xs
xsm
sm
md
lg

ก.ต.ลงมติเอกฉันท์สอบข้อเท็จจริง “ชำนาญ รวิวรรณพงษ์” ฟ้องแพ่ง 12 ตุลาการฯ เรียกเงิน 50 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม

นายชำนาญ รวิวรรณพงษ์(แฟ้มภาพ)
ที่ประชุม ก.ต. ลงมติเอกฉันท์ ให้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง “ชำนาญ รวิวรรณพงษ์” ยื่นฟ้อง 12 กรรมการตุลาการฯ พร้อมเรียกเงิน 50 ล้าน สร้างความเสียหายต่อ ก.ต. หรือไม่

วันนี้ (18 ธ.ค.) ที่ห้องประชุมศาลยุติธรรม ชั้น 5 ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ทั้ง 15 คน ครั้งที่ 21/2561 โดยที่ประชุมได้หยิบยกเรื่องที่ นายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา ยื่นฟ้อง นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ รองประธานศาลฎีกา กับพวก ได้เเก่ นายธงชัย เสนามนตรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา, นางนุจรินทร์ จันทร์พรายศรี, นางวาสนา หงส์เจริญ, นายรังสรรค์ กุลาเลิศ, นายศิริชัย ศิริกุล, นายอนุรักษ์ สง่าอารีย์กูล, นายธนรัตน์ ทั่งทอง, นายสุวิชา สุขเกษมหทัย, นายกำพล รุ่งรัตน์, นางผานิต นิติทัณฑ์ประภาศ, นายปรีชา ชวลิตธำรง เป็นต้น รวมทั้งหมด 12 คน ซึ่งเป็นผู้พิพากษาในชั้นศาลฎีกา ศาลชั้นอุทธรณ์ เเละ ศาลชั้นต้น และเป็นคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาท เรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท จากกรณีการอภิปรายในที่ประชุม ก.ต. เมื่อเดือนกรกฎาคม 2561 ที่มีการพิจารณาเรื่องเสนอนายชำนาญขึ้นดำรงตำเเหน่งรองประธานศาลฎีกา ซึ่งศาลเเพ่งได้รับฟ้องคดีไว้เเล้ว

ที่ประชุม ก.ต. ได้พิจารณาก่อนว่า บุคคลที่เป็น ก.ต. และถูกฟ้องในคดีเเพ่งดังกล่าวมีส่วนได้เสียที่จะดำเนินการทางวินัยเเละมีมติเกี่ยวกับนายชำนาญหรือไม่ ซึ่งที่ประชุมได้ลงมติกันเอกฉันท์ ว่า ก.ต. ที่ถูกฟ้องไม่มีส่วนได้เสีย บุคคลที่ถูกฟ้องก็ยังสามารถทำหน้าที่พิจารณาวินัย นายชำนาญ ต่อไปได้ ซึ่งในวันนี้ที่ประชุม ก.ต. ก็มีมติตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีนายชำนาญ ที่ได้ฟ้อง ก.ต. ซึ่งมีหน้าที่เป็นคณะกรรมการพิจารณาเเต่งตั้งโยกย้าย และดำเนินการทางวินัยของศาลยุติธรรม ตาม พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 เรื่องการรักษาวินัย มาตรา 68

หลังจาก ก.ต. มีมติดังกล่าวแล้ว ประธานศาลฎีกาในฐานะหัวหน้าส่วนราชการก็จะลงนามในคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ซึ่งประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงจะต้องมีความอาวุโสไม่น้อยกว่าผู้ถูกสอบ และมีการสรุปข้อเท็จจริงภายในระยะเวลาที่กำหนดตามระเบียบ

ถ้ามีการสอบข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติแล้ว พบว่า การกระทำดังกล่าวมีมูลความผิดทางวินัย คือ การฟ้อง ก.ต. ดังกล่าวมีผลให้เกิดความเสียหายต่อ ก.ต. จริง จะต้องมีการตั้งกรรมการสอบวินัย และพิจารณาว่าเป็นวินัยร้ายเเรงหรือไม่ หากเป็นวินัยร้ายแรงก็จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงขึ้นมาอีกชุด ซึ่งอาจจะมีผลถึงให้พักราชการได้

สำหรับการประชุม ก.ต. ในวันนี้ มีวาระอื่นๆ ที่สำคัญ เช่น พิจารณาให้ความเห็นชอบสับเปลี่ยนโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการระดับผู้พิพากษาศาลชั้นต้น และระดับหัวหน้าคณะในศาลชั้นต้นในวาระ 1 เมษายน 2562 และเห็นชอบแต่งตั้งอนุกรรมการตุลาการ (อ.ก.ต.) ประจําแต่ละชั้นศาล ชั้นศาลละ 7 คน รวม 21 คน แทน อ.ก.ต. ชุดเดิมที่จะหมดวาระลงในวันที่ 24 ธันวาคมนี้


กำลังโหลดความคิดเห็น...