xs
xsm
sm
md
lg

ตำรวจบุกตลาดนัดดังกลางกรุงเทพฯ 22 จุด จับขายบุหรี่ไฟฟ้า 30 ร้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


ตำรวจลงพื้นที่ตรวจตลาดนัดแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตใจกลางกรุงเทพฯ 22 จุด จับกุมร้านขายบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า 30 ร้าน ได้ของกลางจำนวน 4,025 รายการ มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท



เมื่อเวลา 23.00 น.วันที่ 3 มี.ค.ที่ตลาดนัดเลียบด่วนรามอินทรา ถนนประดิษฐมนูธรรม แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สตม. เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โคกคราม และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุด ศปอส.ตร. แถลงผลการนำกำลังเข้าตรวจค้นร้านขายบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า และอุปกรณ์ จำนวน 22 จุด ในแหล่งท่องเที่ยวใจกลางกรุงเทพฯ ได้ผู้ต้องหาพร้อมของกลางเป็นจำนวนมาก มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้ได้รับการประสานขอความร่วมมือจากสมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติ เพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ว่าในปัจจุบันมีการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า และอุปกรณ์ รวมทั้งน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก โดยมีการจำหน่ายตามทางสื่อออนไลน์ และตลาดนัดกลางคืนมากที่สุด เจ้าหน้าที่จึงได้ลงตรวจสอบตามตลาดนัดชื่อดัง คือ ตลาดคลองถม ตลาดนัดเลียบด่วนรามอินทรา ตลาดนัดตะวันนา ตลาดห้วยขวาง ตลาดซอยนานา ตลาดนัดอินดี้ และตลาดนกฮูก โดยสามารถจับกุมร้านที่กระทำความผิดได้จำนวน 30 ร้าน ผู้ต้องหาจำนวน 23 คน เป็นคนไทย 19 คน สัญชาติลาว 2 คน สัญชาติเมียนมา 2 คน พร้อมของกลาง 4,025 รายการ แบ่งเป็นน้ำยา 2,856 ขวด เครื่องบุหรี่ไฟฟ้า 194 เครื่อง อุปกรณ์บุหรี่ไฟฟ้า 950 ชิ้น อุปกรณ์อื่นๆ 25 รายการ

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ขอสื่อมวลชนช่วยประชาสัมพันธ์ ไปยังประชาชนทั่วไปว่าการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย พร้อมทั้งผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายต่อร่างกาย หากท่านต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมให้สอบถามข้อมูลได้ที่ ศปอส.ตร.โทร.1155 หรือ ผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์ (ศปอส.ตร.) หรือผ่านเฟซบุ๊กของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล และสมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติ เพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ โทร.0-2716-6961 กด 0, 0-2716-6661-4 ต่อ 6028 เพื่อดำเนินการนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา 8 ข้อหาคือ 1.ขายหรือให้บริการสินค้า บารากู่ บารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้าหรือตัวยา บารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า (มาตรา 36, 56 พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522)

2.ขายสินค้าที่ควบคุมฉลากโดยไม่มีฉลากโดยรู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าการไม่มีฉลากนั้นไม่ถูกต้องตามกฎหมาย (มาตรา 30, 42 พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522)”

3.ขายหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์ยาสูบโดยฝ่าฝืนคำสั่งของรัฐมนตรีที่มีคำสั่งห้ามขายหรือนำเข้า (มาตรา 11 วรรค 3 พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2535)

4.นำเข้าซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร (มาตรา 246 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560)

5.ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาไปเสีย ซื้อรับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิด ตามมาตรา 242 ( มาตรา 246 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 )

6.นำเข้าซึ่งสินค้าต้องห้าม ตามมาตรา 5(1) หรือ ฝ่าฝืนมาตรา 7(1) มาตรา (20) พ.ร.บ.การส่งออกฯ

7.มีไว้ในครอบครองและขาย หรือมีไว้เพื่อขายซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษี หรือภาษีไม่ครบถ้วน ( มาตรา 203, 204 พ.ร.บ.สรรพสามิต พ.ศ. 2560 )

8.เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน (มาตรา 8, 110 วรรค 1 พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของต่างด้าว พ.ศ. 2560 ) นำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสน.ในพื้นที่รับผิดชอบเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




กำลังโหลดความคิดเห็น...