xs
xsm
sm
md
lg

รวบแก๊งงัดบ้านขโมยกุญแจขับรถเจ้าของบ้านหนี ก่อเหตุกว่า 10 ครั้ง ในสระบุรีและปทุมธานี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


ตำรวจตามรวบสองผัวเมีย พร้อมพวกอีก 5 คน ตั้งแก๊งงัดบ้านโจรกรรมรถยนต์ หัวหน้าแก๊งเป็นชายวัย 53 ปี เพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำคดีลักรถ สารภาพก่อเหตุมาแล้วราว 10 ครั้ง ในพื้นที่สระบุรี และปทุมธานี โดยนำรถยนต์ที่ได้ไปแลกยาเสพติด แถวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน

ตามนโยบายรัฐบาลในการปราบปรามอาชญากรรมและผู้มีอิทธิพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พลตำรวจเอก เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พลตำรวจโท ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตำรวจภูธรภาค 1 ภายใต้การอำนวยการของ พลตำรวจโท ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 และพลตำรวจตรี ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ได้สั่งการให้ ตำรวจ สืบสวน ภ.1 นำโดย พล.ต.ต.อำนาจ จันทร์เจริญ ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.กฤษณะ คุณากร รอง ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.นราเดชน์ ทิพย์รักษ์ รอง ผบก.สส.ภ.1 พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี นำโดย พล.ต.ต.ถาวร ขาวสะอาด ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี, พ.ต.อ.สามารถ ศิริวิบูลย์ชัย รอง ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.จีรเดชน์ เหมจินดา ผกก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี, พ.ต.อ.โกศล วีรวิศาล ผกก.สภ.สามโคก พ.ต.ท.กฤษณัฐ วงษ์กล้าหาญ รอง ผกก.สส.สภ.สามโคก, พ.ต.ท.อังกูร ทวีเกตุ สว.สส.สภ.สามโคก, พ.ต.ท.ธนรัชน์ เทือกแถว สว.สส.ภ.จว.ปทุมธานี, พ.ต.ท.พีรพัสส์ ชูช่วย สว.สส.ภ.จวปทุมธานี พร้อมกำลังชุดสืบสวน ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายสมชาย จันทร์น้อย อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 237 หมู่ 1 ต.เด่นใหญ่ อ.หันคา จ.ชัยนาท (จำนวนหมายจับ 5 หมาย)

นางประไพร เมืองนาคิน อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 90 หมู่ 1 ต.หันตะเภา อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา (จำนวนหมายจับ 3 หมาย) นายเชาวราช มานะดำรงธรรม อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 ม.10 ต.หนองบ่มกล้วย อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี (จำนวนหมายจับ 2 หมาย) นายเกรียงไกร จันทร์น้อย อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 237 หมู่ 1 ต.เด่นใหญ่ อ.หันคา จ.ชัยนาท (จำนวนหมายจับ 1 หมาย) นายพิสิษฐ์ เมืองนาคิน อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 90 หมู่ 1 ต.หันตะเภา อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา (จำนวนหมายจับ 1 หมาย) น.ส.รัชดา หอมชะลูด อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27/7 หมู่ 4 ต.บ้านลี่ อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา (จำนวนหมายจับ 1 หมาย) และ นายปัญจะ สีทอง อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 116 หมู่ที่ 7 ต.หนองแซง อ.หันคา จ.ชัยนาท (จำนวนหมายจับ 1 หมาย) ในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ หรือรับของโจร”

พร้อมด้วย ของกลาง มีรถยนต์ ฮอนด้า ซีวิค สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน กง 2166 ชัยนาท จำนวน 1 คัน (เป็นรถยนต์ที่ใช้ในการกระทำความผิด) และ รถยนต์โตโยต้า วีโก้ สีดำ คัน หมายเลขทะเบียน 3 กธ 7892 กทม. จำนวน 1 คัน เป็นรถยนต์ที่โจรกรรมมาจากผู้เสียหายในพื้นที่ของ สภ.สามโคก เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2560 ที่ผ่านมา และแผ่นป้ายทะเบียน 1 กภ 7040 กทม. พร้อมแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษี ปลอม จำนวน 1 ชุด และมียาเสพติดให้โทษ (ไอซ์) น้ำหนักรวมประมาณ 7.7 กรัม และทรัพย์สินถูกประทุษร้ายรายการต่างๆ ที่เจ้าพนักงานตำรวจได้ตรวจยึด โดยผู้ต้องหารับว่า ได้มาจากการกระทำความผิด จำนวน 90 รายการ อุปกรณ์เครื่องมือช่างต่างๆ ที่ใช้ในการงัดเข้าบ้านผู้เสียหาย จำนวนประมาณ 11 รายการ

พลตำรวจตรี ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 กล่าวว่า โดยพฤติการณ์กล่าวคือ สืบเนื่องด้วยในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ตำรวจภูธรภาค 1 หลายจังหวัด ได้มีเหตุคนร้ายลักทรัพย์รถยนต์จำนวนหลายครั้ง ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 - พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งคนร้ายมักจะเข้าไปก่อเหตุในช่วงเวลากลางคืน โดยจะงัดแงะประตูหน้าต่างเข้าไปในบ้านของผู้เสียหายและลักทรัพย์จำนวนหลายรายการ โดยจะเลือกเหยื่อที่บ้านที่มีรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ หรือ วีโก้ จอดอยู่บริเวณหน้าบ้าน โดยขโมยกุญแจรถยนต์ที่ผู้เสียหายเก็บไว้ภายในบ้านแล้วขับรถยนต์ของผู้เสียหายหลบหนีไป ซึ่งจากการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน เจ้าพนักงานตำรวจชุดสืบสวน ได้สืบสวนจนพบว่า มี นายสมชาย ซึ่งเพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำ เป็นหัวหน้ากลุ่มแก๊งโจรกรรมรถยนต์ และมีประวัติต้องโทษคดีลักรถยนต์จำนวนมาก โดยร่วมกันกับพวก ใช้รถยนต์ของกลางรายการที่ 1 ในการก่อเหตุ

พลตำรวจตรี ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ยังกล่าวอีกว่า ต่อมาจากการสืบสวนหาพยานหลักฐานโดยได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับ จนนำมาสู่การจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางในครั้งนี้ ซึ่งจากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้ง 7 คน ให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันกับพวกอีกจำนวน 2 คน ที่หลบหนีไป เข้าไปตามสถานที่ต่างๆ ลักทรัพย์รถยนต์และทรัพย์สินอื่นๆ ที่อยู่ภายในบ้านโดยแต่ละครั้ง จะมีผู้เข้าก่อเหตุครั้งละจำนวน 2 - 4 คน

ด้าน นายสมชาย (ผู้ต้องหา) ได้ให้การรับสารภาพว่า หลักจากพ้นโทษจากเรือนจำ ได้ก่อเหตุลักรถยนต์มาแล้วจำนวนประมาณ 10 ครั้ง ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี และจังหวัดปทุมธานี โดย นายสมชาย จะมีหน้าที่งัดเข้าบ้านผู้เสียหายและไปด้วยตนเองทุกครั้ง เนื่องจากเป็นผู้ชำนาญในการงัดประตูหน้าต่าง แต่ละครั้งจะชักชวนสมาชิกในแก๊งที่ว่างไปด้วยกันสลับกันไป และให้สมาชิกในแก๊งขับรถยนต์ไปส่ง ให้บุคคลในแก๊งที่จังหวัดชัยนาท เพื่อนำรถยนต์ที่ได้จากการโจรกรรมนำไปแลกยาเสพติด ที่บริเวณชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน แล้วนำยาเสพติดมาขายแบ่งเงินกัน และนำมาให้นายสมชาย ในแต่ละครั้งอีกด้วย

ในเบื้องต้นทาง เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันลักทรัพย์ของผู้อื่น ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม หรือรับของโจร ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป

ด้าน พล.ต.ต.ถาวร ขาวสะอาด ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี กล่าวอีกว่า ทางตำรวจกำลังเร่งประสานงานประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อติดต่อนำรถที่ถูกโจรกรรมไปกลับคืนให้กับผู้เสียหาย และฝากเตือนประชาชนควรใช้อุปกรณ์ล็อกบริเวณล้อรถยนต์ เพราะวิธีนี้ทำให้ยากต่อการถูกโจรกรรม และหากใครที่ถูกคนร้ายลงมือก่อเหตุในลักษณะแบบเดียวกันนี้ ให้มาดูของกลางได้ที่ สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี



กำลังโหลดความคิดเห็น