xs
xsm
sm
md
lg

ทลายเครือข่ายยานรกภาคอีสาน เปิดธุรกิจน้ำดื่มบังหน้า ยึดของกลาง-ทรัพย์สินรวมกว่า 249 ล้าน

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


MGR online -ตำรวจปส. รวบเครือข่ายยานรกในพื้นที่ภาคอีสาน รับจากลาวมาส่งต่อขายในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑลและใต้ โดยเปิดธุรกิจน้ำดื่มบังหน้า พร้อมยึดของกลาง-ทรัพย์สินรวมกว่า 249 ล้านบาท

วันนี้ (7 มิ.ย.) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส. พร้อม พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส. เจ้าหน้าที่ ปส.1-4 และนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสิทธุ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแถลงผลการจับกุม ผู้ต้องหาคดียาเสพติดจำนวนหลายคดี รวมมูลค่ายาเสพติด 202,200,000 บาท ทรัพย์สินจากการตรวจยึด 47,230,000 บาท รวมแล้วกว่า 249 ล้านบาท

โดยคดีแรก จับกุมนางสาวจันทร์เพ็ญ วิเชียรฉาย หรืออินอ่อน อายุ 32 ปี นายชาญยุทธ เนาวบุตร อายุ 37 ปี นางสาวภัทรรินทร์ หรือเฟรม เพชร์นอก อายุ 23 ปี และนายอิทธิพล ภูนายาว อายุ 35 ปี ผู้ต้องหา กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ภาคอีสานซึ่งประกอบธุรกิจผลิตน้ำดื่มขายบังหน้า โดยจับกุมได้เมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา

พล.ต.ท.ชินภัทร กล่าวว่า บก.ปส.2 ได้สืบสวนติดตามกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ภาคอีสานที่ลักลอบนำยาเสพติดจากประเทศลาวมาจำหน่ายให้กับลูกค้าในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑลและส่งออกต่างประเทศผ่านภาคใต้ โดยทำธุรกิจน้ำดื่มบังหน้า ก่อนนำเงินที่ได้จากการกระทำผิด ไปลงทุนทำรีสอร์ทในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยกลุ่มผู้ต้องหาซึ่งเป็นลูกน้องเครือข่าย ได้ก่อเหตุอุกอรรจ์ อุ้มหญิงที่เบี้ยวเงินค่ายาเสพติดไปจากหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ต่อมาภายหลังสามารถจับกุมได้ทั้งผู้กระทำผิดและผู้ถูกกระทำพร้อมยาบ้าของกลาง 4,000 เม็ด

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดทรัพย์สินตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ เป็นเงินสดกว่า 2,902,959 บาท บ้านพร้อมที่ดิน 13 หลังรวมกว่า 21,000,000 บาททองรูปพรรณโทรศัพท์มือถือรถยนต์และของกลางอื่นอีก รวมทั้งหมด 34.8 ล้านบาท พร้อมขยายผลจับกุมตัวนายภูษิต หรือบิว อินอ่อน หัวหน้าเครือข่าย ซึ่งหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่แนวทางการสืบสวนทราบว่าคนร้ายรายนี้ได้เข้าสู่วงการยาเสพติดตั้งแต่อายุ 17 ปี มาจนถึงปัจจุบัน

ส่วนคดีที่ 2 จับกุมนายสุนทร หรือแต่งกลิ่นหอม อายุ 33 ปี ชาวจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมของกลางกัญชา 300 กิโลกรัม รถยนต์บรรทุกเชฟโรเลต และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง จับกุมได้ภายในปั๊มน้ำมันพีทีสาขาปทุมรัตน์ อ.ปทุมรัตน์ จังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ก่อนเกิดเหตุชุดจับกลุ่ม สืบทราบว่ามีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดของนางย้อยไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง ลอบนำยาเสพติดจากพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะในจังหวัดมุกดาหารมาจำหน่ายให้กับลูกค้าในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล โดยใช้รถยนต์คันที่ก่อเหตุเป็นพาหนะ จึงวางแผนสกัดจับกุมได้ดังกล่าว เบื้องต้นแจ้งข้อหา ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ก่อนขยายผลจับกุมผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีต่อไป

ต่อมาคดีที่ 3 ตรวจยึดวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ประเภท 2 (เคตามีน) จำนวน 45 ถุง น้ำหนักรวมประมาณ 27,900 กรัม ภายหลังรับแจ้งเบาะแสจากเจ้าหน้าที่บริษัทรับ-ส่งพัสดุภัณฑ์ออกนอกราชอาณาจักร พบพัสดุระหว่างประเทศปลายทางประเทศสหรัฐอเมริกาต้องสงสัย เป็นกล่องบรรจุผลไม้อบแห้ง นมผงพร่องมันเนย เครื่องดื่มธัญญาหารสำเร็จรูป เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ พบวัตถุต้องสงสัยลักษณะเป็นเกล็ดใสบรรจุในถุงพลาสติก เมื่อหยดน้ำยาทดสอบเบื้องต้น แสดงผลเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีน) จึงตรวจยึดของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คดีที่ 4 จับกุม นายสุชาติ หรือโกจ้อง เก้าเอี้ยน อายุ 40 ปี และนายวีรศักดิ์ หรือเล็ก พรรณราย อายุ 29 ปี และของกลางยาบ้า 710,000 เม็ด อาวุธปืนขนาด 6.35 ม. พร้อมกระสุนปืน 14 นัด พร้อมทรัพย์สินที่ยึดไว้ตรวจสอบอีกหลายรายการ สืบเนื่องจากช่วงปลายปี 2561 บก.ปส.4 ขยายผลกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดจนทราบว่านายสุชาติ นำยาเสพติดไปซุกซ่อนไว้ที่บ้านพักใน จ.สงขลา จึงนำกำลังเข้าตรวจค้นพบยาบ้า 1 แสนเม็ด ผู้ต้องหาให้การรับว่านายวีรศักดิ์ สั่งให้นำมาเก็บไว้ ตำรวจจึงวางแผนนัดพบกับนายวีรศักดิ์ ที่ศาลาพักริมทาง ถนนสิงหนคร-สงขลา ก่อนจับกุมพร้อมยาบ้าอีก 6 แสนเม็ดที่ซุกซ่อนไว้ในรถยนต์ ก่อนขยายผลเพิ่มเติมและนำผู้ต้องหาทั้งส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.4 ฐานร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อนายสุชาติ ฐานมีอาวุธปืนมีทะเบียนและเครื่องกระสุนปืนซึ่งเป็นของบุคคลอื่นไว้ในครอบครอง และ เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ต่อนายวีรศักดิ์

และคดีที่ 5 จับกุมนายสมนึก ศรีนิ่มนวล อายุ 54 ปี นางสาวจารุณี แซ่หมื่อ อายุ 24 ปี และนายวันเฉลิม แซ่หมื่อ อายุ 31 ปีพร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 120,000 เม็ด รถยนต์ 2 คันและของกลางอื่นที่ยึดตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ รวมมูลค่าทรัพย์สินกว่า 11,560,000 บาท หลังเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าจะมีกลุ่มผู้ค้าและลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากจังหวัดเชียงราย ไปส่งมอบให้กับลูกค้าในพื้นที่ภาคกลาง โดยใช้รถยนต์นำทางให้กับขบวนการขนลำเลียงยาเสพติดจาก ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย ก่อนสกัดจับกุมได้บริเวณสามแยกบ้านทุ่งหลวง หมู่ 6 ต.ดอนศรีชุม อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา พร้อมของกลางดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายเพื่อขยายผลออกหมายจับบุคคลในเครือข่ายและยึดทรัพย์ ตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ ต่อไป




กำลังโหลดความคิดเห็น...