xs
xsm
sm
md
lg

“เฌอปราง” ร้อง ปอท.เอาผิดคนตัดต่อเซ็กซ์ทอยใส่ในภาพแพร่โชเชียลฯ ทำเสื่อมเสีย-กระทบภาพลักษณ์ BNK48

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


MGR Online - “เฌอปราง BNK48” บุก ปอท.แจ้งความดำเนินคดีคนตัดต่อภาพเข้าข่ายลามกลงโซเชียลฯ ทำเสื่อมเสียชื่อเสียง ระบุโดนมาหลายครั้งจนทนไม่ได้ต้องแจ้งความเอาผิด ขณะเดียวกัน สมาชิกในวงหลายคนก็เคยเจอในลักษณะเดียวกัน ด้านตำรวจเผยตรวจสอบเบื้องต้นพบโพสต์ต้นทางลบไปแล้ว แต่สามารถติดตามแอดมินเพจต้นเรื่องได้ มีโทษคุก 3 ปี ปรับ 2 แสน เตือนหากใครแชร์มีโทษหนักเช่นกัน



วันนี้ (4 ธ.ค.) เวลา 10.00 น. ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) น.ส.เฌอปราง อารีย์กุล อายุ 22 ปี ศิลปินนักร้องวง BNK48 พร้อมด้วยนางอรพรรณ มนต์พิชิต บวรวัฒนะ กรรมการผู้จัดการบริษัท BNK48 จำกัด และทนายความ เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผกก.3 บก.ปอท. เพื่อแจ้งความเอาผิดบุคคลที่ตัดต่อเป็นภาพลามกและนำเผยแพร่เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ สร้างความเสียหายต่อหน้าที่การงานและชื่อเสียง โดยมีหลักฐานเป็นโพสต์ข้อความและภาพตัดต่อที่เพจ “Sexy BNK48 by เจ็ดแมงดา” ลงรูปภาพพร้อมระบุข้อความว่า “เชี่ย จาก IG STORY มีรีโมตอะไรอยู่ข้างหลังเฌอวะนั่น” ซึ่งมีผู้แสดงความเห็นกว่า 4 พันครั้ง และแชร์ส่งต่อกว่า 3 พันครั้ง

น.ส.เฌอปรางเปิดเผยว่า สืบเนื่องเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมา แฟนคลับส่งรูปที่ตนเคยลงในไอจีสตอรีเป็นภาพตนพูดอรุณสวัสดิ์ทักทายแฟนคลับตามปกติ แต่กลับมีคนนำภาพดังกล่าวไปตัดต่อพร้อมนำภาพอุปกรณ์เกี่ยวกับเพศ (ดิลโด้ หรือเซ็กซ์ทอย) มาใส่ประกอบด้านหลัง จึงปรึกษาทางต้นสังกัดและบริษัท กระทั่งตัดสินใจมาแจ้งความในวันนี้เพราะมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของตนเองและวง BNK48

น.ส.เฌอปรางยอมรับว่า ที่ผ่านมาเคยถูกตัดต่อภาพหลายครั้งซึ่งมีเพื่อนสมาชิกในวงก็เคยถูกตัดต่อภาพในลักษณะเดียวกัน แต่ครั้งนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ปล่อยไว้ไม่ได้แล้วจึงต้องออกมารักษาสิทธิความเป็นส่วนตัว และฝากถึงผู้ที่ก่อเหตุด้วยว่าการกระทำนั้นส่อถึงความสำนึก รวมทั้งขอบคุณแฟนคลับที่แจ้งเหตุและเข้ามาเป็นกำลังใจให้ จากนี้ฝากให้ตำรวจเป็นผู้ดำเนินการ อย่างไรก็ตาม ยังมีการแสดงความคิดเห็นท้าทายจากเพจดังกล่าว ทางต้นสังกัดก็จะเร่งรัดดำเนินการเอาผิดต่อไป ส่วนสมาชิกวงรายอื่นที่ถูกตัดต่อภาพนั้นบางรายยังเป็นเยาวชน แต่ยืนยันว่าจะมีการแจ้งความเอาผิดด้วย

ด้าน พ.ต.อ.ศิริวัฒน์กล่าวว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่าโพสต์ต้นทางได้ถูกลบไปแล้ว แต่ยังมีร่องรอยสามารถติดตามตัวคนร้ายได้ ทั้งนี้ การกระทำดังกล่าวของแอดมินเพจ เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 16 “นําภาพตัดต่อ เติม หรือดัดแปลงเข้าสู่ระบบ โดยประการที่น่าจะทําให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง” มีโทษจําคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 2 แสนบาท นอกจากนี้ยังอาจจะเข้าข่ายความผิด มาตรา 14 (4) นำเข้าข้อมูลลามกสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งในกรณีที่ผู้เสียหายออกมายืนยันว่าภาพดังกล่าวไม่ใช่ของจริง ดังนั้น หากยังมีคนแชร์ หรือเผยแพร่ต่อก็จะเข้าข่ายความผิดมาตรา 14 (5) เผยแพร่ข้อมูลที่รู้อยู่แล้วว่าผิดต่อไป






กำลังโหลดความคิดเห็น...