xs
xsm
sm
md
lg

แจง กม.ทะเบียนบ้านใหม่ หนีหมายจับเกิน 6 เดือนโดนย้ายชื่อเข้าทะเบียนกลาง เพื่อคุ้มครองสิทธิคนหมู่มาก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม

ว่าที่ พ.ต.สมบัติ วงศ์กำแหง
MGR online - สภาทนายความ แนะน่าจับตามองพ.ร.บ.ทะเบียนราษฎร ฉบับใหม่ ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้ว ระบุให้บุคคลที่หลบหนีหมายจับเกิน 180 วัน จะถูกย้ายชื่อออกจากทะเบียนบ้านไปยังทะเบียนกลาง แม้จะเป็นการประจานตัวบุคคล แต่ถือว่าเป็นการคุ้มครองสิทธิคนหมู่มาก


วันนี้ (16 เม.ย.) ว่าที่ พ.ต.สมบัติ วงศ์กำแหง กรรมการฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายเนติบัณฑิตยสภา และอุปนายกสภาทนายความ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีกฎหมายฉบับใหม่ออกมาเป็นที่น่าจับตามองคือ พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562 มีผลใช้บังคับในวันที่ 15 เมษายน 2562 เป็นต้นไป พระราชบัญญัติฉบับนี้ มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล เพื่อให้การทะเบียนราษฎรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพอันจะเป็นประโยชน์ต่อการอำนวยความเป็นธรรม การรักษาความสงบเรียบร้อย และการคุ้มครองสิทธิพื้นฐานของประชาชน

ว่าที่ พ.ต.สมบัติ กล่าวว่า ในมาตรา 13 ของกฎหมายใหม่นี้ ระบุว่า เมื่อศาลได้ออกหมายจับผู้ใด ไม่ว่าจะออกโดยพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจร้องขอ หรือศาลออกเองก็ตาม ถ้ายังจับไม่ได้ภายใน 180 วัน นับแต่วันที่ศาลออกหมายจับ พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ มีหน้าที่แจ้งให้ผู้อำนวยการทะเบียนกลางทราบ และให้ผู้อำนวยการทะเบียนกลางแจ้งให้นายทะเบียนย้ายคนที่ถูกออกหมายจับนั้นออกจากทะเบียนบ้าน และเพิ่มชื่อและรายการของผู้นั้นไว้ในทะเบียนบ้านกลาง และให้หมายเหตุไว้ในรายการของบุคคลนั้นว่าอยู่ในระหว่างการติดตามตัวตามหมายจับด้วย

หากผู้ที่ถูกโอนย้ายชื่อไปอยู่ทะเบียนบ้านกลางนั้น ต้องการย้ายกลับเข้าทะเบียนบ้านของตน ก็ต้องมา “แสดงตัวต่อนายทะเบียน” นั้น พร้อมทั้งแสดงหลักฐานว่าหมายจับนั้นได้ถูกเพิกถอนหรือตนเองถูกจับตามหมายจับนั้นแล้ว

ว่าที่ พ.ต.สมบัติ กล่าวว่า ทะเบียนบ้านกลาง คือ ทะเบียนบ้านสำหรับลงรายการบุคคลที่ไม่อาจมีชื่อในทะเบียนบ้าน

บุคคลที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลางไม่สามารถใช้อ้างอิงหรือยืนยันที่อยู่ของตนตามทะเบียนบ้านได้ เพราะบ้านเลขที่ตามทะเบียนบ้านกลาง ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันคือที่ตั้งของสำนักงานเขต หรือที่ตั้งของสำนักทะเบียนราษฎร ในแต่ละท้องที่ หากนำไปใช้ส่งจดหมาย หรือส่งหมายศาล ก็จะไม่สามารถส่งได้ เพราะไม่มีตัวผู้รับตามจ่าหน้าหรือที่ระบุในหมายศาล เพราะเป็นที่ทำงานของทางราชการ ไม่มีคนพักอาศัย

กรณีที่ชื่อจะไปปรากฏอยู่ในทะเบียนบ้านกลางได้ โดยทั่วไปจะเกิดจาก การที่เจ้าบ้านแจ้งว่า ผู้มีชื่อในทะเบียนบ้านของตน ไม่ได้อาศัยอยู่ในบ้านของตน ได้ย้ายออกไปนานแล้ว ไม่รู้จักว่าเป็นใคร ไม่ทราบว่าปรากฏชื่อได้อย่างไร หรือตัวบุคคลนั้นแจ้งย้ายออกจากที่บ้านหลังดังกล่าวแล้ว แต่ไม่ได้แจ้งย้ายเข้าไปในทะเบียนบ้านอื่น คนกลุ่มนี้ ก็จะถูกจำหน่ายชื่อออกจากทะเบียนบ้านเดิม และเมื่อไม่มีที่อยู่ใหม่ ชื่อจึงต้องไปอยู่ในทะเบียนบ้านกลาง

กฎหมายใหม่นี้ จึงทำให้คนที่หนีหมายจับ หรือตำรวจไม่ได้ตัวมาภายใน 180 วัน นับแต่วันที่ศาลออกหมายจับ ต้องถูกย้ายชื่อไปอยู่ทะเบียนบ้านกลาง ไม่ว่าคนนั้นจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม และนอกเหนือไปกว่านั้นกฎหมายยังให้หมายเหตุไว้ในทะเบียนบ้านด้วยว่า เขากำลังอยู่ระหว่างการติดตามตัวตามหมายจับ พูดแบบชาวบ้านก็คือ ทะเบียนบ้านจะระบุว่าท่านหนีหมายจับอยู่

ว่าที่ พ.ต.สมบัติ วงศ์กำแหง กล่าวว่า อาจมองได้ว่า การกระทำนี้เป็นการละเมิดสิทธิของบุคคลแน่นอน เพราะเป็นการจำหน่ายชื่อของเขาออกไปโดยเขาไม่ยินยอม การระบุไว้ในทะเบียนบ้าน เท่ากับเป็นการประจานตัวบุคลไปด้วย ทั้งๆ ที่ รัฐธรรมนูญให้สันนิษฐานไว้ว่า บุคคลเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา

แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง การละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชนเป็นส่วนรวม ซึ่งเป็นสิทธิของคนหมู่มาก ก็จะเห็นได้ว่า เจตนารมณ์ของกฎหมาย ที่ระบุไว้ชัดว่าสามารถทำได้บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ผ่านกระบวนการนิติบัญญัติมาเรียบร้อยแล้ว เป็นการใช้ระบบทะเบียนราษฎรให้มีประโยชน์ต่อการอำนวยความเป็นธรรมให้แก่ประชาชน และวันนี้ กฎหมายมีผลใช้บังคับแล้ว แปลว่า ฝ่ายนิติบัญญัติ ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า การออกกฎหมายฉบับนี้ แม้จะละเมิดสิทธิส่วนบุคคล แต่ก็เป็นประโยชน์ต่อประชาชนส่วนใหญ่ ประโยชน์สาธารณะย่อมอยู่เหนือประโยชน์ส่วนตน

ดังนี้ หากมีหมายจับ กฎหมายต้องการให้ท่านแสดงตนเพื่อเข้าต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม กฎหมายต้องการให้สู้ไม่ใช่หนี และในวันนี้ หากท่านหนี ท่านจะมีที่อยู่ตามทะเบียนบ้านใหม่ แม้จะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม และเหนือสิ่งอื่นใด ในทะเบียนบ้านใหม่ของท่านจะมีข้อความระบุให้คนทั่วไปเข้าใจได้ว่า “ท่านกำลังหนีหมายจับ!”


กำลังโหลดความคิดเห็น...