xs
xsm
sm
md
lg

“บูม” ควงพี่สาว-พี่ชายแถลงปัดโกงบิตคอยน์ เงินเข้าบัญชีมาจากธุรกิจอสังหาฯ “ปริญญา” ยันไม่ได้หนี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


MGR Online - “บูม-จิรัชพิสิษฐ์” นักแสดงหนุ่ม พร้อมพี่ชาย และพี่สาว เปิดใจไม่รู้เห็นการฟอกเงินโกงบิตคอยน์ พร้อมปัดเป็นล่าม อ้างเงินที่เข้าในบัญชีเป็นเงินจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ส่วน “ปริญญา” ต้นเรื่องโกงไม่ได้หนีคดี ติดต่อเจ้าหน้าที่ตลอดก่อนถูกจับ



จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจรวบตัวนายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือบูม นักแสดงดาวรุ่ง หลังจากนายอาร์นี ออตตาวา ซาอ์ริมาอ์ นักธุรกิจชาวฟินแลนด์ ได้แจ้งความอข้อหาฟอกเงิน ลวงเหยื่อเข้าร่วมธุรกิจสกุลเงินบิทคอยน์ จำนวนเงินกว่า 797 ล้านบาท รวมทั้งดำเนินคดีต่อนายธนสิทธิ์ จารวิจิต และ น.ส.สุพิชย์ฌา จารวิจิต พี่ชายและพี่สาวของบูม พร้อมกับออกหมายจับนายปริญญา จารวิจิตร พี่ชายของบูม ที่เดินทางออกนอกประเทศ ต่อมาในวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจได้รวบตัวนายปริญญาที่สนามบินสุวรรณภูมิ ตามที่เคยเสนอข่าวไปแล้วนั้น

วันนี้ (29 ต.ค.) นายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือบูม นักแสดงจากซีรีส์ความรักครั้งสุดท้าย พร้อมด้วยนายธนสิทธิ์ จารวิจิต และน.ส.สุพิชย์ฌา จารวิจิต ได้แถลงเปิดใจกับสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก

นายจิรัชพิสิษฐ์กล่าวว่า ตนเองและพี่สาวไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น ในวันที่เจอผู้เสียหายนั้นไปกินข้าวกับพี่ชาย ไม่ได้เข้าร่วมคุยธุรกิจและไม่ได้เป็นล่ามตามที่ผู้เสียหายอ้าง และไม่เคยได้คุยกับผู้เสียหาย แต่รับว่าคุยกับแฟนสาวของผู้เสียหายในเรื่องทั่วไปแต่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจ พร้อมยอมรับว่าหลังเกิดเรื่องขึ้นก็ได้รับผลกระทบกับงานของตนเองหลายเรื่อง เช่น การเป็นพรีเซ็นเตอร์ที่อยู่ระหว่างตกลง 2 แห่ง และซีรีส์ที่อยู่ระหว่างเจราจาก็ถูกยกเลิก รวมถึงครอบครัวก็ได้รับผลกระทบด้วย ส่วนเรื่องทรัพย์สินของครอบครัวยืนยันว่าครอบครัวมีธุรกิจอยู่ก่อนหน้าที่จะมาเจอกับผู้เสียหาย ทั้งร้านอาหาร และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ซึ่งตอนนี้ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก ในวันนี้อยากพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองและครอบครัวและพร้อมสู้คดี

ด้าน น.ส.สุพิชย์ฌากล่าวว่า ส่วนตัวไม่เคยเกี่ยวข้องกับตลาดหลักทรัพย์ ไม่เคยเล่นหุ้น หรือไม่เคยลงทุน และไม่ได้เป็นเจ้าแม่ในตลาดหลักทรัพย์ตามที่มีกระแสโจมตี รวมถึงไม่รู้จักบุคคลที่เกี่ยวข้องที่ผู้เสียหายอ้างถึง และไม่เคยเจอผู้เสียหายมาก่อน พร้อมขอความเห็นใจกับสื่อมวลชนในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับพ่อและแม่ เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องก็ไม่สบายใจ และเสียใจที่ครอบครัวต้องมาถูกดำเนินคดี และทางครอบครัวยังถูกตราหน้าว่าเป็นครอบครัวคนโกง

ขณะที่นายธนะสิทธิ์ยอมรับว่า ส่วนตัวรู้เรื่องธุรกิจระหว่างนายปริญญา และนายอาร์นีผู้เสียหาย ก่อนที่จะมีการโอนเงินเข้ามาในบัญชี แต่ไม่ทราบรายละเอียด อยากให้สังคมตั้งคำถามว่าเงินของผู้เสียหายมาจากที่ไหน ทำไมเด็กอายุ 21 ปี จึงมีเงินมากขนาดนี้ ส่วนเรื่องการลงทุนบิตคอยน์ยอมรับว่าส่วนตัวก็มีการลงทุนอยู่บ้าง แต่ในรายละเอียดของคดีนี้อยากให้นายปริญญาเป็นคนพูดเพราะเป็นต้นเรื่องนี้ทั้งหมด ทั้งนี้ ทางครอบครัวพยายามติดต่อผู้เสียหายเพื่อเจรจาในคดี แต่ผู้เสียหายขอเจรจากับนายปริญญาเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าส่วนตัวทราบว่ามีเงินเข้าในบัญชี แต่เข้าใจว่าเป็นเงินจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ของครอบครัว และขอยืนยันว่าทางครอบครัวพร้อมที่จะเข้าสู้ในกระบวนการยุติธรรม ทางครอบครัวเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ส่วนจะมีการพิจารณาในเรื่องการฟ้องกลับผู้เสียหรือไม่ ขอให้เป็นหน้าที่ของทนายความพิจารณาว่าเข้าเงื่อนไขหรือไม่ ส่วนในเรื่องที่พรุ่งนี้ทางพนักงานสอบสวนกองปราบปรามมีหมายเรียกให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ยืนยันว่าจะเข้าพบเพื่อต่อสู้ตามขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม ส่วนเรื่องประเด็นเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับครอบครัว ยืนยันว่ามีหลักฐานพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ซึ่งจะใช้นำเสนอในชั้นศาลเท่านั้น ไม่ขอเปิดเผยในรายละเอียดตอนนี้

ทั้งนี้ ขอยืนยันอีกว่านายปริญญาไม่ได้หลบหนีในคดีนี้ เพราะหมายจับมีการออกหลังจากที่เดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งนายปริญญาได้มีการติดต่อเจ้าหน้าที่ตลอด และมีการติดต่อสถานกงสุลเพื่อแจ้งขอเข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ ไม่ได้หลบหนีการจับกุมตามที่มีการเข้าใจ




กำลังโหลดความคิดเห็น...