MGR Online - สาวกันยาว เหนือ “ซินแสโชกุน” พบนายทุนชาวฮ่องกง “เฮเลน-ชุติมณฑ์ ศรีเทพ” โผล่ให้การตำรวจ ปัดไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง จันทร์ 17 เม.ย.ขอหมายจับเพิ่ม 6 แม่ทีม ฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ค่าความเสียหายกว่า 50 ล้านบาท
วันนี้ (15 เม.ย.) ที่กองปราบปราม เมื่อเวลา 10.00 น. นายนิพนธ์ ม่วงมณี อายุ 59 ปี, น.ส.ธัญวลัย น้ำแก้ว อายุ 49 ปี, นายพลกฤต ตะกระจ่าง อายุ 49 ปี น.ส.ภัสจนันท์ ฟองเฟื่องฟ้า อายุ 62 ปี, นายศาทิตย์ งามประภาพร อายุ 56 ปี และ น.ส.สิริธนัตถ์ รติวสุธัญกุล อายุ 63 ปี รวม 6 คน กรรมการบริษัทเวลท์ เอฟเวอร์ จำกัด ที่มี น.ส.พสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือ น.ส.ศรัณย์พัชร์ กิติขจรพัชร์ หรือ “ซินแสโชกุน” เป็นกรรมการบริหาร ตั้งอยู่เลขที่ 88/6 หมู่ 9 ต.หนองยาว อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ป.เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังพบว่าทั้ง 6 คนมีชื่อเป็นกรรมการบริษัทดังกล่าวด้วย
โดยทาง พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.ส.4 พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์ พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป. และ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ เสนาธิการผู้บังคับบัญชาฝ่ายกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ร่วมสอบปากคำทั้งหมดด้วยตนเองที่ห้องประชุมชิวปรีชา
โดย น.ส.ธัญวลัย หนึ่งในกรรมการบริษัท เวลท์ เอเวอร์ จำกัด กล่าวว่า ได้นำเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง มามอบให้พนักงานสอบสวนเพื่อชี้แจงกรณีที่เกิดขึ้น เนื่องจากตนก็ได้รับการชักชวนจาก “ซินแสโชกุน” ให้สมัครสมาชิกกับบริษัทแห่งนี้เพื่อซื้ออาหารเสริม ตนนับเป็นสมาชิกรุ่นแรกเมื่อประมาณ 3 เดือนก่อน ต่อมาจึงถูกชวนให้ร่วมเป็นกรรมการบริษัทเพื่อบริหารงานเมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมาเป็นการเชิญด้วยปากเปล่า ไม่มีเอกสารแต่งตั้งเป็นทางการ ไม่ได้นำเงินมาลงทุน และยังไม่เคยได้รับผลตอบแทนในส่วนของการเป็นกรรมการแต่อย่างใด แต่ยอมรับว่าครั้งแรกที่ซินแสโชกุนมาชวนนั้นระบุว่าจะมีผลตอบแทนปันผลให้ในอนาคตหากว่าบริษัทมีกำไร ทั้งนี้ ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีการประชุมผู้บริหารบริษัท และไม่เคยมีการเรียกพนักงานหรือแม่ข่ายคนใดเข้าอบรมแนะนำสินค้าเหมือนธุรกิจขายตรงอื่นๆ แต่อย่างใด
น.ส.ธัญวลัยกล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 7-9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาได้ร่วมเดินทางไปท่องเที่ยวที่ฮ่องกง ก่อนที่วันที่ 17-20 กุมภาพันธ์จะได้ไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น เพราะสั่งซื้อสินค้าและสะสมคะแนนครบตามยอดที่ทางบริษัทกำหนดไว้ คือ 8,830 บาท ซึ่งการเที่ยวตลอดทริปไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีกเลย ถือเป็นราคาที่ถูกมาก โดยซินแสโชกุนอ้างว่าการไปเที่ยวดังกล่าวนั้นเป็นโปรโมชัน และเงินส่วนต่างที่เหลือนั้นได้มาจากงบด้านการโฆษณามาใช้ดูแลตลอดทริป อย่างไรก็ตาม เมื่อเดินทางไปท่องเที่ยวแล้วทุกคนจะต้องถ่ายภาพคู่กับสินค้าเพื่อใช้ในการโปรโมตบริษัทต่อไปโดยไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแต่อย่างใด
น.ส.ธัญวลัยกล่าวด้วยว่า ขอยืนยันว่าซินแสโชกุนไม่ได้บังคับให้ต้องหาสมาชิกหรือเครือข่ายต่ออีก และไม่ได้มีการจัดอบรมโฆษณาถึงเรื่องสรรพคุณของสินค้าบริษัท มีเพียงการชักชวนกันแบบปากต่อปาก หากมีสมาชิกเพิ่มเข้ามาก็จะได้รับค่าคอมมิชชันเช่นเดียวกับบริษัทอื่นๆ และตนเองก็ถือว่าเป็นผู้เสียหายด้วยเช่นกันเพราะถูกลอยแพที่สนามบินสุวรรณภูมิ
ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาใดๆ ต่อกรรมการบริษัทดังกล่าวทั้ง 6 ราย โดยเป็นเพียงการสอบปากคำในฐานะพยาน เนื่องจากขณะนี้ยังต้องมีการสอบสวนเพื่อแสวงหาข้อมูลและข้อเท็จจริงในประเด็นต่างๆ เพื่อใช้ประกอบสำนวนคดี และเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีต่อซินแสโชกุน โดยจากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าทั้งหมดมีการสมัครสมาชิกกับบริษัทเพื่อซื้อสินค้าอาหารเสริม แต่มีเพียง 1 คนที่ได้รับสินค้าครบจำนวน ดังนั้นจึงเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงอยู่แล้ว ส่วนการพิจารณาดำเนินคดีต่อซินแสโชกุนในข้อหาหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 รวมทั้งข้อหาอื่นๆ นั้นยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ รวมถึงการขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้เพิ่มเติมด้วย
พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวต่อว่า สำหรับผู้เสียหายในคดีนี้มีการเข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ บก.ป.รวมแล้วกว่า 200 คน รวมมูลค่าเสียหายกว่า 2 ล้านบาท โดยเชื่อว่าทั่วประเทศน่าจะมีผู้เสียหายรวมกว่า 1,000 คน ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล อย่างไรก็ตาม ทางผู้เสียหายสามารถเข้าแจ้งความได้ที่สถานีตำรวจทั่วประเทศ เพราะสำนวนจะนำมารวมกันอีกครั้งที่กองปราบปราม และหากสถานีตำรวจใดไม่รับแจ้งความจะถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ให้แจ้งมาที่ตนได้ทันที
ด้าน พล.ต.ต.สุทินกล่าวว่า จากพฤติการณ์เบื้องต้นของซินแสโชกุนนั้นยังไม่เข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ส่วนการดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกงประชาชนนั้นขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ให้แน่นหนา และยังคงมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อเนื่อง
ส่วน พ.อ.บุรินทร์กล่าวว่า วันที่ 17 เมษายนนี้ ทางพนักงานสอบสวนจะไปขออำนาจศาล เพื่อออกหมายจับบุคคล อีก 8 คน ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่มณฑลทหารบก ที่ 11 (มทบ.11) ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ซึ่งวันที่ 18 เมษายน ทหารจะนำตัวทั้ง 8 คนส่งมอบให้พนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งข้อหาก่อนนำฝากขังศาลอาญาต่อไป จากการประเมินความเสียหายเบื้องต้นพบว่ามีประมาณ 50 ล้านบาท
รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เฮเลน-ชุติมณฑ์ ศรีเทพ ที่ถูกนำภาพไปปรากฏบนใบโฆษณาทริปไปเที่ยวโอซากา ประเทศญี่ปุ่น ของบริษัท เวลท์ เอเวอร์ จำกัด นั้นได้เข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราบเพื่อให้ข้อมูลและยืนยันความบริสุทธิ์ว่าไม่ได้ร่วมฉ้อโกง หรือมีส่วนรู้เห็นกับการกระทำความผิดกับซินแสโชกุนแต่อย่างใด ทั้งนี้ยังให้ข้อมูลว่าเมื่อครั้งเดินทางไปเที่ยวทริปฮ่องกงกับซินแสโชกุนนั้นมีโอกาสได้พบกับหญิงสาวชาวฮ่องกงรายหนึ่งที่เป็นหัวหน้าซินแสโชกุน สอดคล้องกับก่อนหน้านี้ที่ซินแสโชกุนเคยให้ข้อมูลต่อตำรวจและสื่อมวลชนว่ามีนายทุนเป็นชาวฮ่องกงที่จะคอยจัดการเรื่องจองตั๋วเครื่องบิน และจัดที่พักให้ในทุกทริปที่ต้องเดินทางไป
ขณะที่นายนิติศักดิ์ มีขวด ทนายความของซินแสโชกุนเปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่ได้เข้าเยี่ยมซินแสโชกุนที่ทัณฑสถานหญิงกลาง เนื่องจากติดวันหยุดช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเตรียมเข้าเยี่ยมในช่วงเช้าวันที่ 18 เมษายนนี้ซึ่งเป็นวันเปิดทำการตามปกติเป็นวันแรก เพื่อพูดคุยถึงความชัดเจนและแนวทางในการต่อสู้คดี รวมถึงการจัดเตรียมหลักทรัพย์ที่จะใช้ในการยื่นขอปล่อยชั่วคราว เนื่องจากหลักทรัพย์ที่มีอยู่ไม่สามารถนำมาใช้ได้ ส่วนกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่มณฑลทหารบก ที่ 11 (มทบ.11) ซึ่งเป็นญาติและบุคคลใกล้ชิดของซินแสโชกุนนั้น มีกลุ่มญาติบางส่วนพยายามติดต่อขอเข้าเยี่ยม แต่ยังไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากอยู่ในการควบคุมตามคำสั่ง คสช.


