คดีนักธุรกิจสาวปล่อยเงินกู้ที่เสียชีวิตปริศนาในสภาพถุงพลาสติกคลุมหัวจนขาดอากาศหายใจ อยู่ภายในรถเก๋งตัวเอง แม้เวลาจะผ่านมากว่า 6 เดือนแล้ว ซึ่งตำรวจสรุปว่า เป็นการฆ่าตัวตาย แต่ญาติไม่ปักใจเชื่อ เพราะสงสัยในพิรุธหลายอย่าง ล่าสุด สั่งเด้ง ผกก.สภ.ลืออำนาจ เจ้าของคดี มีเหตุสงสัย “บกพร่องต่อหน้าที่”
เรื่องนี้เหตุเกิดบนถนนทางไปที่นา บ้านน้ำท่วม อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2561
ล่าสุด เมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พา น.ส.บัวทอง โสภาลุน อายุ 51 ปี มารดา พร้อมญาติพี่น้องของ น.ส.ดวงจันทร์ ทวีพันธ์ อายุ 33 ปี เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบก.ป. เพื่อร้องขอให้ช่วยสืบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตของ น.ส.ดวงจันทร์ บุตรสาว ใหม่ เนื่องจากพบพิรุธทางคดีหลายอย่างที่เชื่อว่าน่าจะถูกฆาตกรรม
น.ส.บัวทอง กล่าวว่า สาเหตุที่ติดใจว่าบุตรสาวถูกฆาตกรรม เพราะมองว่ายังไม่มีเหตุผลใดๆ เพียงพอที่จะทำให้บุตรสาวของตนต้องฆ่าตัวตาย อีกทั้งปกติแล้วบุตรสาวเป็นคนร่าเริง เวลามีปัญหาก็มักจะมาบอกเล่าให้ตนฟังเป็นประจำ และหากมีปัญหาหนักถึงขั้นต้องฆ่าตัวตายอย่างน้อยบุตรสาวก็ต้องมาบอกเล่าถึงปัญหาให้ได้รับทราบบ้าง ส่วนผู้ที่สงสัยว่าจะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการเสียชีวิตของบุตรสาวนั้น เชื่อว่าน่าจะเป็นเพื่อนของบุตรสาวที่ร่วมทำธุรกิจด้วยกัน “หนูไม่ได้ฆ่าตัวตาย มีคนฆ่าหนู เป็นเพื่อนที่ร่วมธรุกิจเงินกู้ มี ตำรวจ และ ผู้ชายอีก 3 คน” พ่อ น.ส.ดวงจันทร์ เล่าความฝันให้ตัวเองฟัง จากการฟังซึ่งทำให้เขาเชื่อว่า ลูกสาวน่าจะถูกฆาตกรรมมากกว่าการฆ่าตัวตาย
สำหรับความผิดปกติหลายอย่างที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากนั้น อย่างแรก สภาพศพของ น.ส.ดวงจันทร์ ที่พบนั้นอยู่ในสภาพมีถุงพลาสติกคลุมหัว นอนเสียชีวิตอยู่ที่เบาะหลัง มีบาดแผลที่หางตาข้างซ้าย คล้ายกับร่องรอยการถูกทำร้าย
ขณะที่เบาะคนขับรถด้านหน้าถูกปรับเอนลงมาปิดทับ คล้ายกับการอำพรางศพ ซึ่งปกติแล้วคนฆ่าตัวตายจะไม่ทำอะไรซับซ้อนแบบนี้
สอง สถานที่พบศพนั้นอยู่ที่บริเวณกลางทุ่งนาซึ่งเป็นสถานที่ที่ผู้ตายไม่เคยไปมาก่อน
สาม เอกสารบัญชีผู้ที่กู้เงินที่อยู่กับผู้ตายนั้นก็ได้หายไปทั้งหมด
สี่ น.ส.ดวงจันทร์ เป็นคนร่าเริง แจ่มใส ไม่มีอาการบ่งบอกเลย ว่า จะฆ่าตัวตายเลย แถมยัง มีลูกเล็กอยู่ด้วย มีเพียงเคยบ่นว่า มีปัญหาเรื่องการเงินที่ต้องหาเงินไปคืนใครบางคน จากนี้หากย้อนไปดูเฟซบุ๊กของผู้เสียชีวิตแล้วนั้น จะพบว่า ตัวผู้เสียชีวิตเอง ชอบเข้าวัดทำบุญ มักจะพาลูกสาวที่ยังเล็กอยู่ไปด้วย และโพส์ภาพครอบครัวอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ครอบครัวเชื่อได้ยากว่าจะเป็นการฆ่าคนตาย
ขณะที่ฝั่งของตำรวจได้สรุปว่า น.ส.ดวงจันทร์ ฆ่าตัวตาย เพราะผลการตรวจดีเอ็นเอภายในรถไม่พบสิ่งบ่งชี้ว่ามีบุคคลที่สาม พบเพียงลายนิ้วมือของผู้ตายและลูกๆ เช่นเดียวกันกับการตรวจตามเนื้อตัวของผู้ตายก็ไม่พบดีเอ็นเอของผู้อื่น จึงถือเป็นหลักฐานที่เชื่อได้ว่ากรณีนี้เป็นการฆ่าตัวตาย แม้จะมีข้อสงสัยและญาติต้องการให้ตำรวจสืบคดีนี้ให้ถึงที่สุดก็ตาม
“ถ้าเป็นการฆ่าตัวตายจริงทำไมจึงพบพิรุธในคดีมากมาย การฆ่าตัวตายที่ผิดธรรมชาติ สถานที่ที่ผู้เสียชีวิตไม่เคยไปมาก่อน มันเป็นเรื่องเรื่องแปลกที่ทางตำรวจเร่งสรุปคดีว่าเป็นการฆ่าตัวตาย เพียงเพราะหลักฐานในคดีตำรวจอ้างว่าชี้ไปในทางฆ่าตัวตาย แต่อาจจะเป็นไปได้ว่า มีผู้เชี่ยวชาญกฎหมายเป็นผู้กระทำการในครั้งนี้ก็เป็นไปได้” ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ กล่าวและว่า ขณะนี้กองปราบจะดำเนินการต่อเพื่อพิสูจน์เรื่องนี่อีกครั้งแล้ว
ขณะที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าวว่า ได้สั่งให้กองปราบปรามดำเนินการต่อตามกระบวนการ โดยมีประเด็นจะต้องสืบสวนสอบสวนต่อ คือ ทรัพย์สินของผู้ตายที่สูญหายที่ยังไม่ได้ดำเนินการ และ ประเด็นที่แม่ของผู้เสียชีวิตถูกข่มขู่ พร้อมสั่งให้ดำเนินการคุ้มครองพยาน โดยให้สอบสวนควบคู่ไปด้วย
ส่วนหลักฐานที่เป็นคลิปเสียงสนทนาที่อ้างว่าเป็นการข่มขู่ครอบครัวผู้เสียหายก็จะตั้งกรรมการสอบเช่นกัน ส่วนกรณีที่แพทย์ยังไม่ได้ระบุว่าเป็นการฆ่าตัวตายหรือไม่ จะต้องทำประเด็นดังกล่าวให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตหายสงสัย และจะไม่เร่งรัดการดำเนินคดี เพราะคดีนี้ผ่านมานานพอสมควร ต้องให้เวลาพนักงานสืบสวนสอบสวนทำงานอย่างรอบคอบ
รายงานข่าวล่าสุด วันนี้ (4 ก.ย.) ครอบครัวของ น.ส.ดวงจันทร์ ได้เข้าพบ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ในเวลาใกล้เคียงกันก็มีคำสั่งโยกย้ายนายตำรวจที่ สภ.ลืออำนาจ ซึ่งทำคดีนี้
ทั้งนี้ พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบช.ภ.3 มีคำสั่งที่ 1821/2561 ลงวันที่ 4 กันยายน 2561 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ โดยมีใจความว่า “เพราะมีเหตุอันควรสงสัยว่า ข้าราชการตำรวจประพฤติบกพร่องต่อหน้าที่ จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 14 พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ประกอบระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการ ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2552 ข้อ 6(2) และข้อ 8(2) จึงให้ พ.ต.อ.ชัชนันต์ พรบุตร ผกก.สภ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ ปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 3 โดยขาดจากตำแหน่งเดิม โดยให้ผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธร ภาค 3 มอบหมายภารกิจให้ปฏิบัติ ควบคุม กำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ และจัดหาที่พักของทางราชการ ให้พักอาศัย พร้อมทั้งควบคุม กำกับ ดูแลความประพฤติตามคำสั่งกรมตำรวจ (เดิม) ที่ 1212/2537 ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2537 ทั้งนี้มีกำหนด 30 วัน นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป


