดินทางมาจากสปป.ลาว เพื่อมาพบตัว น.ส.ก้อย ที่บ้านเลขที่ 15/1 หมู่ 1 ต.หอไกร อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร เมื่อได้พบกันทั้งสองฝ่ายต่างมีความรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก และพากันขอบคุณ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปคม. ที่ได้ช่วยเหลือ และอำนวยความสะดวกให้คนในครอบครัวได้มาพบเจอกัน หลังจากที่ติดต่อกันไม่ได้นานกว่า 6 ปี

น.ส.ก้อย เปิดเผยว่า ตนเดินทางเข้ามาหางานทำในเมืองไทยได้นานกว่า 6 ปีแล้ว ตอนที่เข้ามาใหม่ๆ ก็ยังติดต่อกับที่บ้านบ้าง แต่เนื่องจากว่าตนเข้าเมืองมาแบบผิดกฎหมาย ก็เลยกลัวว่าจะถูกจับกุม ทำให้ไม่กล้าติดต่อกลับไปที่บ้านอีกเลย กระทั่งมาอยู่กินกับสามีคนไทย และมีลูกด้วยกันหนึ่งคน ก็เลยยิ่งกลัวว่าหากถูกจับแล้วจะไม่ได้กลับมาหาลูกอีก ก็เลยไม่กล้าติดต่อกับครอบครัวที่ลาวอีกเลย ปัจจุบันตนและสามีก็ช่วยกันทำนา ก็มีความสุขดี แต่ก็คิดถึงบ้านอยู่ทุกวัน ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณตำรวจไทยที่ช่วยให้ตนกับครอบครัวได้เจอหน้ากันอีกครั้ง