MGR Online - ตร.-ราชทัณฑ์ตามรวบนักโทษหลบหนีออกจากเรือนจำเพชรบุรีได้ครบทั้ง 2 ราย หลังรายล่าสุดจับกุมได้ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา เตรียมย้ายไปขังที่เรือนจำความมั่นคงสูงสุด หรือซูเปอร์แม็กซ์
ความคืบหน้าเหตุการณ์ที่ นช.ธวัชชัย มะลิแย้ม ผู้ต้องโทษในคดียาเสพติด และ นช.เอกชัย เครือแก้ว ผู้ต้องโทษคดีลักทรัพย์ หลบหนีออกจากเรือนจำกลางเพชรบุรี ขณะเกิดอุทกภัยในพื้นที่เมื่อวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมได้แล้วจำนวน 1 ราย คือ นช.เอกชัย เครือแก้ว เมื่อวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา
ล่าสุด วันนี้ (4 ธ.ค.) พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สถานีตำรวจภูธรบ้านแหลม ร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภูธรจังหวัดเพชรบุรี นำโดย พ.ต.ต.ธรรมวุฒิ วิเชียรมณีโชติ หัวหน้าชุด กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ภูธรจังหวัดเพชรบุรี พ.ต.ท.พีระ อัศววิบูลย์ผล รองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี และชุดเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางเพชรบุรี ร่วมกันดำเนินการจับกุมผู้ต้องโทษอีก 1 ราย คือ นช.ธวัชชัย มะลิแย้ม ซึ่งผู้ต้องขังทั้ง 2 ราย จะถูกดำเนินคดีทางอาญาในข้อหาหลบหนีระหว่างถูกคุมขัง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 190 โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
พ.ต.อ.ณรัชต์กล่าวอีกว่า จะดำเนินการย้ายผู้ต้องขังทั้ง 2 รายไปคุมขังยังเรือนจำความมั่นคงสูงสุด (ซูเปอร์แม็กซ์) เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและป้องปรามไม่ให้ผู้ต้องขังรายอื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่าง ซึ่งจากสถิติที่ผ่านมาการหลบหนีของผู้ต้องขังในปีงบประมาณ 2561 ตั้งแต่เดือน ต.ค.-พ.ย. 2560 มีผู้ต้องขังหลบหนีจากเรือนจำ 3 ราย และจับกุมตัวได้ทั้งหมด โดยกรมราชทัณฑ์ขอเรียนและประชาสัมพันธ์ให้ญาติผู้ต้องขังทราบว่าการที่ผู้ต้องขังหลบหนีระหว่างคุมขังจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายและจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ในการเลื่อนชั้น ลดชั้น ลดวันต้องโทษและพักการลงโทษ อีกทั้งผู้ที่มีส่วนร่วมในการแหกหักหลบหนีหรือให้การสนับสนุนในการหลบหนีหรือให้ที่พักอาศัยจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วยเช่นกัน


