รองโฆษก ตร.เผยเหตุแก๊สระเบิดกลางดึก ภายในร้านซักรีดย่านอินทรามระ เจ็บ 9 ราย ยังไม่สามารถประเมินค่าความเสียหายได้ เจ้าของร้านเผยเพิ่งเปิดได้ 3 วัน กำลังจัดโปรโมชันใช้ฟรี อุปกรณ์ทั้งหมดสั่งนำเข้าจากจีน
วันนี้ (3 ก.ย.) ร.ต.ท.อดิศักดิ์ เสนียุทน์ รอง สว.(สอบสวน) สน.สุทธิสาร ได้รับแจ้งเหตุแก๊สระเบิดภายในร้านสะดวกซัก ถนนอินทามระ ซอยอินทามะ 36 แขวงและเขตดินแดง กทม. จึงรายงานผู้บังคับบัญชาก่อนไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล ผกก.สน.สุทธิสาร เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุเป็นตึกแถวสูง 3 ชั้น ปลูกติดกันหลายคูหา ติดกับปากซอยอินทามระ 36 ด้านในร้านเปิดเป็นร้านซักผ้าหยอดเหรียญครบวงจร มีทั้งเครื่องซักผ้า และเครื่องอบแห้งแบบ 2 ชั้น ถูกแรงอัดจากการระเบิดพังเสียหาย ใกล้กับเครื่องอบผ้าพบถังแก๊สขนาด 48 กิโลกรัม ที่ต่อเข้ากับวาล์วใช้งานจำนวน 4 ถัง และที่ยังไม่ต่อใช้งานอีก 2 ถังซึ่งอยู่ในสภาพปกติ ติดกับร้านซักผ้าทางฝั่งขวาเป็นร้านขายอะไหล่รถยนต์ ด้านซ้ายเป็นร้านอาหาร ถูกแรงอัดระเบิดทำลายกำแพงด้านในที่อยู่ติดกับร้านซักผ้าพังทั้งแถบ ถัดออกไปเป็นร้านเสริมสวย สภาพกระจกด้านหน้าร้านและประตูแตกกระจายเสียหายทั้งหมด ฝั่งตรงข้ามร้านดังกล่าวพบรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค สีขาว ทะเบียน 5 กอ 7151 กทม. ด้านหน้าฝั่งซ้ายพังยุบเข้าไปด้านใน ที่พื้นพบกองเลือดหยดกระจาย ห่างออกไปประมาณ 4 เมตร พบจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีขาว ทะเบียน 4 กด 3030 กทม.ล้มคว่ำ
นอกจากนี้ แรงอัดของระเบิดและเศษปูนยังกระเด็นออกมาเต็มพื้นถนน โดนร้านค้ารถเข็นที่อยู่ฝั่งตรงข้ามพังเสียหาย 2-3 ร้าน และมีคนได้รับบาดเจ็บจำนวน 8 ราย ถูกเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลไปก่อนหน้านี้แล้ว ประกอบไปด้วย นายธัญพัฒน์ ยิ่งฐิติโรจน์ อายุ 30 ปี, นายก้องเกียรติ บัวผัน อายุ 29 ปี, น.ส.ธาริกา ถิธนันทปภากุล อายุ 20 ปี, นายชานุวัฒน์ ตั้งเจริญวิทย์ อายุ 19 ปี และน.ส.เป็งอวย ศักดาพจนา อายุ 15 ปี ส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียล พหลโยธิน และ น.ส.จารุนารถ ศรีเกือก อายุ 19 ปี และนางบุญหลง ปาประเค้า อายุ 61 ปี ส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลรามาธิบดี และนางนลิวรรณ วงศ์จอม อายุ 42 ปี ส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลราชวิถี โดยเจ้าหน้าที่ได้นำสายแนวกั้นห้ามเข้าพื้นที่มากั้นบริเวณโดยรอบเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่
จากการสอบถามนายพีรพงษ์ ไชยบุรี และนายอัฐพล กองสุข ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 02.00 น. ตนทั้งสองคนได้นำผ้ามาซักที่ร้านดังกล่าวเนื่องจากที่ร้านมีโปรโมชันเปิดบริการให้ซักฟรีตลอด 24 ชั่วโมง แต่เมื่อเข้าไปในร้านพบว่าเครื่องซักผ้ามีผู้ใช้บริการเต็มหมดแล้ว ระหว่างนั้นได้กลิ่นคล้ายกับแก๊สรั่วจึงตัดสินใจชวนกันออกมายืนรอฝั่งตรงข้ามของร้าน เมื่อเวลาผ่านไปสักพักกลิ่นแก๊สเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ จึงเดินไปบอกเจ้าของตึกซึ่งเปิดร้านอาหารอยู่ข้างๆ ว่าให้ช่วยเรียกเจ้าของร้านมาดูเพราะเกรงว่าจะมีอันตราย ขณะที่รอเจ้าของมาดูนั้นพวกตนก็ยืนจับกลุ่มคุยกันอยู่ในร้านอาหารตามสั่งฝั่งตรงข้ามร้านซักผ้า จู่ๆ ก็เกิดระเบิดขึ้นเสียงดังรุนแรง ทั้งแรงดันและเศษปูนต่างๆ กระจัดกระจายโดนประชาชนบริเวณโดยรอบได้รับบาดเจ็บ และข้าวของเสียหาย บางรายเป็นคนที่มายืนรอเพื่อที่จะซักผ้าเหมือนกับตน โชคดีที่ตนหลบอยู่ในร้านที่มีผ้าใบบังอยู่จึงไม่เป็นอันตราย
นายกวิน นิทัศนจารุกุล เจ้าของร้านดังกล่าวเปิดเผยเพียงสั้นๆ ว่า ร้านดังกล่าวเพิ่งเปิดได้เพียง 3 วัน และกำลังอยู่ในช่วงโปรโมชันเปิดให้ใช้งานฟรี ทำให้มีผู้เข้ามาใช้บริการอยู่ตลอด ภายในร้านจะมีทั้งเครื่องซักและเครื่องอบผ้าที่นำเข้ามาจากประเทศจีน มีการทำงานในหลายระบบ รวมไปถึงระบบแก๊สด้วย
ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร.เปิดเผยถึงกรณีแก๊สรั่วและระเบิดมีผู้บาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหายบริเวณร้านซักผ้าในพื้นที่ สน.สุทธิสาร ว่าได้รับรายงานจาก สน.สุทธิสาร ว่าเมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2561 เวลา 02.00 น.ได้รับแจ้งเหตุแก๊สรั่วทำให้เกิดการระเบิดบริเวณชั้นล่างของบ้านเลขที่ 158/1 แขวงดินแดง เขตดินแดง กทม. ที่เปิดบริการเป็นร้านซักผ้า โดยเกิดการระเบิดขึ้นจากภายในร้านออกมาภายนอก แรงระเบิดทำให้ตัวร้านและบริเวณข้างเคียงได้รับความเสียหาย และทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย พนักงานสอบสวน พิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ได้เดินทางไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ ทำการระงับเพลิงไหม้และเก็บรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นยังไม่สามารถประเมินราคาความเสียหายได้ โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ระเบิดดังกล่าวจำนวน 9 ราย มีอาการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยและอยู่ในสภาวะที่ปลอดภัยแล้ว ต่อมาภายหลังผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจำนวน 8 รายได้รักษาตัวที่โรงยาบาลแล้ว ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำประกอบคดี อีกทั้งขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ถ่ายภาพที่เกิดเหตุ ทำแผนที่เกิดเหตุและซักถามพยานที่เห็นเหตุการณ์ในเบื้องต้นพร้อมผู้ที่เกี่ยวข้องไปบ้างแล้ว สำหรับผลการตรวจสถานที่เกิดเหตุคงต้องให้เวลากับเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานหาสาเหตุการเกิดแก๊สรั่วและการระเบิดในครั้งนี้ว่ามีต้นเพลิงมาจากที่ใดอย่างไร
ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจบูรณาการกับเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนในการช่วยเหลือประชาชน เมื่อเกิดแก๊สรั่วและเกิดการระเบิดพร้อมมีเพลิงไหม้ โดยเจ้าหน้าที่ต้องเร่งระงับเหตุการณ์ระเบิดและเพลิงไหม้ พร้อมทำการอพยพประชาชนหนีจากการระเบิดและเพลิงไหม้ด้วยความรวดเร็ว ปลอดภัย และสามารถเผชิญเหตุได้ในทันทีที่ กำชับให้มีการฝึกอบรม ทำความรู้ความเข้าใจ ทักษะในการช่วยเหลือตัวเองและผู้อื่น ซึ่งถือเป็นการเตรียมพร้อมเบื้องต้น ขณะเดียวกันประชาชนต้องตระหนักถึง การป้องกันและการใช้อุปกรณ์ต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุ เพราะเมื่อการเกิดเหตุการณ์แต่ละครั้งย่อมนำมาซึ่งความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน


