xs
xsm
sm
md
lg

แม่ฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายกองทัพบก ลูกชายถูกทหารยิงตายโดยไม่มีความผิด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


MGR Online - มารดา “ชัยภูมิ-อะเบ” ชาวบ้านอำเภอเชียงดาว ฟ้องศางแพ่ง เรียกค่าเสียหายจากกองทัพบก หลังลูกชายถูกทหารยิงเสียชีวิต แถมยังจัดฉากผู้ตายมียาเสพติด และระเบิดไว้ทำร้ายทหาร

วันนี้ (22 พ.ค.) ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก นางอะหมี่มะ แซ่หมู่ อายุ 47 ปี โดยนางณัฐนันน แซ่หมู่ ผู้รับมอบอำนาจ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง กองทัพบก ฐานละเมิด พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 จำนวนทุนทรัพย์ 7,845,153.37 บาท ศาลแพ่งรับไว้พิจารณาเป็นคดี พ.2592/2562 นัดชี้สองสถานเพื่อกำหนดประเด็นสืบพยาน วันที่ 22 ก.ค. 2560 เวลา 13.00 น.

คำฟ้องระบุพฤติการณ์ว่า เมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2560 เวลาประมาณ 14.00 น. พลทหารชนวีร์ ขำอเนก ซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ขับขี่จักรยานยนต์โดยมีจ่าสิบเอก สงวน อินทร์ฤทธิ์ เป็นผู้บังคับบัญชา เป็นผู้ซ้อนท้าย ออกปฏิบัติหน้าที่ชุดลาดตระเวนตามเส้นทางถนนลูกรังบริเวณไร่ข้าวโพดระหว่างหมู่บ้านรินหลวงและหมู่บ้านป่าบงงาม ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ได้ขับสวนทางกับจักรยานยนต์ ของนายธนิสร แซ่เฉิน ผู้ขับขี่ มีนายอะเบ เป็นผู้ซ้อนท้าย เจ้าหน้าที่ทหารได้สั่งให้ทั้งสองหยุดรถ ก่อนที่จ่าสิบเอกสงวน จะดึงตะกร้าใส่ของที่สะพายอยู่ด้านหลังนายอะเบ เพื่อหวังจะฉุดรั้งให้รถ จยย. หยุด ด้วยความตกใจนายธนิสร จึงได้เร่งความเร็วของรถเพื่อหนีเจ้าหน้าที่ทหาร พลทหาร ชนวีย์ จึงใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงใส่ด้านหลังผู้ตาย กระสุนปืนถูกบริเวณทรวงอกขวา และแตกเป็น 3 ส่วน ออกบริเวณทรวงอกซ้ายด้านหน้า กระสุนปืนทะลุหัวใจห้องล่างซ้ายและห้องขวา ทำให้หัวใจห้องล่างซ้ายและขวาฉีกขาด มีเลือดออกจากภายในช่องอกจำนวนมาก เป็นเหตุให้นายอะเบถึงแก่ความตาย

ภายหลังเกิดเหตุโจทก์และเพื่อนบ้านจะเข้าไปดูศพผู้ตายบริเวณที่เกิดเหตุ แต่เจ้าหน้าที่ทหารไม่ยินยอมและได้ปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุไว้ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ทหารยังให้ข้อมูลต่อพนักงานสอบสวนว่านายธนิสรได้ชักอาวุธปืนสั้นยิงใส่เจ้าหน้าที่ทหาร และมีระเบิดที่ผู้ตายจะขว้างใส่เจ้าหน้าที่ทหาร รวมถึงตรวจพบยาเสพติดเฮโรอีนในกระเป๋าย่ามของผู้ตายซึ่งไม่เป็นความจริง ต่อมาศาลจังหวัดเชียงใหม่ได้มีคำสั่งไต่สวนการตายว่านายอะเบเสียชีวิตที่บริเวณเส้นทางดินลูกรังระหว่างหมู่บ้านรินหลวงและหมู่บ้านป่าบงงาม เพราะถูกพลทหารชนวีรย์ใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงใส่นายอะเบ จนถึงแก่ความตาย

การตายของบุตรชายโจทก์เกิดจากการกระทำโดยเจตนาของเจ้าหน้าที่ทหารยิงใส่ผู้ตายซึ่งไม่มีอาวุธใดๆ และไม่ได้ใช้อาวุธระเบิดจะขว้างใส่เจ้าหน้าที่ทหารทั้งสองตามที่ถูกกล่าวอ้างจากฝ่ายเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด แต่เจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวได้ทำการฆาตกรรมผู้ตาย กรณีจึงเป็นเรื่องเจ้าหน้าที่ของรัฐในสังกัดของจำเลยจงใจกระทำละเมิดต่อชีวิตผู้ตายโดยผิดกฎหมาย ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว จำเลยจึงต้องรับผิดชอบต่อโจทก์ในผลแห่งละเมิดของเจ้าหน้าที่ทหารในสังกัดจำเลยดังกล่าว ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จำเลยต้องรับผิดชำระค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ดังนี้

ค่าปลงศพผู้ตายและค่าใช้จ่ายอันจำเป็นเกี่ยวกับการจัดการศพ, ค่าขาดไร้อุปการะโจทก์, ค่าเสียหายต่อชื่อเสียง,ค่าเสียหายต่อจิตใจ, ขอให้จำเลยรับผิดชดใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันกระทำละเมิด จนถึงวันฟ้อง 15 ก.พ. 60 - 22 พ.ค.62 รวมค่าสินไหมทดแทนทั้งสิ้น 7,845,153.37 บาท, ให้จำเลยลงประกาศในหนังสือพิมพ์รายวันของหนังสือพิมพ์มติชน ไทยรัฐ ข่าวสด และหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในจังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งข่าวออนไลน์ทางอินเทอร์เน็ตของหนังสือพิมพ์ดังกล่าวด้วยเป็นเวลา 3 วันต่อเนื่องกัน ว่านายอะเบ แซ่หมู่ ไมได้มีและไม่ได้ใช้ระเบิดจะขว้างใส่เจ้าหน้าที่ทหาร และไม่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด รวมทั้งให้จำเลยชำระค่าธรรมเนียมศาลและค่าทนายความแทนโจทก์

ภายหลังนายรัษฎา มนูรัษฎา ทนายความ เปิดเผยว่า มารดาของนายอะเบ แซ่หมู่ และนายชัยภูมิ ป่าแส ที่ถูกยิงเสียชีวิตมายื่นฟ้องคดีแพ่งกับหน่วยงานกองทัพบก กรณีที่เจ้าหน้าที่ทหารใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงทำให้ทั้งสองคนเสียชีวิต โดยนายอะเบ ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2560 ส่วนนายชัยภูมิถูกยิงเสียชีวิต ในเดือน มี.ค. 2560 เวลาห่างกันเพียง 1 เดือน และคดียังมีลักษณะคล้ายกันคือข้างศพผู้ตายมีระเบิดแบบขว้างวางอยู่ โดยมียาเสพติดอยู่ในย่ามนายอะเบ และอ้างว่าจะขว้างระเบิดใส่เจ้าหน้าที่ทหาร

ส่วนนายชัยภูมินั้นมีการกล่าวอ้างว่าได้ใช้อาวุธมีดเพื่อดักฟันทำร้ายเจ้าหน้าที่ทหาร เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ทหารจำเป็นต้องยิงเพื่อป้องกันตัว ซึ่งกองทัพบกในฐานะที่เป็นหน่วยงานกำกับดูแลและบังคับบัญชาจะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับญาติทั้งสองราย โดยมารดานายชัยภูมิ เรียกร้องค่าเสียหายจำนวน 4 ล้านกว่าบาท ส่วนนายอะเบ เรียกร้องค่าเสียหาย จำนวน 7 ล้านบาท ซึ่งศาลรับฟ้องไว้ทั้งสองสำนวน นอกจากนี้เราได้ขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลด้วย เนื่องจากครอบครัวของผู้ตายทั้งสอง มีฐานะยากจนจะต้องเดือดร้อนจากการเสียค่าธรรมเนียมศาล เพราะคดีนี้มารดาผู้ตายไม่มีเงินว่าจ้างทนายความแต่อย่างใด

ส่วนการดำเนินคดีอาญาทั้งสองคดีนั้น เบื้องต้นอัยการได้ยื่นไต่สวนสาเหตุการตายที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่แล้ว และศาลมีคำสั่งว่า นายอะเบและนายชัยภูมิ ทั้งสองรายถูกยิงเสียชีวิต ดังนั้น หากเจ้าหน้าที่ทหารอ้างว่าทำไปเพื่อป้องกันตัวในการยิงนายชัยภูมิ ก็ต้องเอาเหตุผลมาแสดงให้ศาลเห็น แต่ที่น่าสงสัยคือจุดเกิดเหตุที่นายชัยภูมิถูกยิงบริเวณด่านตรวจบ้านรินหลวง อ.เชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่นั้นมีกล้องวงจรปิดจำนวน 9 ตัว หากกองทัพบกมีวงจรปิดก็ขอให้เอามาแสดงต่อศาล ความจริงจะได้ปรากฎว่าเจ้าหน้าที่ทหารทำไปเพื่อป้องกันตัวหรือไม่ และนายชัยภูมิพยายามทำร้ายทหารจริงหรือไม่ หลังจากศาลมีคำสั่งไต่สวนสาเหตุการตายเรียบร้อยแล้ว อัยการก็จะส่งสำนวนยื่นฟ้องคดีต่อศาลทหารตามขั้นตอนต่อไป

นอกจากนี้ นายรัษฎากล่าวว่า มีอีกหลายคดีที่กองทัพบกมอบอาวุธปืนที่มีความร้ายแรงให้กับพลทหาร ที่ถือว่าเป็นทหารชั้นผู้น้อย มีวุฒิภาวะที่อาจจะใช้วิจารณาญาณไม่ดีพอในการใช้อาวุธแล้วก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตของประชาชน กองทัพบกจึงควรจะต้องพิจารณาให้รอบคอบ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การไต่สวนสาเหตุการตายที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการเปิดกล้องวงจรปิดทั้ง 9 ตัวหรือไม่ นายรัษฎากล่าวว่า ฝ่ายเจ้าหน้าที่ทหารไม่ได้ส่งภาพจากกล้องวงจรปิดมาเสนอต่อศาล ส่วนพนักงานสอบสวนที่ได้รับภาพจากกล้องวงจรปิดก็บอกว่าเปิดแล้วไม่พบภาพ แต่ถ้อยคำให้การของทหารเองได้ให้การไว้ในสำนวนการสอบสวนว่าได้ดูภาพจากกล้องวงจรปิดแล้ว

ขณะที่นางอะหมี่มะ แม่ของนายอะเบเปิดเผยว่า วันนี้ต้องการความยุติธรรม หลังสูญเสียลูกชายไป 2 ปี แล้ว และย้ำว่านายอะเบไม่มียาเสพติด หรือระเบิด แต่ถูกจัดฉากในการเสียชีวิต ส่วนความเป็นอยู่ครอบครัวต้องลำบากที่ต้องสูญเสียลูกชายที่ถือเป็นเสาหลักของครอบครัวไป







กำลังโหลดความคิดเห็น...