xs
xsm
sm
md
lg

ร้องบช.น.ตามคดีสามีคนกวาดถนน ถูกรถสถานทูตสหรัฐฯชนสาหัส

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


ภรรยาพนักงานกวาดถนนร้องบช.น. สามีถูกรถสถานทูตสหรัฐฯชนสาหัส ผ่านเกือบเดือนคดีไม่คืบ ทำให้ครอบครัวเดือดร้อนต้องดูแลลูกน้อยวัย 1 เดือน และคอยไปดูแลสามีที่โรงพยาบาล

วันนี้ (25 ก.พ.) เวลา 10.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมด้วยนางอัจฉรา ใจดี อายุ 28 ปี ภรรยานายอรรถพล ชินสุข อายุ 27 ปี ทั้งสองประกอบอาชีพทำความสะอาดถนน สังกัดสำนักงานเขตปทุมวัน เดินทางเข้าร้องเรียนต่อ ผบช.น. กรณี นายอรรถพล ถูกรถยนต์ชนใกล้กับสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ได้รับบาดเจ็บสาหัสนอนรักษาตัวอยู่ รพ.บางไผ่ แต่คดีไม่มีความคืบหน้า เหตุเกิดบริเวณถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม. ท้องที่สน.ลุมพินี เมื่อวันที่ 6 ก.พ. เวลา 05.00 น. ที่ผ่านมา โดยมี พ.ต.ท.บดินทร์ ผาสุก รอง ผกก.ฝอ.5 บก.อก.บช.น. เป็นตัวแทนรับหนังสือร้องเรียน

นางอัจฉรา เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุ นายอรรถพล สามีของตนเสร็จจากกวาดถนนใกล้สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ขณะกำลังขับรถจักรยานยนต์เพื่อไปกวาดถนนอีกแห่ง ได้ถูกรถยนต์แบบยุโรปพวงมาลัยซ้ายของสถานทูตฯ ชนได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกนำตัวส่งรักษาที่ รพ.จุฬาลงกรณ์ ที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ โดยขณะเกิดเหตุตนพักลาคลอดอยู่บ้านแล้วมีเพื่อนโทรมาบอก จึงรีบนั่งรถแท็กซี่ไป รพ.พบสามีนอนรักษาอยู่ห้องไอซียูแพทย์แจ้งอาการว่า มีเลือดคั่งในสมองทำให้สมองไม่สั่งการ ขาซ้ายหัก โหนกแก้มแตก และขากรรไกรหัก ต้องให้อาหารทางท่อ จากนั้นสามีได้ย้ายไปรักษาที่ รพ.บางไผ่ ตามสิทธิประกันสังคม ตอนนี้เหลือรอให้สมองสั่งการและฝึกการหายใจ แต่ยังไม่รู้ว่าจะกลับมาพูดหรือเดินได้ตามปกติหรือไม่

จากนั้นหลังเกิดเหตุตนได้เดินทางไปสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ แต่ไม่พบคู่กรณีมีเพียงเจ้าหน้าที่ประสานงานออกมาพบ จึงแจ้งอาการสามีไว้โดยให้เจ้าหน้าที่ถ่ายรูปเอกสารและใบรับรองแพทย์ พร้อมเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับ แต่ไม่มีใครออกมาแสดงความรับผิดชอบหรือติดต่อกลับมา ส่วนเรื่องคดีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี ท้องที่เกิดเหตุ ยังไม่ได้แจ้งความคืบหน้าของคดี โดยอ้างว่ายังไม่ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดแต่กำลังดำเนินการ ตนจึงตัดสินใจเดินทางมาร้องเรียนกับ บช.น.ในวันนี้ เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม และกลัวว่าจะมีการใช้เส้นสาย เพราะเหตุเกิดมาเกือบเดือนแล้วคดียังไม่คืบหน้า ไม่รู้แม้กระทั่งชื่อคนขับรถที่ชนสามี รู้เพียงอยู่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ

"ครอบครัวเดือดร้อนตนต้องดูแลลูกน้อยวัย 1 เดือน และคอยไปดูแลสามีที่โรงพยาบาล จึงอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามคดี และอยากให้คู่กรณีออกมาแสดงน้ำใจ ช่วยเหลือดูแลสามีตนบ้าง" ภรรยาผู้บาดเจ็บ กล่าว




กำลังโหลดความคิดเห็น...