MGR Online - ดีเอสไอจับแก๊งโจรกรรมรถยนต์ข้ามชาติ ได้ผู้ต้องหาเพิ่มเติม 2 รายก่อเหตุมานานกว่า 30 ปี ก่อนส่งข้ามแม่น้ำโขง โดยก่อนหน้านี้ศาลได้สั่งลงโทษเพื่อนร่วมขบวนการไปแล้วคนละ 6 ปี
วันนี้ (27 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ดำเนินคดีกลุ่มแก๊งโจรกรรมรถยนต์ข้ามชาติที่ลักรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีดำ หมายเลขทะเบียน กธ 9099 นครราชสีมา ของนายธำรงค์ศักดิ์ หงษ์ขุนทด ไปจากลานจอดรถของห้างเทสโก้โลตัส สาขานครราชสีมา เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2555 และรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า 4 ประตู สีขาว หมายเลขทะเบียน ป้ายแดง ก 0202 นครราชสีมา ของนางบุษญา ญาณประเสริฐกุล ไปจากลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขานครราชสีมา เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2555 ภายหลังพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ทำการสืบสวนสอบสวนจนทราบว่ากลุ่มคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุเป็นแก๊งโจรกรรมรถยนต์รายใหญ่ที่สำคัญ โจรกรรมรถยนต์มานานกว่า 30 ปี และยังมีความเกี่ยวข้องกับคดีโจรกรรมรถยนต์ในพื้นที่ สน.บางพลัด, สน.พหลโยธิน, สภ.เมืองพิษณุโลก, สภ.บางบัวทอง, สภ.คลองข่อย และ สภ.หล่มสัก
ต่อมาคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาที่ทำหน้าที่เดินติดตามเจ้าของรถยนต์ และผู้ต้องหาที่ทำหน้าที่นำรถยนต์ส่งข้ามแม่น้ำโขงไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวได้รวมจำนวน 5 ราย คือ นายธงชัย กตะศิลา, น.ส.อรรยา พรหมกลศ, นายสันติสุข กุลอ่อน, นายอุทัย เอกพันธุ์ และนางกาญจนา ไกรธรรม
จากนั้น เมื่อวันที่ 5 ก.พ.57 ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาในส่วนของผู้ต้องหา 3 ราย ประกอบด้วย นายธงชัย กตะศิลา, น.ส.อรรถยา พรหมกลศ และนายสันติสุข กุลอ่อน ให้จำคุกคนละ 12 ปี โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 6 ปี ไม่มีเหตุให้รอลงอาญา และให้ใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหาย นอกจากนี้ ในส่วนของผู้ต้องหาอีก 2 ราย คือ นายอุทัย เอกพันธุ์ และนางกาญจนา ไกรธรรม อยู่ในระหว่างการพิจารณาคดี
กระทั่งล่าสุด เมื่อวันที่ 16 ส.ค. 2561 เจ้าหน้าที่ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหาที่ร่วมกระทำความผิดได้เพิ่มเติมอีก 2 ราย คือ นายตรีทศพล วิเชียรโรจน์ และ น.ส.วาสนา ทัพสกุล ภรรยาของนายตรีทศพลได้ที่บริเวณห้องเช่าใน จ.พิษณุโลก และเจ้าหน้าที่ผู้จับกุมได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันลักทรัพย์ของผู้อื่น โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ และใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม หรือรับของโจร อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (3) (7), 335 วรรคสอง, 336 ทวิ และมาตรา 357 ประกอบมาตรา 83 โดย นายตรีทศพล ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา แต่ในส่วนของ น.ส.วาสนา ให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดแต่อย่างใด
ทั้งนี้ นายตรีทศพลเป็นผู้ต้องหาคนสำคัญ โดยเป็นผู้ลงมือโจรกรรมรถยนต์โดยใช้อุปกรณ์รบกวนสัญญาณรีโมตและใช้อุปกรณ์ติดเครื่องยนต์แล้วขับรถหนีไป เนื่องจากอดีตเคยทำงานเป็นพนักงานในศูนย์ให้บริการรถยนต์หลายแห่ง ทำให้มีความรู้ความชำนาญในเรื่องเครื่องยนต์กลไกเป็นอย่างดี และนำความรู้ที่ได้มาใช้ก่อเหตุโจรกรรมรถยนต์ อย่างไรก็ตาม นายตรีทศพลต้องคดีลักทรัพย์รถยนต์ในพื้นที่ สน.บางพลัด สน.พหลโยธิน และ สภ.บางบัวทอง ซึ่งได้หลบหนีไปในระหว่างการปล่อยตัวชั่วคราวเป็นเวลากว่า 6 ปี จนถูกเจ้าหน้าที่สืบสวนสะกดรอยสามารถจับกุมตัวได้ในที่สุด


