xs
sm
md
lg

หนุ่มขี่ จยย.ขึ้นสะพานกลับรถวัดคุณหญิงส้มจีน เสียหลักล้มบัสเหยียบซ้ำดับคาที่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


หนุ่มวัย 24 ขี่จักรยานยนต์ ลื่นล้ม ศีรษะเสยไถลเข้าล้อรถบัสทับเสียชีวิต บริเวณสะพานจุดกลับรถวัดคุณหญิงส้มจีน อ.คลองหลวง ค้นในกระเป๋าพบปืน 9 มม.1 กระบอก พร้อมกระสุนเต็มรังเพลิง

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2561 พ.ต.ต.ศิโรจน์ แนบเนียน สารวัตรสอบสวน สภ.คลองหลวง รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถบัสชนจักรยานยนต์และมีผู้เสียชีวิต ที่เกิดเหตุบริเวณสะพานจุดกลับรถวัดคุณหญิงส้มจีน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงรุดไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงอยุธยา แพทย์เวร รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

ในที่เกิดเหตุบนสะพานกลับรถ พบรถบัสยี่ห้อฮีโน่ สีฟ้า-ชมพู หมายเลขทะเบียน 30-0583 พระนครศรีอยุธยา ของ หจก.มนัสชัย การท่องเที่ยว จอดอยู่กลางถนน ข้างกันพบจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีดำทะเบียน กพก 361 อ่างทอง ล้มคว่ำอยู่ ข้างกันพบผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้ขับขี่มีบาดแผลที่ศีรษะทราบชื่อต่อมา นายศิรชัช หาสาสน์ศรี อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 74 หมู่ที่ 7 ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ซึ่งเป็นพนักงานของบริษัท นิเคสยามอลูมิเนียม จำกัด ข้างกันยังพบกระเป๋าหนังสีน้ำตาลของผู้ตายตกอยู่ ภายในพบอาวุธปืนขนาด 9 มม. 1 กระบอก ยี่ห้อสมิทแอนด์เวสสัน แบบสเตนเลส ภายในบรรจุกระสุนเต็มรังเพลิง ทางเจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้ตรวจสอบ ห่างกันมีร่องรอยการถูไปกับถนนเป็นทางยาว

นายกฤษณะ พุฒิเพ็ญ อายุ 43 ปี ผู้ขับขี่รถบัส ให้การว่า ขณะเกิดเหตุตนเองกำลังนำพนักงานของบริษัทแห่งหนึ่งไปส่งที่ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ตนกำลังเร่งเครื่องขึ้นสะพานกลับรถ และได้แซงรถ จยย. ขึ้นไปเมื่อรถผ่านไปได้ครึ่งคัน จยย. ได้ลื่นล้มด้วยตนเองก่อนที่ศีรษะของผู้ขับขี่จะกระเด็นเข้ามาในร่องล้อของตนเองจนถูกเหยียบ ตนเองจึงจอดรถลงไปตรวจสอบและประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ทางด้าน พ.ต.ต.ศิโรจน์ แบนเนียน สารวัตรสอบสวน สภ.คลองหลวง เปิดเผยว่า หลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว จึงได้บันทึกภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน และได้เชิญตัวผู้ขับขี่ไปทำการสอบสวนเพิ่มเติมที่โรงพัก และให้เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู นำผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ (ศูนย์รังสิต) เพื่อรอญาติรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป


กำลังโหลดความคิดเห็น...