xs
xsm
sm
md
lg

“หมวดจรูญ” ให้ข้อมูลตำรวจเพิ่ม ยันคลิปเสียงสนทนาครูปรีชากับแม่ค้าหวยได้มาโดยชอบธรรม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


MGR Online - กองปราบรับมอบสำนวนคดีหวยอลเวงจากตร. ภาค 7 แล้ว “หมวดจรูญ” ให้ข้อมูลตำรวจเพิ่ม ทนายพร้อมนำพยานบุคคล 2 ปาก ซึ่งเชื่อว่าจะหักล้างกับพยานบุคคลทั้ง 40 ปากของฝั่งนายปรีชาได้ทั้งหมด ยันคลิปเสียงสนทนาครูปรีชากับแม่ค้าหวยได้มาโดยชอบธรรม

วันนี้ (9 ก.พ.) ที่ กองปราบปราม เมื่อเวลา 10.00 น. พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5 บก.ป. ได้เดินทางไปที่กองบัญชาการตำรวจภาค 7 (บช.ภ7) เพื่อรับมอบสำนวนคดีคดีหวยอลเวง 30 ล้านบาท ที่เป็นข้อพิพาทระหว่าง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ และ นายปรีชา ใคร่ครวญ ครูโรงเรียนเทพมงคลรังสี ซึ่งต่างฝ่ายต่างแสดงความเป็นเจ้าของในสลากกินแบ่งที่ถูกรางวัลดังกล่าวจากพนักงานสอบสวนของ บช.ภ.7

ทั้งนี้ หลักฐานต่างๆ ที่กองปราบปรามได้รับมาจากพนักงานสอบสวนชุดเดิม นอกจากเอกสารการสอบสวนแล้ว ยังรวมไปถึงหลักฐานที่เป็นคลิปเสียงการพูดคุยทางโทรศัพท์ ที่ถือว่าเป็นหลักฐานสำคัญในคดี เบื้องต้นพบมีมากกว่า 2,500 คลิป ซึ่งเป็นการสนทนาระหว่างพยานผู้เกี่ยวข้องในคดีทั้งหมด ซึ่งคลิปทั้งหมดทางกองปราบปราม จะต้องนำกลับมาตรวจวิเคราะห์อย่างละเอียด เพื่อใช้เปรียบเทียบกับหลักฐานที่กองปราบเคยเก็บรวบรวมไว้ก่อนหน้านี้ด้วย

ต่อมา เมื่อเวลา 14.30 น. วันเดียวกัน ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ พร้อมด้วย นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน ได้เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. เพื่อนำหลักฐานในทางคดีมามอบให้ ประกอบด้วย พยานบุคคล และข้อความบทสนทนาในการแชตไลน์ระหว่าง นางรัตนาภรณ์ สุภาทิพย์ แม่ค้าที่ขายลอตเตอรี่กับลูก เพื่อนำไปใช้ประกอบพิจารณาคดี

นายษิทรา เปิดเผยว่า ที่เดินทางมาในวันนี้ ก็เพื่อมอบพยานหลักฐานให้กับพนักงานสอบสวนของกองปราบฯ นำไปใช้สมทบกับหลักฐานที่ตำรวจมี เพื่อใช้ตรวจสอบหาว่าใครคือเจ้าของสลากกินแบ่งรัฐบาลมูลค่า 30 ล้านตัวจริง โดยพยานหลักฐานในส่วนที่ 1 ก็คือ พยานบุคคลที่ทีมทนายความและลูกความของตน สามารถหาไปหาเพิ่มเติมมาได้ จำนวน 2 ปาก ซึ่งข้อมูลที่สามารถเปิดเผยได้ ก็คือ พยานรายนี้เป็นบุคคลที่ใกล้ชิดกับนายปรีชา และอีกคนเป็นข้าราชการสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรม โดยพยานทั้งสองคนนี้จะให้ข้อมูลที่สามารถหักล้างกับพยานบุคคลทั้ง 40 ปากของฝั่งนายปรีชาได้ทั้งหมด แต่บุคคลดังกล่าวจะเป็นใครนั้น ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากเกรงว่าจะส่งผลต่อรูปคดี ส่วนหลักฐานอีกส่วนหนึ่งเป็นบันทึกข้อความบทสนทนาของนางรัตนาภรณ์ กับลูก ทางแอปพลิเคชันไลน์ ที่มีการระบุเมื่อวันที่ 6 พ.ย. ว่า ยังไม่ทราบว่าใครคือเจ้าของลอตเตอรี่ดังกล่าว ซึ่งขัดแย้งกับคำให้การก่อนหน้านี้ ที่ว่า ทราบว่าใครถูกลอตเตอรี่ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. ซึ่งจะถือเป็นหลักฐานสำคัญที่จะบอกได้ว่า นางรัตนาภรณ์ นั้นไม่ได้พูดความจริง

นายษิทรา กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีเมื่อวานที่ผ่านมา ข่าวทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 สี ได้เปิดเผยคลิปเสียงการสนทนาทางโทรศัพท์ ระหว่างนายปรีชา กับ นางรัตนาภรณ์ สุภาทิพย์ แม่ค้าขายลอตเตอรี่ ในทำนองว่านางรัตนาภรณ์แสดงความดีใจที่นายปรีชาที่ถูกรางวัลดังกล่าว แต่นายปรีชากลับตอบว่าไปซื้อสลากอีกเลขหนึ่งและไม่ได้ถูกรางวัล โดยคลิปเสียงดังกล่าวทางทีมทนายความและลูกความได้ติดตามรับฟังแล้ว ถ้าหากเจ้าหน้าที่ตำรวจมีคลิปดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานก็จะถือได้ว่าเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีอย่างมาก ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายเกรงว่าคลิปเสียงดังกล่าวจะถูกหักล้างในชั้นศาลว่า เป็นหลักฐานที่ได้มาโดยมิชอบนั้น เบื้องต้นทราบว่า คลิปเสียงดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถกู้ได้จากโทรศัพท์มือถือของนายปรีชา หรือ นางรัตนาภรณ์ ซึ่งก่อนหน้านี้ ทางทีมสืบสวนของ บช.ก. ได้ขออนุญาตนำโทรศัพท์มือถือของนายปรีชา, นางรัตนาภรณ์ และ ร.ต.ท.จรูญ ไปทำการตรวจสอบ ซึ่งทุกคนก็อนุญาตให้เจ้าหน้าที่นำไปตรวจสอบได้ จึงถือว่าเป็นหลักฐานที่ได้มาอย่างถูกต้อง และได้รับอนุญาตจากเจ้าของโทรศัพท์มือถือแล้ว ไม่ได้เป็นการดักฟังทางโทรศัพท์อย่างที่มีกระแสข่าวออกมาก่อนหน้านี้ และถือเป็นหลักฐานที่มีความน่าเชื่อถือ

นายษิทรา กล่าวต่ออีกว่า ส่วนจะมีการแจ้งความดำเนินคดีกับครูปรีชาและพวกหรือไม่นั้น คงต้องรอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบทำการสรุปสำนวนส่งเสียก่อน เนื่องจากภายหลังจากที่ได้เข้าพูดคุยกับทาง พล.ต.ต.ไมตรี นั้น ทราบว่า อีกประมาณ 2 สัปดาห์คดีดังกล่าวน่าจะมีความชัดเจนมากขึ้น ถึงจะสามารถบอกได้ว่าจะดำเนินคดีกับกลุ่มของครูปรีชากลับหรือไม่ แต่เบื้องต้นตนเชื่อว่าน่าจะเป็นขบวนการสร้างพยานหลักฐานเท็จ ซึ่งในส่วนนี้คงต้องให้ทางกองปราบฯเป็นผู้ตรวจสอบและสาวถึงผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด

“นอกจากนี้ ยังทราบอีกว่าทางกองปราบได้มีการสืบหาเบาะแสและรวบรวมพยานหลักฐานมาก่อนหน้านี้แล้วและได้มีการส่งมอบให้กับทาง บช.ภ.7 แต่กลับไม่มีการนำมาใช้ในการพิจารณา ซึ่งทาง พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช รอง ผบช.ภ.7 หัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีดังกล่าว กลับให้น้ำหนักในพยานบุคคล แต่ทางกองปราบฯให้น้ำหนักไปที่หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นหลัก” นายษิทรา กล่าว

ด้าน ร.ต.ท.จรูญ กล่าวว่า หลังจากเกิดเรื่องตนยังคงใช้ชีวิตตามปกติ แต่ภายหลังจากที่ได้พูดคุยและนำหลักฐานมามอบให้กับทางผู้การกองปราบฯ ก็ทำให้ยิ่งสบายใจขึ้น ส่วนหากผลการพิสูจน์ออกมาแน่ชัดแล้วว่าตนคือเจ้าของลอตเตอรี่ตัวจริง ตนจะนำเงินรางวัลบางส่วนไปทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศล ให้กับผู้ที่คิดไม่ดีกับตน

ด้าน พล.ต.ต.ไมตรี เปิดเผยว่า ล่าสุด มีหนังสืออย่างเป็นทางการจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้โอนคดีดังกล่าวมาจาก บช.ภ.7 แล้ว หลังจากนี้ ก็จะต้องนำสำนวนเดิมมาตรวจสอบกับคำให้การของพยานบุคคลทั้ง 40 ปาก ว่า ตรงไปตามกับข้อมูลที่กองปราบปราม ลงพื้นที่และสืบสวนมาว่าตรงกันหรือไม่ ส่วนจะต้องเรียกพยานทั้ง 40 ปาก มาสอบปากคำใหม่หรือไม่นั้น ก็คงต้องขอตรวจสอบให้เสร็จสิ้นก่อน



กำลังโหลดความคิดเห็น...