xs
xsm
sm
md
lg

กองปราบฯ ลุยจับ 2 คลินิกขายยาทำแท้ง สลดลูกค้าประจำนักศึกษาสาว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


 
MGR Online - กองปราบบุกจับคลินิกขายยาทำแท้งให้วัยรุ่นนักศึกษาใจแตก 2 แห่ง ย่านเพชรเกษม - สะแกงาม ยึดยาพร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์จำนวนมาก

วันนี้ (26 เม.ย.) เมื่อเวลา 14.00 น. พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. สั่งการ พ.ต.อ.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1 บก.ป.พ.ต.ท.กิตติเมศร์ โชติปิติเจริญรัฐ สว.กก.1 บก.ป.พ.ต.ท.ธงชัย อยู่เกษ รอง ผกก.1 บก.ป. พร้อมด้วย นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นำกำลังพร้อมหมายค้นศาลอาญาธนบุรี เข้าทำตรวจค้นคลินิกเวชกรรมทำแท้งเถื่อนจำนวน 2 จุด ในพื้นที่ย่านเพชรเกษม และ สะแกงาม หลังได้รับการร้องเรียนว่าคลินิกทั้ง 2 แห่ง มีการลักลอบทำแท้งให้กับหญิงสาววัยรุ่นนักเรียนนักศึกษาในพื้นที่

โดยจุดแรกที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น เลขที่ 104 หมู่บ้านเศรษฐกิจ ซอย 2 ถ.หมู่บ้านเศรษฐกิจ แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กทม. พบด้านล่างเปิดเป็นที่ทำการคลินิกชื่อว่า “หมู่บ้านการแพทย์” โดยมี นางสายหยุด ฤทธิ์สำเร็จ อายุ 47 ปี และ น.ส.เตือนใจ พรหมเจดีย์ อายุ 48 ปี แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่คลินิกดังกล่าว

จากการตรวจค้นพบว่า ภายในห้องจ่ายยาชั้น 2 ของตัวอาคาร พบยาเม็ดชนิดสอด และกินที่ใช้ในการทำแท้งซุกซ่อนอยู่ภายในตู้เก็บยาเป็นจำนวนมาก อีกทั้งจากการตรวจสอบห้องต่างๆ ภายในตัวอาคารยังพบเครื่องมืออุปกรณ์ตรวจครรภ์อีกหลายรายการ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง พร้อมกับควบคุมตัว นางสายหยุด และ น.ส.เตือนใจ ส่งพนักงานสอบสวน สน.เพชรเกษม ดำเนินการ

ส่วนเป้าหมายที่สองเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น เลขที่ 97/2 ริมถนนสะแกงาม ปากซอยสะแกงาม 7 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. ด้านล่างเปิดเป็นคลินิกเวชกรรมชื่อว่า “สะแกงามคลินิกเวชกรรม” โดยมี นายณัฐวัสส์ ดวงดี แสดงตัวเป็นผู้ดูแล และยังคงเปิดให้ทำการตามปกติ

จากการตรวจค้นภายในห้องจ่ายยาชั้น 2 ของตัวอาคารพบยาขับเลือดไซโตเทค (cytotec) ชนิดสอด ซึ่งเป็นยาสำหรับไว้ใช้ในการทำแท้งจำนวน 2 กล่อง มีตัวยาชนิดดังกล่าวบรรจุอยู่แผงใส่ยาภายในกล่องจำนวนรวม 162 เม็ด

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบภายในห้องด้านในบริเวณชั้น 2 ของตัวอาคาร เจ้าหน้าที่ยังพบเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการตรวจครรภ์จำนวน 1 เครื่อง จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง พร้อมกับควบคุมตัวนายณัฐวัสส์ ส่งตัวให้กับพนักงานสอบสวน สน.แสมดำ ดำเนินคดี

สอบสวน นายณัฐวัสส์ ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้นำยาดังกล่าวมาจำหน่ายให้กับกลุ่มหญิงสาววัยรุ่นจริง โดยตนได้สั่งซื้อยาชนิดดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ขายยาเฉพาะทาง ในราคา 5,500 บาท ก่อนจะนำมาขายต่อให้กับลูกค้าในราคา 6,000 บาท อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะจ่ายยาให้ลูกค้าก็จะทำการอัลตราซาวนด์ตรวจครรภ์ก่อน หากพบว่าอายุครรภ์เกินกว่า 6 เดือน ก็จะแนะนำให้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลตามปกติ

พ.ต.ท.กิตติเมศร์ กล่าวว่า สำหรับการเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายทั้ง 2 จุด ในวันนี้ สามารถทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาได้จำนวน 3 ราย พร้อมกับยาสอดทำแท้งจำนวนมาก ซึ่งการเข้าทำการตรวจค้นและจับกุมตัวดังกล่าวนั้น สืบเนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนเข้ามาว่าคลินิกหมู่บ้านการแพทย์ ภายในหมู่บ้านเศรษฐกิจนั้น มีการลักลอบทำแท้งให้กับหญิงสาววัยรุ่นในพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการส่งสายลับเข้าติดต่อ กระทั่งพบว่ามีการกระทำผิดดังกล่าวจริง ซึ่งเป็นในลักษณะของการจำหน่ายยาสอดทำแท้งให้กับลูกค้า แต่หากผู้ที่มีอายุครรภ์มากกว่า 2 เดือนขึ้นไป แต่อยากจะทำแท้งเอาเด็กออกก็จะแนะนำให้ไปติดต่อกับทาง “สะแกงามคลินิกเวชกรรม” เจ้าหน้าที่จึงได้ขยายผลนำกำลังเข้าทำการตรวจค้นดังกล่าว

พ.ต.ท.กิตติเมศร์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ จากการตรวจสอบใบอนุญาตของคลินิกทั้ง 2 แห่ง พบว่า เป็นชื่อของ นพ.ดำเกิง บูรณินทุ เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินกิจการทั้ง 2 แห่ง และมีการเปิดให้บริการมานานนับ 10 ปี ซึ่งจากการสอบถามผู้ที่อยู่ภายในคลินิกให้การว่า นพ.ดำเกิง นั้น มีอายุมาก สุขภาพร่างกายไม่ค่อยดี จึงไม่ค่อยได้เข้ามาดูแลคลินิกทั้ง 2 แห่งในช่วงนี้ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่า นพ.ดำเกิง มีส่วนรู้เห็น หรือเกี่ยวข้องกับการลักลอบจำหน่ายยาสอดทำแท้งของกลางที่ตรวจยึดนี้หรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการแจ้งข้อกล่าวหา “ประกอบกิจการและดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาตและเป็นผู้ดำเนินการไม่ควบคุมและดูแลปล่อยให้บุคคลอื่นมิใช่เป็นผู้ประกอบวิชาชีพทำการประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาล ตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 และข้อหา ประกอบวิชาชีพเวชกรรม โดยไม่ได้จดทะเบียนและได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 แก่ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย

ด้าน นพ.ธงชัย กล่าวว่า ในส่วนของ นพ.ดำเกิง ซึ่งมีชื่อเป็นผู้ถือใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาลและเป็นหมอที่ตรวจคนไข้ของคลีนิกทั้ง 2 แห่งนั้น ทางเจ้าหน้าที่จะส่งเรื่องต่อให้กับทางแพทยสภา ทราบเรื่อง พร้อมกับพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่า มีส่วนเกี่ยวข้องหรือผิดจริงก็จะมีบทลงโทษตามมา ซึ่งโทษสูงสุดคือการสั่งเพิกถอนใบอนุญาตวิชาชีพและใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล