xs
xsm
sm
md
lg

เปิดเบื้องหลังฆ่ายัดถังโบกปูน! ปมรักสามเส้า-เพื่อนฝันไปงานศพผู้ตาย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


 
จากคดีคนหาย กลับกลายเป็นฆาตกรรมโบกปูนยัดถังสยองกรุงครั้งนี้เริ่มมาจาก น.ส.อรอุมา หนูปทุม วัย 36 ปี ชาว จ.พัทลุง เข้าร้องตำรวจกองปราบให้ช่วยตามหา นายอัชฌา หนูปทุม หรือขิก อายุ 38 ปี ชาว จ.พัทลุง พี่ชายที่เข้ากรุงมาทำงานเป็นลูกจ้างร้านพหลค้าวัสดุก่อสร้าง ย่านบางเขน หลังญาติและเพื่อนสนิทไม่มีใครสามารถติดต่อ นายอัชฌา ได้อีกเลยตั้งแต่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา

แทบเป็นกิจวัตรประจำวันที่ นายอัชฌา จะต้องโทรหาลูกชายวัย 18 ปี ที่อาศัยอยู่กับพ่อแม่และน้องสาวที่พัทลุง หลังตนต้องห่างลูกเพื่อมาทำงานหาเงินเลี้ยงดูจุนเจือครอบครัว คืนเกิดเหตุน้องสาวแปลกใจที่พี่ชายไม่โทรมาคุยกับลูกชาย จึงพยายามติดต่อหลายครั้งแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เมื่อเห็นผิดสังเกต จึงโทรศัพท์ไปถามที่ร้านก็ได้คำตอบว่าพี่ชายงานยุ่งไม่มีเวลารับโทรศัพท์ ก็เอะใจว่าต้องเกิดเรื่องไม่ดีกับพี่ชายเธอแน่ๆ

จากนั้นลูกชายได้ลองโทรไปหาพ่ออีกครั้งแต่คนรับสายถามกลับด้วยสำเนียงภาคกลางว่า "ใคร" แล้วรีบกดวางสายทิ้ง

ต่อมา น.ส.อรอุมา พร้อมญาติๆ เข้าขอความช่วยเหลือที่ศูนย์ประสานงาน กก.6 บก.ป.ใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ก่อนนั่งรถจากพัทลุงพาตำรวจกองปราบปรามแฝงตัวเข้าไปสอบถามข่าวคราวของพี่ชายถึงในร้านที่พี่ทำงานอยู่

"ไม่เห็นมาทำงาน 2-3 วันแล้ว สงสัยไปกับขลุกอยู่กับผู้หญิง ไอ้ขิกมันเจ้าชู้จะตาย" นายประยูน หรือจุ๊บ แก้วพยศ อายุ 47 ปี พี่ชายเจ้าของร้านและเป็นผู้ดูแลร้านกล่าวกับ น.ส.อรอุมาน้องสาวของนายขิก และนายประยูน หรือจุ๊บ คนนี้นี่เองที่ไปชวน นายขิก จากพัทลุงขึ้นมาทำงานที่ร้านด้วยกันเพราะเป็นคนหมู่บ้านเดียวกันและมีศักดิ์เป็นญาติกันด้วย

"หลังมันหายไปสี่วันพี่ก็ไปแจ้งความคนหายไว้ที่ สน.บางเขนตามที่น้องบอกแล้วนะ ตอนนี้ตำรวจเขาก็กำลังช่วยตามหาตัวให้อยู่ ใจเย็นๆ เดี๋ยวมันก็กลับมา" นายประยูน กล่าวอีก

ระหว่างที่กำลังพูดคุยถามไถ่ ตำรวจกองปราบที่แฝงตัวไปก็ถามถึงวันเกิดเหตุว่านายขิกเข้ามาทำงานกี่โมง ออกจากร้านไปกี่ทุ่ม ทำให้ นายประยูน ออกอาการลุกลี้ลุกลนจนเห็นได้ชัด

"คุณเป็นใคร" นายประยูน ยิงคำถามตรงๆ เพราะคนถาม ถามเป็นภาษากลางไม่ใช่ภาคใต้ อีกทั้งยังตัดผมจนสั้นเกรียน

"ผมเป็นตำรวจกองปราบครับ" ตำรวจนอกเครื่องแบบที่แฝงตัวไปกล่าว

"คืออย่างนี้นะ วันที่ไอ้ขิกมันหายไป พวกผมก็ตั้งวงกินเหล้ากันหลังเลิกงาน ซึ่งก็กินกันเกือบทุกวัน ผมกับมันกินคนละวง พอสองทุ่มก็เห็นมันกลับออกจากร้านไป" นายประยูน พยายามใจดีสู้เสือ แต่ตำรวจคนดังกล่าวจับพิรุธได้ จึงแสร้งถามไปว่ากล้องวงจรปิดที่ติดทั่วร้านนี่จะขอดูย้อนหลังได้ไหม นายประยูน รีบตอบว่าไม่มีเม็มโมรี่การ์ดเพราะเจ้าของร้านถอดเอาไปซ่อมยังไม่เสร็จ ต้องรอเขากลับจากเที่ยวที่ญี่ปุ่นก่อน

หลังออกมาจากร้านทางญาติๆ ก็ช่วยกับสืบอีกทางโดยถาม น.ส.กิ๊ก( นามสมมติ) อดีตเสมียนร้านพหลค้าวัสดุก่อสร้าง ที่คบหากับนายขิก จนทราบว่า ก่อนหน้านี้ได้คบหาเป็นแฟนกับนายประยูน คนดูแลร้าน ระหว่างนั้นก็ได้ชอบพอกับนายขิก และขอเลิกกับนายประยูน จนทำให้นายประยูนไม่พอใจ ถึงกับขู่ฆ่านายขิกหลายครั้งเพื่อให้เลิกยุ่งกับ น.ส.กิ๊ก กระทั่งเจ้าของร้านทราบเรื่องจึงไล่เสมียนคนดังกล่าวออกจากงาน เพราะจับได้ว่านายประยูนยักยอกเงินมาให้ น.ส.กิ๊ก และเกรงว่ารักสามเส้าจะสร้างความวุ่นวายภายในร้าน

"พี่ขิกเขาจะโทรบอกหนูทุกครั้ง ไม่ว่าจะไปไหน หรือทำอะไร ถ้าเขาตั้งวงกินเหล้าแล้วจะกลับห้องพักก็จะต้องโทรบอก ตั้งแต่คบกันมาไม่มีครั้งไหนที่เขาไม่โทรรายงานหนูเลย" น.ส.กิ๊ก บอกกับน้องสาวนายขิก

นอกจากนี้ญาติๆ และ เพื่อนๆ ได้แชร์ภาพนายขิกทางเฟซบุ๊กเพื่อให้ชาวโซเชี่ยลช่วยตามหาอีกทาง โดย เพื่อนคนหนึ่งเล่าให้น้องสาวนายขิกฟังว่า คืนก่อนฝันว่าอยู่ในงานศพ จึงเข้าไปถามคนในงานว่าใครตาย เขาบอกว่า"ขิก" ถูกฆ่าฝังดิน หลังโรงงาน ตรงนั้นมีบึง มีป่ากก น้องสาวนายขิกจึงนำเรื่องฝันประหลาดมาเล่าต่อให้ชุดสืบสวนกองปราบปรามฟัง

15 มีนาคม น.ส.อรอุมาและญาติจึงเข้าร้องขอความเป็นกับ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.เพื่อช่วยเหลือทางคดี เมื่อเห็นคดีมีมูลที่เชื่อได้ว่าน่าเป็นการฆาตกรรมไม่ใช่คดีคนหายธรรมดา ทาง พล.ต.ต.จิรภพ ก็รีบสั่งการ พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.พัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ รอง ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ต.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ สว.กก.1 บก.ป. และ ว่าที่ พ.ต.ต.พชรเดช บุญฤทธิ์ สว.กก. 1 บก.ป.รับผิดชอบพื้นที่ใน กทม.จัดชุดสืบสวนคลี่คลายคดีอย่างเร่งด่วน

ต่อมาเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่อยู่บริเวณโดยรอบร้านพหลค้าวัสดุไปในวันที่นายขิกหายตัวไป กลับไม่พบว่า นายขิก ออกจากร้านหลังเลิกงานตามที่นายประยูนเคยกล่าวอ้าง จึงได้เฝ้าติดตามดูพฤติกรรมของผู้เกี่ยวข้องทั้งน้องชายของนายประยูน ที่เป็นเจ้าของร้าน ตลอดจนบุคคลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอีกหลายคน

จากนั้นเจ้าหน้าที่พบเบาะแสว่า น้องชายนายประยูน นอกจากมีร้านวัสดุก่อสร้างสร้างแล้ว ยังมีร้านอาหารชื่อพหลวิว ตั้งอยู่ถนนเทพรักษ์ แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. ซึ่งอยู่ห่างจากร้านวัสดุก่อสร้าง ประมาณ 1 กิโลเมตร เมื่อลองเดินสำรวจพบว่าสถานที่ดังกล่าวอยู่ระหว่างปรับปรุง มีการถมดิน ถมหิน มีบึง มีป่ากก

เจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งในทีมสืบสวนถึงกับขนลุกชันเพราะสถานที่นี้บังเอิญไปตรงกับสิ่งที่เพื่อนนายขิกฝันและมาเล่าให้น้องสาวนายขิกฟัง

ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำคนงานแถวนั้นมาสอบถาม ช่วงแรกๆ ไม่มีใครกล้าให้ข้อมูล เนื่องจากนายประยูน ได้เคยข่มขู่ลูกน้องทุกคนว่าห้ามใครปากโป้งไม่อย่างนั้นจะตามฆ่าให้หมด

เมื่อถูกซักหนักเข้าพยานซึ่งเป็นคนงานก่อสร้างของร้านอาหารพหลวิวก็รับว่า วันเกิดเหตุ นายประยูน ใช้ให้ช่วยยกถัง 200 ลิตรไปฝังโดยไม่ทราบว่ามีศพอยู่ภายใน ก่อนใช้แบ็คโฮฝังกลบไว้บริเวณด้านหลังร้านซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างบึงขนาดใหญ่และป่ากกเต็มไปด้วยหินและปูนขนาดใหญ่

วันที่ 27 มีนาคม เจ้าหน้าที่จึงให้รถแบ็คโฮขุดบริเวณต้องสงสัยที่มีรอยดินใหม่หมาด เมื่อทำการขุดลึกลงไปประมาณ 3-4 เมตร พบถังน้ำมันขนาด 200 ลิตรถูกฝังไว้ใต้ดิน เมื่อนำขึ้นมาพบมีการโบกปูนปิดทับบริเวณฝาถัง จึงใช้เครื่องเจียรตัดบริเวณที่โบกปูนทับไว้ปรากฏพบศพ นายขิก อยู่ภายในถังสภาพศพเริ่มเน่ามีเลือดและน้ำหนองส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งไปทั่วบริเวณ

แต่วันที่ตำรวจขุดพบศพนายขิกนั้น นายประยูน และผู้ต้องสงสัยในร้านที่เป็นคนโบกปูนศพก็ได้ชิงจังหวะหลบหนีไปตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม โดยนายประยูน บอกกับที่ร้านว่าจะกลับไปเลือกตั้งที่พัทลุงบ้านเกิด

ไม่รอช้า พล.ต.ต.จิรภพ จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.วีระชัย ขุนไชยแก้ว ผกก.6 บก.ป.พ.ต.ท.พงศ์ปณต ชูแก้ว รองผกก.6 บก.ป. จัดกำลังชุดสืบสวนกองปราบปรามที่รับผิดชอบในพื้นที่ออกเป็น 4 ชุด ไล่ล่ากดดันนายประยูน ตามบ้านญาติและคนสนิท ในพื้นที่ จ.พัทลุง จนกระทั่ง นายประยูน ทนแรงกดดันไม่ไหว ติดต่อผ่านเพื่อนสนิทที่เป็นคนทำสวนของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ขอมอบตัวกับตำรวจกองปราบปราม ที่ อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง ก่อนนำตัวขึ้นมาสอบสวนที่กรุงเทพฯ

จากนั้นศาลจังหวัดมีนบุรีออกหมายจับในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ,ปิดบังซ่อนเร้นอำพรางศพ”แก่นายประยูน ซึ่งเจ้าตัวให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้จับกุมตัวหลานชายนายประยูน คือ นายอรรถพล คงนวลใย หรือนาย อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรีที่ 261/2562 ลงวันที่ 30 มีนาคม 2562 ข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และ ร่วมกันซ่อนเร้นอำพรางศพ ขณะไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจ หลังสืบทราบว่านายอรรถพล ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ด้วย

พล.ต.ต.จิรภพ กล่าวภายหลังสอบสวน นายอรรถพล ว่าเจ้าตัวให้การรับว่าเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่เริ่มจนจบ แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้ร่วมลงมือฆ่าด้วย แต่รับว่าได้ช่วยยกศพ และขนย้ายจนถึงผสมปูนและนำไปฝังดิน

โดยวันเกิดเหตุเมื่อเวลา 17.30 น. นายขิก ผู้ตายได้ตั้งวงดื่มสุรากับเพื่อนคนงานรวม 4 คนที่หน้าห้องพักคนงานซึ่งอยู่ด้านหลังร้าน ต่อมานายประยูน ได้ให้นายอรรถพล หลานชายซึ่งเป็นลูกจ้างของที่ร้าน ไปเรียกผู้ตายมาหาในร้าน แต่ปรากฎว่าเมื่อมาถึง นายอรรถพล เห็นผู้ตายถูกนายประยูน ใช้ท่อนเหล็กตีศีรษะหลายครั้ง ก่อนคลุมหัวด้วยถุงดำและใช้เชือกรัดคอจนตาย

จากนั้นนายประยูน ได้สั่งให้ นายอรรถพล ช่วยนำร่างผู้ตายไปยัดใส่ถังขนาด 200 ลิตร ก่อนจะเคลื่อนย้ายศพไปเตรียมฝังกลบที่ร้านอาหารพหลฟู๊ดในวันรุ่งขึ้น สำหรับคนงานของร้านที่ได้เรียกสอบปากคำก่อนหน้านี้ได้กันตัวไว้เป็นพยานทั้งหมด แต่หากพบหลักฐานเชื่อมโยงการกระทำผิดของบุคคลอื่นๆ จะขอศาลอนุมัติหมายจับและตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

"คดีนี้แม้ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธแต่ทางเรามีหลักฐานต่างๆ ทั้งทางนิติวิทยาศาสตร์ และขั้นตอนการกระทำตั้งแต่ลงมือฆ่า เคลื่อนย้ายศพ ผสมปูนจนถึงขั้นนำรถแบ็กโฮขุดดินฝัง ทั้งนี้หากพบว่ามีใครเกี่ยวข้องเพิ่มเติม ก็จะดำเนินการออกหมายจับต่อไป" ผบก.ป.กล่าว

ด้าน น.ส.อรอุมา น้องสาวผู้ตาย กล่าวว่า ตั้งแต่พี่ชายหายไปก็สงสัยว่านายประยูน มีส่วนเกี่ยวข้อง เนื่องจากพี่ชายไม่รู้จักใครเลยที่กรุงเทพฯ และไม่มีนิสัยก้าวร้าว จึงมั่นใจว่าไม่ได้ขัดแย้งกับใคร นอกจากนี้พี่ชายเคยเล่าให้ฟังว่าชอบผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งตนเองก็เคยเห็นผ่านเฟซบุ๊กของพี่ชาย แต่ทั้งนี้มีคนเคยบอกว่าผู้หญิงที่พี่ชอบ เป็นคนเดียวกันกับที่นายประยูนชอบด้วย จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นสาเหตุนี้ที่ทำให้เกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น

"ตกใจและเสียใจมาก ไม่คิดว่าคนบ้านเดียวกันอีกทั้งเป็นญาติกันจะลงมือฆ่าพี่ชายได้ลงคอ" น้องสาวนายขิกผู้ตายกล่าวปนสะอื้น

"โกรธและรับไม่ได้ เมื่อรู้ว่าคนฆ่าลูกชายคือ นายประยูน ซึ่งเป็นญาติที่มาชักชวนลูกชายไปทำงานที่กรุงเทพฯ อยากให้เขาถูกประหารชีวิตจะได้ตายตกตามกัน" นายเลี่ยน หนูปทุม กล่าวทั้งน้ำตาในวันมารับศพลูกชายที่ นิติเวช รพ.ภูมิพลอดุลยเดช เพื่อนำกลับไปบำเพ็ญกุศลที่วัดหารเทา อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง


กำลังโหลดความคิดเห็น...