รายการ “ข่าวลึก ปมลับ” ออกอากาศทาง NEWS1 ล้วงปมลึก คลายปมลับ ตีแผ่ประเด็นร้อน กับ นพรัฐ พรวนสุข บก.ข่าวการเมืองและกระบวนการยุติธรรม ผู้จัดการ 360 วันพุธที่ 1 สิงหาคม 2561 ตอน “บิ๊กโจ๊ก”คั่ว ผบช.สตม. ผบ.ตร.ดันเพื่อนคุมนครบาล
การแต่งตั้งโยกย้ายนายพลตำรวจปีนี้ ซึ่งมีตำแหน่งว่าง 77 ตำแหน่ง เริ่มที่ในระดับ รอง ผบ.ตร. และตำแหน่งเทียบเท่าว่าง 2 เก้าอี้ สำหรับตำแหน่งที่ปรึกษาถูกยุบ จึงเหลือตำแหน่งเดียว คนที่จะเข้าไลน์รองผบ. ตร.
ดูแล้วไม่น่าจะพลาดจาก พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย เพื่อนรักของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. “บิ๊กช้าง”มีสายสัมพันธ์แน่นปึ้กกับสายการเมือง กำลังภายในก็ไม่ธรรมดา
ถัดลงมา เป็นเก้าอี้ผู้ช่วย ผบ.ตร.ว่างจากเกษียณและขยับขึ้นรองผบ.ตร.หรือตำแหน่งเทียบเท่า 7 เก้าอี้ ขึ้นแน่ตามอาวุโสน่าจะมี 4 ราย คือ พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบช.ภ.3 ที่เป็นดาวรุ่ง และเป็นนายตำรวจที่ได้ฉายา “นายพลวัดป่า” เพราะชอบสายทางธรรมะ เป็นชีวิตจิตใจ
อีกสามคนที่จะขึ้นผู้ช่วย ผบ.ตร. คือ พล.ต.ท.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ จเรตำรวจ พล.ต.ท.วิรุฬ เอี่ยมไพจิตรฺ จเรตำรวจ พล.ต.ท.สุรพล พินิจชอบ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภ.2
ส่วนพวกอาวุโสน้อยแต่มีโอกาสขยับขึ้น เพราะ ผบช.ใกล้เกษียณแต่เส้นดีขออยู่บนเก้าอี้ ผบช.ต่อจนเกษียณน่าจะมีชื่อ พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ภ.1 และพล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 ที่มีอายุราชการทวีคูณภาคใต้ ขยับขึ้น ผู้ช่วย ผบ.ตร.
โดยเฉพาะในราย พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ภ1 ปีที่แล้วอยากขยับจาก ผบช.ส. มาเป็น ผบช.น. แต่โดนเพื่อน นรต.36 พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. เบียดไปกิน
ปีนี้แรงส่งอาจจะน้อย ที่จะไปชิงเก้าอี้ ผบช.น. สุวัฒน์เลยต้องยอมถูกดันขึ้นไปเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร. เพราะเกษียณอายุราชการปี 2564 ไล่เรียงเวลาได้ติดยศ พล.ต.อ. ก่อนเกษียณแน่ๆ
และพล. ต. ท. ชาญเทพ เสสะเวชเกษียณปีนี้ทำให้เก้าอี้ผบช. น. ว่าง เป็นสมบัติที่มีหลายคนกำลังวิ่งเต้นมาลงเก้าอี้ผบช. น. เจ้าพ่อเมืองหลวง เป็นตำแหน่งที่ชิงกันดุเดือด แต่ละคนที่มามีแบ็คหนุน มีค่ายใหญ่สังกัดทุกคน
เก้าอี้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ชื่อแรกที่มาแรงคือ บิ๊กโจ๊ก-พล.ต.ต.สุรเชษฐ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว คนนี้หล่อเลือกได้มีโอกาสมาเป็น ผบช.น. มากถ้าคิดจะเอา
แต่บิ๊กโจ๊ก A little big man คงจะเบนเข็มไปเก้าอี้อื่นอย่างผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองมากกว่า หรือจะเอาง่ายก็ที่ตำรวจท่องเที่ยว ได้เลย
มีความเป็นไปได้มากที่บิ๊กโจ๊กจะไปเป็น ผบช.สตม. สลับให้ บิ๊กบัว-พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.สตม. เพื่อนร่วมรุ่น ผบ.ตร. มาเป็น ผบช.น. ล็อกนี้มีเค้ามากเพราะผบช. น. ต้องเป็นคนที่ผบ. ตร. เชื่อมือและไว้ใจ
บิ๊กบัวก็ไม่อยากจะอยู่สตม. แล้ว เพราะต้องลุยงานโปรเจกต์ใหญ่ที่ไม่ถนัด เนื่องจากปีนี้สตม. จะมีโครงการใหญ่ๆใช้เงินเยอะอยู่3 โครงการ คือเรื่องแรก กำลังเตรียมงบจัดซื้อเรือตรวจการเป็นของตัวเอง ไม่อยากยืมตำรวจน้ำใช้แล้ว, เรื่องที่สองก็ซื้อจะรถยนต์บีเอ็มดับบลิว มาใช้งานทุ่มเงินอีกหลายสิบล้านบาท
และโครงการสุดท้ายถือว่าเป็นระดับบิ๊กโปรเจกต์คือโครงการสร้างตึกศูนย์ฝึกอบรมตำรวจตม. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยนำเงินที่ได้จากที่การท่าฯแบ่งให้นับพันล้านบาทมาใช้เป็นงบก่อสร้าง โครงการพวกนี้รวมแล้วเป็นเงินเยอะ จึงจะต้องเอามือดีมาควบคุมแทนบิ๊กบัวที่ขอถอยไปแล้ว
ดูแล้ว พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ คงไม่ตกอับ ที่ว่าจะมาเป็น ผบช.ภ.1 แทนเพื่อนร่วมรุ่นพล.ต.ท.สุวัฒน์ ที่ขยับขึ้น ผู้ช่วย ผบ.ตร. ก็คงไม่ใช่แล้ว ตอนนี้ชื่อสุทธพงษ์มาตีตราจองเก้าอี้ผบช. น.ไว้แล้ว แถมมาแรงกว่าแคนดิเดตทุกคน เพราะได้แรงหนุนเต็มๆจากผบ. ตร.
ส่วนเก้าอี้ ผบช.สตม. นอกจากพล. ต. ต. สุรเชษฐ์แล้ว ยังมีตัวตายตัวแทนอย่าง บิ๊กโอ๋-พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รอง ผบช.สกบ. สายตรงบิ๊กโจ๊ก กับพล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง ผบช.สยศ.ตร.สายตรง บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
ส่วนเก้าอี้ ผบช.ตำรวจท่องเที่ยว หาก บิ๊กโจ๊ก ไม่เอาก็จะเป็นโอกาสของ บิ๊กโจ้-พล.ต.ท.อดิศร์ งามจิตสุขศรี จเรตำรวจ อดีต ผู้การฯท่องเที่ยว กลับมาเป็น ผบช.ทท.
มองไปที่เก้าอี้ ผบช.ภ.2 ถ้า พล.ต.ท.จิตติ ขออยู่ต่อไม่ไหวต้องขึ้น ผู้ช่วย ผบ.ตร. เพิ่งเคยขอเว้นวรรคไม่ขึ้นมาแล้วปีหนึ่ง ก็มีลุ้นที่ บิ๊กกุ้น-พล.ต.ต.สรไกร พูลเพิ่ม รองผบช.สกพ. สายตรงบิ๊กโจ๊ก อาจจะโยกมานั่งคุมพื้นที่ชายทะเล
ขณะที่เก่งเล็กอีกคน คือ บิ๊กหลวง-พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รองผบช.น. อดีตนายเวรพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ น่าจะได้เป็น ผบช.ภ.3 คุมอีสานตอนล่าง หรือถ้าจังหวะดีอาจจะนั่งผบช. ภ. 1 ก็เหมาะสมเพราะเก่งงานและไฟแรง
ส่วน ผบช.ก. ตำแหน่งใหญ่และสำคัญ ฟันธงเป็นของ บิ๊กทิน-พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง รองผบช.ก. ขึ้นมาคุมสอบสวนกลางตามไลน์ ดูแล้วไม่น่าจะมีใครกล้าแหยม ส่วนพล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รองผบช.น. เที่ยวนี้มีลุ้นเก้าอี้ ผบช.ป.ส.อีกครั้ง.
โผที่แย้มออกมาช่วงนี้ยังไม่ 100% และเวลายังเหลือพอที่จะทำให้พลิกได้ ขึ้นชื่อว่าตำรวจไทยกับเรื่องแต่งตั้งไม่มีการยอมง่ายๆ ต้องวิ่งกันต่อไป จะหยุดก็ต่อเมื่อบัญชีแต่งตั้งจะประกาศออกมาแล้วเท่านั้น


