xs
xsm
sm
md
lg

โจ๋เวียดนามจับหมวยขายผลไม้ชาติเดียวกัน อึ้งเรียกค่าไถ่ 1 ล้าน โชคดีหนีได้ แจ้ง ตร.ตามรวบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


 
MGR Online - ตร.ชนะสงคราม ตามรวบโจ๋เวียดนาม จับแม่ค้าผลไม้เพื่อนร่วมชาติเรียกค่าไถ่ 1 ล้านบาท โชคดีหนีมาขอความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ แค้นเคยถูกเหยื่อแจ้งตำรวจท่องเทียวตามจับแฟน ฐานไม่มีใบอนุญาตทำงาน



วันนี้ (22 พ.ย.) เมื่อเวลา 13.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช รรท.ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น. พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รรท.รองผบช.น. พ.ต.อ.เสนิต สำราญสำรวจกิจ รรท.ผบก.น.1 พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.พิทักษ์ สุทธิกุล ผกก.สน.ชนะสงคราม พ.ต.ท.สมยศ อุดมรักษาทรัพย์ รองผกก.สส.สน.ชนะสงคราม และชุดสืบสวน สน.ชนะสงคราม แถลงจับ นายเร ดึก ล็อค อายุ 24 ปี สัญชาติเวียดนาม พร้อมของกลาง โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ใช้ในการติดต่อเรียกค่าไถ่ เงินสดเรียกค่าไถ่ 9,280 บาท จับกุมได้ที่บริเวณห้องเช่าหลังตลาดเพชรพลอย แขวงบางรัก เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 21 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยแจ้งข้อหาร่วมกันเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่โดยเอาตัวบุคคลอายุกว่า 15 ปี โดยใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้ายใช้อำนาจครองงำผิดคลองธรรม หรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการอื่นใด หรือหน่วงเหนี่ยวกักขังบุคคลใด, ร่วมข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดไม่กระทำการใด หรือยอมจำนนต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกายเสรีภาพชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเอง หรือผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้าย จนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้นไม่ได้กระทำการนั้น หรือจำยอมต่อสิ่งนั้น, ร่วมกันหน่วงเหนี่ยว หรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใด ให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย

พ.ต.ท.สมยศ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 20 พ.ย. นายแดง สัญชาติเวียดนาม ได้เข้าแจ้งความว่า นางนา สัญชาติเวียดนาม อายุ 32 ปี ถูกคนร้ายชาวเวียดนามลักพาตัวเพื่อเรียกค่าไถ่ ภายหลังจากที่ นางนา ภรรยาออกจากที่พักไปขายผลไม้บริเวณคลองผดุงกรุงเกษม เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 20 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยผู้ก่อเหตุได้ทำร้ายร่างกายลักพาตัวในเวลาประมาณ 18.00 น. วันที่ 20 พ.ย. บริเวณหน้าโรงแรมสาวานา ถนนวิสุทธิกษัริย์ แขวงบ้านถม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

จากนั้นเมื่อเวลาประมาณ 19.30 น. วันที่ 20 พ.ย. นางนา บอกว่า ถูกชายชาวเวียดนาม ไม่ทราบชื่อ 2 คน ลักพาตัวแล้วโทรศัพท์ก็ถูกปิดไป ต่อมาเวลา 21.00 น. วันเดียวกัน ก็มีโทรศัพท์จากชายชาวเวียดนามโทร.มาเรียกค่าไถ่ให้รีบโอนเงินจำนวนเงิน 1 ล้านบาท ไม่เช่นนั้น จะฆ่าหั่นศพนางนาทิ้งบริเวณสะพานพระราม 8 ในเวลา 12.00 น. วันที่ 21 พ.ย. นายแดง จึงพยายามต่อรองให้เหลือ 300,000 บาท คนร้ายไม่ยอมจึงได้ปิดเครื่องไป

พ.ต.ท.สมยศ กล่าวอีกว่า กระทั่งเวลาประมาณ 09.00 น. วันที่ 21 พ.ย. คนร้ายได้สั่งให้โอนเงินมาก่อน 10,000 บาท แล้วว่าจ้างวินรถจักรยานยนต์รับแถวสมุทรปราการ พาไปกดเงินบริเวณร้านขายยา หน้าหมู่บ้านแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรปราการ กล้องวงจรปิดเห็นภาพคนร้ายใส่แมสปิดหน้า สวมใส่กางเกง 3 ส่วน จากนั้นจึงได้ทำการสืบสวนติดตามจนกระทั่งทราบว่า คนร้ายที่ก่อเหตุคือ นายเร ดึก ล็อค อายุ 24 ปี พักอยู่บริเวณห้องเช่าหลังตลาดเพชรพลอย ย่านบางรัก จึงนำกำลังไปตรวจสอบ ตรวจค้นจนพบชุดที่ใช้ในวันที่ไปกดเงินเรียกค่าไถ่และมือถือที่ใช้ในการติดต่อ

จากการสอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่า ในวันเกิดเหตุได้ร่วมมือกับ นายพุก อายุ 19 ปี สัญชาติเวียดนาม ที่อยู่ระหว่างหลบหนี นำ นางนา ผู้เสียหายไปไว้ที่ห้องเช่าแห่งหนึ่งเป็นบ้านพักของเพื่อนชาวเวียดนาม แต่เพื่อนไม่อยู่ จึงได้ย้ายผู้ต้องหาชาวเวียดนามไปไว้ที่ห้องที่ 37 โรงแรมฮาร์ทอิน ย่านเทพารักษ์ จ.สมุทรปราการ โดยจับมัดมือมัดเท้าไว้จนผู้เสียหายแก้มัดได้และวิ่งหน้าออกไปจากที่พัก

ด้าน นางนา ผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนถูกจับไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 พ.ย. ที่ผ่านมา มีคนร้ายเป็นผู้ชาย 2 คนเข้ามาจับตนมัดมือไพล่หลังเอาผ้าปิดตา จากนั้นได้พาตนไปขังเอาไว้ที่แห่งหนึ่งประมาณ 3 - 4 ชั่วโมง จากนั้นได้เปลี่ยนตนไปขังอีกที่หนึ่ง จนกระทั่งตนทราบว่าเป็นโรงแรม เนื่องจากมีพนักงานมาแจ้งเตือนให้ไปจ่ายเงินไปใช้ห้องเกินเวลาเที่ยงแล้ว ตนจึงได้พยายามแก้มัดออกจากนั้น จึงวิ่งหนีตายออกมาจากห้องพักดังกล่าวแล้วเรียกคนมาช่วยเหลือตนเองได้ในที่สุด ระหว่างที่ถูกจับกุมคนร้ายไม่ยอมให้กินอาหารเข้าห้องน้ำจนต้องปัสสาวะใส่พื้น ขอบคุณตำรวจที่เข้าช่วยเหลือได้ทัน เนื่องจากตนเองคิดว่าจะตายเสียแล้ว แต่ก็รอดมาได้เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจให้การช่วยเหยื่อได้ทันท่วงที

ส่วนสาเหตุนั้นคาดว่าคนร้ายน่าจะมีสาเหตุโกรธเคืองผู้เสียหายที่เคยเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวมาจับกุมภรรยาของตนเองฐานเป็นแรงงานต่างด้าวโดยผิดกฎหมายขณะทำงานขายผลไม้อยู่ย่านวงเวียนใหญ่ เมื่อ 4 - 5 ปีก่อน