xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวลึกปมลับ : ล้วง 10 พรรคเล็กแตกคอ ล้ำเส้นขอเก้าอี้รัฐมนตรี

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อย่างเป็นทางการไปแล้ว การเดินหน้าเร่งจัดทำโผคณะรัฐมนตรี ประยุทธ์ 2/1   คงเกิดขึ้นโดยทันที เนื่องจากเป็นเรื่องด่วนที่ต้องทำ

เพราะหากยิ่งจบช้า ไม่รีบนำรายชื่อคณะรัฐมนตรีขึ้นทูลเกล้าฯ ก็ยิ่งไม่เป็นผลดีต่อภาพรวมของรัฐบาลและตัวพลเอก ประยุทธ์ นายกฯเอง

วันนี้ ประชาชนเริ่มตั้งคำถาม ว่าเลือกตั้งกันมาสองเดือนกว่า ยังไม่เห็นทิศทางประเทศไทย ยังคาดการณ์โฉมหน้าคณะรัฐบาลไม่ได้ จะออกมาแบบไหน ยิ่งนักธุรกิจเริ่มส่งเสียงให้ตั้งรัฐบาลจบโดยเร็ว เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากภาคธุรกิจและการลงทุนกลับคืนมา

ย่อมไม่เป็นผลดีแน่ หากการทำโผรัฐบาลประยุทธ์ 2/1  ช้าออกไป ไม่คลอดเสียที เพราะมีปัญหาจัดสรรโควต้าค.ร.ม. ไม่ลงตัว เนื่องจากพรรคร่วมรัฐบาลแย่งกระทรวงกัน แต่ละพรรคเลือกจะเอาของดีที่มีช่องทาง...เยอะๆ จนข่าวนี้เป็นที่อิดหน้าระอาใจประชาชนคนไทย

ถ้าหากพลเอกประยุทธ์ ไม่กล้าทุบโต๊ะรีบตัดสินใจ ปล่อยให้นักการเมืองทะเลาะกันไปเช่นนี้ แล้วยังคิดว่าไม่ใช่เรื่องของนายกรัฐมนตรีคสช. เป็นเรื่องแย่งชามข้ามของนักการเมือง

ถ้าคิดแบบนี้ รัฐบาลที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ก็ไม่ได้ตั้งอยู่บนศรัทธาของประชาชน และอายุรัฐบาลก็คงไปได้ไม่ไกล พลเอก ประยุทธ์ ก็ไม่มีโอกาสจะกลับมาอีก

ปัญหาพรรคร่วมย่งชามข้าว เกิดจากทุกพรรค เพราะทุกเสียง ใน18 พรรคร่วมรัฐบาล มีความหมายทั้งสิ้น ต่อการอยู่หรือไปของรัฐบาลประยุทธ์  ด้วยที่เป็น “รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ”

แค่พรรคเล็ก พรรคจิ๋ว  จับมือกันก่อหวอด ตีรวน ปั่นราคาตัวเอง เสถียรภาพรัฐบาลก็สั่นคลอนแล้ว

จึงได้เห็น พรรคเสียงเดียวก็ทำเสียวแล้ว โดยการออกมาของ พิเชษฐ สถิรชวาล  หัวหน้าพรรคประชาธรรมไทยกับ มงคลกิตติ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรคไทยศรีวิไลย์ ที่รวมกันมีแค่ 2เสียง พยายามเคลื่อนไหวในรูปของ 10พรรคเล็ก ที่เคยรวมกันแถลงข่าวเข้าร่วมรัฐบาลกับพลังประชารัฐตั้งแต่แรก

สองคนสองพรรคออกมาเคลื่อนไหว ปั่นราคาตัวเอง

โดยอ้าง10พรรคเล็ก ควรได้เก้าอี้รัฐมนตรี ระดับรัฐมนตรีว่าการ สองเก้าอี้ หรือไม่ก็อย่างน้อยต้องได้ หนึ่งรัฐมนตรีว่าการ และหนึ่งรัฐมนตรีช่วยว่าการฯ ไม่อย่างนั้น ก็จะถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล เอา10เสียง ถอนตัวออกไป พร้อมเป็นฝ่ายค้าน   

แต่ในความเป็นจริงพบว่า 10พรรคเล็กไม่เล่นด้วย 10พรรคกลุ่มนี้ ประกอบด้วย  1.พลังชาติไทย 2.ประชาภิวัฒน์ 3.ไทยศรีวิไลย์ 4.พลังไทยรักไทย 5.ครูไทยเพื่อประชาชน 6.ประชานิยม 7.ประชาธรรมไทย 8พลเมืองไทย 9.ประชาธิปไตยใหม่ 10 พลังธรรมใหม่

 ซึ่งเดิมที จริงๆ มี 11 พรรค แต่หลังการเลือกตั้งซ่อมที่เชียงใหม่ ทำให้ กกต.ตัดชื่อ นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทรักธรรม ออกไป เลยเหลือสิบพรรค

กลุ่มพรรคเล็กเริ่มแตกคอกันเองแล้ว เพราะเสียงส่วนใหญ่มองว่า พิเชษฐ์กับมงคลกิตติ์เคลื่อนไหวล้ำเส้น  โดยเฉพาะการเรียกร้องเก้าอี้รัฐมนตรี ทำให้ทั้งสิบพรรคงงและมึนกันมาหลายรอบแล้ว แต่ก็เก็บอาการไม่พอใจต่อกันเอาไว้ จนสุดท้าย ต้องเปิดตัวแถลงข่าวสวนทางกับนายมงคลกิตติ์โดยทันที ที่โรงแรมเซ็นทรัลลาดพร้าวเคลียร์กันเมื่อจันทร์ที่ 10มิ.ย.ที่ผ่านมา

การเคลื่อนไหวของสิบพรรคเล็กเข้าร่วมกับพลังประชารัฐ รู้กันว่าเชื่อมผ่านทางแกนนำอย่างอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐและรอ.ธรรมมนัส พรหมเผ่า แกนนำพรรคภาคเหนือ มีการติดต่อประสานกันมาตลอด

โดยมีข้อตกลงกันภายในว่า ทั้งสิบคน เป็นรัฐมนตรีกันได้หมด แต่จะใช้วิธีการว่า หากพลังประชารัฐ ให้โควต้ารัฐมนตรีกระทรวงไหนมา ก็เอาคนตามที่สิบพรรคเล็กคุยกันไว้ไปเลย ไม่ต้องมาขอมติที่ประชุมสิบพรรค

เช่นหากได้กระทรวงศึกษาธิการ ก็ให้ นายปรีดา บุญเพลิง  จากพรรคครูไทยเพื่อประชาชน ได้เป็น  ไม่ใช่ มงคลกิตติ์ แต่หากเป็นกระทรวงด้านแรงงาน ก็ให้ พิเชษฐ์ รับไป หรือเป็นกระทรวงด้านศาสนา วัฒนธรรม ก็ให้ สมเกียรติ ศรลัมพ์   พรรคประชาภิวัฒน์ รับไป

หากเป็นรัฐมนตรีช่วยฯ ด้านงานความมั่นคง กระทรวงการเมือง  ก็ให้  พล.ต.ทรงกลด ทิพย์รัตน์ พรรคพลังชาติไทย  หรือไม่ก็  พลตำรวจเอกยงยุทธ เทพจำนงค์ .พรรคประชานิยมรับตำแหน่งไป  โดยทั้งสิบพรรค มีการทำโผไว้คร่าว ๆตกลงกันไว้แล้ว ว่าให้ทุกคนยึดตามนี้ เป็นข้อตกลงเบื้องต้น

 แต่ปรากฏว่า เกิดมีบางคนใน10พรรคจิ๋ว เล่นออฟไซด์ พยายามสร้างกระแส เอาชื่อสิบพรรคเล็ก ไปต่อรอง เพื่อสร้างน้ำหนัก ทั้งที่มีจริงๆ แค่ 1-2  คน หรือสองพรรคเท่านั้น  ที่พยายามจะข้ามอาวุโส สร้างพาวเวอร์  ไปติดต่อกับคนในพลังประชารัฐ ขอเป็นรัฐมนตรี โดยไม่แจ้งให้พรรคพวกรู้ ทำให้คนในสิบพรรคพอรู้ข่าว  เริ่มไม่พอใจ และมีการตักเตือนไปหลายครั้ง

จนได้ข้อสรุปในสิบพรรคออกมา ซึ่งมี รอ.ธรรมนัส ร่วมคุยเป็นสักขีพยาน ว่า หากใครยังล้ำเส้น ทำอะไรโดยส่วนตัวแล้วเอาชื่อสิบพรรคไปอ้าง ก็อาจต้องตัดชื่อออกไปจากสิบพรรค  
 
เหล่านี้คือตัวอย่างที่แสดงให้เห็นแล้วว่า ด้วยความเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ มีส.ส.รัฐบาลเกินมาแค่  3 เสียง ทำให้พลเอกประยุทธ์และพลังประชารัฐ ต้องเอาใจทุกเสียงทุกกลุ่ม

จึงมีคำถามว่า ขนาดแค่ตั้งรัฐบาล ยังฟัดกันได้ขนาดนี้ แล้วจะอยู่กันยืดยาวได้อย่างไร?


กำลังโหลดความคิดเห็น...