xs
xsm
sm
md
lg

ดีเอสไอแจงความสำเร็จรับคดีพิเศษ “สมีเณรคำ” ทั้ง 2 คดี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


“ดีเอสไอ” แพร่เอกสารสรุปผลการดำเนินคดี นายวิรพล สุขผล หรือ อดีตหลวงปู่เณรคำ ซึ่งศาลอาญาได้มีคำพิพากษาทั้ง 2 คดี ถือว่าเป็นความสำเร็จในการปฏิบัติงาน

วันนี้ (17 ต.ค.) คณะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เผยแพร่เอกสารโดยระบุว่า “กรณี นายวรัญชัย โชคชนะ ประธานกลุ่มพุทธศาสนิกชน มีหนังสือลงวันที่ 2 ก.ค.2556 ถึง อธิบดีดีเอสไอ ขอให้สืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง นายวิรพล สุขผล หรือ อดีตหลวงปู่เณรคำ มีพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมและอาจมีการกระทำที่ผิดกฎหมายหลายประการ ซึ่งต่อมาได้รับเรื่องไว้ทำการสอบสวนเป็นคดีพิเศษ 2 คดี ประกอบด้วย คดีพิเศษที่ 151/2556 และคดีพิเศษที่ 186/2556 และศาลอาญามีการออกหมายจับไว้ ซึ่งต่อมา อดีตหลวงปู่เณรคำ ได้หลบหนีคดีไปอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ดีเอสไอจึงได้ดำเนินการขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนผ่านสำนักงานอัยการสูงสุดซึ่งเป็นผู้ประสานงานกลาง ตามพระราชบัญญัติส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ.2551 จนสามารถนำตัวกลับเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อดำเนินคดีได้ เมื่อวันที่ 19 ก.ค.2560 นั้น

​ขณะนี้ ศาลอาญาได้มีคำพิพากษา อดีตหลวงปู่เณรคำ ทั้งสองคดีแล้ว ดังนี้ ​(1) คดีพิเศษที่ 151/2556 จำเลยได้อาศัยความเป็นพระภิกษุ ในฐานะประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม จังหวัดศรีสะเกษ และความศรัทธาของประชาชน หลอกลวงว่าตนเองนิมิต (ฝัน) พบองค์อินทร์ ขอให้สร้างพระแก้วมรกตองค์ใหญ่ที่สุดในโลก และสร้างมหาวิหารครอบองค์พระ โดยใช้หยกเขียวแท้จากประเทศอิตาลี และสร้างเครื่องทรงพระแก้ว 3 ฤดู ด้วยทองคำแท้ และก่อสร้างเสาวิหารแก้ว 199 ต้นๆ ละ 3 แสนบาท ก่อสร้างวิหารสำหรับประชาชนที่วัดป่าฯ สาขา 1 จังหวัดอุบลราชธานี และ สร้างวัดที่ จังหวัดสุพรรณบุรี รวมทั้งการจัดซื้อเรือจากสหรัฐฯ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยชักชวนให้ประชาชน นำเงิน ทองคำ และทรัพย์สินมาบริจาคที่วัดป่าฯ นอกจากนี้ ยังได้ใช้เว็บไซต์เผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จ จนมีผู้เสียหายหลงเชื่อจำนวนมาก ก่อนจำเลยนำเงินไปซื้อรถปอร์เช่ รถตู้ รถกระบะ หลายสิบคัน รวมทั้งใช้เงินเกินความจำเป็นสงฆ์ กระทั่งถูกศาลแพ่งริบทรัพย์ 43,478,992 บาท จึงพิพากษาให้จำคุกฐานฉ้อโกงประชาชน , พ.ร.บ.คอมฯ และ พ.ร.บ.การฟอกเงิน รวมจำคุกจำเลยทั้งสิ้น 114 ปี แต่ตามกฎหมายให้ลงโทษสูงสุด 20 ปี

​(2) คดีพิเศษที่ 186/2556 เมื่อเดือน ม.ค.2543 - 2544 จำเลยได้พรากผู้เยาว์เด็กหญิงผู้เสียหายซึ่งขณะเกิดเหตุมีอายุระหว่าง 13 -14 ปีเศษ ไปจากยายซึ่งเป็นผู้ปกครอง ไปเพื่อการอนาจาร และกระทำชำเราหลายครั้ง เป็นเวลาประมาณ 2 ปี จนกระทั่งมีบุตรด้วยกัน 1 คน ซึ่งในชั้นสอบสวน จำเลยปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาว่าไม่ได้พรากผู้เยาว์ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พฤติกรรมของจำเลย มีการเกี้ยวพาราสีผู้เสียหาย ขับรถมารับผู้เสียหายที่หน้าโรงเรียน แล้วพาไปส่งที่บ้านหลายครั้ง พากันไปมีเพศสัมพันธ์ในที่ต่างๆ โดยไม่ได้รับความยินยอมจากยายซึ่งเป็นผู้ปกครอง แม้ผู้เสียหายซึ่งขณะนั้นเป็นผู้เยาว์จะยินยอมก็ตาม ประกอบกับผลตรวจ DNA ที่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้นำบุหรี่ เศษจีวร และพระเครื่องของจำเลย ไปตรวจ DNA เปรียบเทียบกับบุตรชายของผู้เสียหาย และพบว่ามีความสัมพันธ์เป็นบิดากับบุตรจริง โดยจำเลยสามารถยืนยันความบริสุทธิ์ได้ด้วยการตรวจ DNA แต่จำเลยกลับไม่ยินยอม จึงให้สันนิษฐานว่า DNA เป็นไปตามผลตรวจบนเศษบุหรี่และจีวร จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.277 ม.317 ฐานผู้ใดกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร รวมลงโทษจำคุุกทั้งสิ้น 16 ปี และให้นับโทษต่อจากคดีฉ้อโกงที่หลอกลวงให้ผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงินและทองคำเพื่อนำไปสร้างพระแก้วมรกต ที่ศาลลงโทษจำคุก 114 ปี แต่ตามกฎหมายให้ลงโทษสูงสุด 20 ปี รวมโทษจำคุก 2 คดี 36 ปี

ดีเอสไอ ดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับ นายวิรพล สุขผล หรือ อดีตหลวงปู่เณรคำ ทั้งหมดให้สาธารณชนทราบ และเรื่องนี้เป็นความสำเร็จในการปฏิบัติงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่าง ดีเอสไอ กับ สำนักงานอัยการสูงสุดในฐานะผู้ประสานงานกลางตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการส่งผู้ร้ายข้ามแดน และเจ้าหน้าที่ของทางการประเทศสหรัฐอเมริกา จนสามารถทำให้การบังคับใช้กฎหมายในเรื่องนี้ประสบความสำเร็จ และเป็นมาตรฐานในการปฏิบัติงานในเรื่องลักษณะเดียวกันต่อไป”



กำลังโหลดความคิดเห็น...