บช.ปส.แถลงรวบ 2 เครือข่ายยาเสพติดทั้ง “เจ๊สมพร” ลักลอบขนยาบ้าซุกถังแก๊สติดรถยนต์จากภาคเหนือเข้า กทม. อีกรายทลายเครือข่าย “สมหมาย โยบุตด” ขนกัญชาล็อตใหญ่จากลาวเป้าหมายภาคใต้
วันนี้ (19 พ.ย.) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รรท.รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิร รรท.ผบช.ปส. พล.ต.ต.ชาตรี ไพศาลศิลป์ รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.ทนัน อภิชาติเสนีย์ รอง ผบช.ปส. ร่วมกันแถลงผลการจับกุมขบวนการยาเสพติดรายสำคัญจำนวน 2 คดี จับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 8 คน ของกลางบ้า จำนวน 300,000 เม็ด และกัญชาอัดแห้ง 827 กิโลกรัม
พล.ต.ท.ชินภัทรกล่าวว่า คดีที่แรกเป็นการจับกุมเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญสามารถจับกุมผู้ต้องหาจำนวน 3 ราย ประกอบด้วย นางสมพร หรือเจ๊สมพร แซ่ลิ้ม อายุ 50 ปี พร้อมด้วยนายเกรียงไกร อัศวเดชฤทธิ์ อายุ 36 ปี และ น.ส.อนุธิดา แสงทอง อายุ 36 ปี ในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 150 มัด ประมาณ 300,000 เม็ด รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า 2 คัน สามารถจับกุมได้ที่ด่านตรวจยาเสพติดแม่พริก อ.แม่พริก จ.ลำปาง และ ต.เวียงมอก อ.เถิน จ.ลำปาง เมื่อวันที่ 16 พ.ย.ที่ผ่านมา
พล.ต.ท.ชินภัทรกล่าวอีกว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ บช.ปส. เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 5 และเจ้าหน้าที่ทางหลวงได้ร่วมกันสกัดกั้นกลุ่มคนไทยที่ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนภาคเหนือเข้าสู่ตอนในของประเทศไทย โดยเจ้าหน้าที่ได้ติดตามรถยนต์ต้องสงสัยจำนวน 2 คัน ที่เชื่อว่าเป็นรถยนต์ที่ใช้ในการลำเลียงยาเสพติด จึงได้เรียกรถยนต์หมายเลขทะเบียน ณธ 1568 กรุงเทพมหานคร ให้จอดที่จุดตรวจด่านแม่พริก พบนางสมพรแสดงตัวเป็นเจ้าของรถยนต์ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบด้วยอุโมงค์เอกซเรย์พบยาเสพติดซุกซ่อนอยู่ในถังแก๊สแอลพีจี จำนวน 150 มัด ส่วนรถยนต์หมายเลขทะเบียน สห 5556 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถขับนำเส้นทางได้ขับหลบหนีไป ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามจับกุมได้ที่ซอยแยกจากถนนสายเถิน-ทุ่งเสลี่ยม ต.เวียงมอก อ.เถิน จ.ลำปาง พบนายเกรียงไกรผู้ขับ และน.ส.อนุธิดา นั่งมาในรถด้วยกัน จากนั้นได้ทำการตรวจค้นรถยนต์คันดังกล่าวไม่พบยาเสพติดภายในรถยนต์
สำหรับการขนส่งยาเสพติดดังกล่าวผู้ต้องหาใช้วิธีการการซุกซ่อนยาในถังแก๊สแอลพีจีนั้น เป็นการหลบเลี่ยงการตรวจค้นเนื่องจากหากมองด้วยตาเปล่าก็จะพบว่าเป็นเพียงถังแก๊สธรรมดา ถังแก๊สดังกล่าวเป็นการติดตั้งปลอมเพื่อหลอกตาเจ้าหน้าที่ เมื่อเปิดไปตรวจสอบภายในพบว่ามียาเสพติดซุกซ่อนเป็นจำนวนมาก
ส่วนอีกคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส.สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 5 ราย คือ นายชาญพงศ์ ผลจันทร์ อายุ 38 ปี พร้อมด้วยนายชัยวัฒน์ มาตราช อายุ 26 ปี นายสมหมาย โยบุตดา อายุ 51 ปี นายเอกชัย โยบุตดา อายุ 51 ปี และนายวิทยา ศรีหะมงคล อายุ 37 ปี ในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมของกลางกัญชาอัดแท่งจำนวน 857 แท่งน้ำหนักประมาณ 857 กิโลกรัม รถยนต์ 3 คัน โทรศัพท์ 8 เครื่อง เงินสดจำนวน 27,000 บาท โดยจับกุมนายชาญพงศ์และนายชัยวัฒน์ได้ที่บริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท.สาขาวังมะนาว ต.ห้วยโรง อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี ก่อนจะสามารถจับกุมนายสมหมายและนายเอกชัยได้ที่บริเวณริมถนนเพชรเกษม ต.เขาใหญ่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี และจับกุมนายวิทยาได้ที่บริเวณด่านเก็บเงิน ถนนอโศก-ดินแดง แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม.
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส.สืบทราบว่า มีกลุ่มนักค้ายาเสพติดเครือข่ายนายสมหมายมีพฤติการณ์ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือไปส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ตอนในและในพื้นที่ภาคใต้ และทราบว่าในวันที่ 17 พ.ย.จะมีการลักลอบขนกัญชาไปส่งให้ลูกค้าโดยใช้รถยนต์ในการขนลำเลียงและคุ้มกัน จึงได้วางแผนจับกุมโดยวิธีวางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ ระหว่างเฝ้าสังเกตการณ์พบรถยนต์ทะเบียน 1 ฒห 6312 กทม. ขับไปตามถนนสระบุรี-หล่มสัก มุงหน้า จ.สระบุรี และพบรถยนต์ทะเบียน 2 ฒก 720 กทม.วิ่งตามหลังโดยมีรถยนต์ทะเบียน บม 6075 สกลนคร วิ่งนำไป เมื่อถึงที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจค้น จากการตรวจค้นพบกัญชาจำนวน 875 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในรถยนต์โดยมีถุงแตงวางและถุงมันเทศทับข้างบนอยู่ จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง
สำหรับเครือข่ายของนายสมหมายนั้นเป็นเครือข่ายที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าติดตามมานาน มีการทำงานเป็นครอบครัวแยกเป็นสาขาต่างๆ นอกจากนี้พบว่ามีการลักลอบทำมาเป็นระยะเวลาหลายปีแล้ว กัญชาดังกล่าวได้มีการลักลอบขนมาจากประเทศลาว โดยอยู่ในราคา 4,500 บาทต่อกิโลกรัม ขนส่งผ่านทาง จ.นครพนม ลงมายัง จ.สงขลา เพื่อส่งออกไปยังประเทศมาเลเชีย ซื้อขายกันอยู่ที่ราคา 20,000 บาทต่อกิโลกรัม นอกจากนี้ หากมีการส่งไปยังประเทศที่ 3 ก็จะมีการสกัดเป็นน้ำมันกัญชาซึ่งจะมีมูลค่าสูงมากถึงเลข 6 หลัก โดยเมื่อเสร็จสิ้นการขนส่งก็จะได้เงิน 100,000 บาทต่อครั้งที่รับจ้างในการขนยาเสพติด
ด้าน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติเปิดเผยว่า การขนกัญชาเข้ามาภายในประเทศไทยนั้นไม่ได้เป็นการเตรียมการที่จะมีกฎหมายเรื่องของการปลดล็อกกัญชาอย่างแน่นอน เนื่องจากการปลดล็อกกัญชานั้นจะใช้กับกัญชาคัดเกรดกับที่ขนมาซึ่งเป็นกัญชาเกรดดีที่นำมาใช้เฉพาะทางการแพทย์เท่านั้น


