xs
xsm
sm
md
lg

ตร.ถกแก้ปัญหาแก๊งปล่อยกู้ดอกเบี้ยโหด บช.ภ.1-2 ครองแชมป์ จ่อขอหมายจับกว่า 1 พันราย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


 
MGR Online - รอง ผบ.ตร. ถกแก้หนี้นอกระบบ พบ บช.ภ.1 - 2 กระทำความผิดมากที่สุด บางพื้นที่มีเงินหมุนเวียนกว่าร้อยล้านบาท เบื้องต้นมีผู้กระทำความผิดกว่า 1 พันราย เก็บดอกเบี้ยสูงสุดร้อยละ 20 ต่อวัน สั่งรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับ

วันนี้ (4 เม.ย.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อเวลา 16.00 น. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบงานป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม เป็นประธานการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ (Video Conference) ร่วมกับตัวแทนจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 - 9 ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมเพื่อติดตามการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ หลังจากเมื่อวันที่ 2 เมษายน ที่ผ่านมา มีการระดมกำลังกวาดล้างไปแล้วหลายพื้นที่ และจากนี้จะมีการขยายผลเพื่อให้ไปถึงเจ้าหนี้ที่ปล่อยดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด พร้อมกับสั่งให้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน เอกสารต่างๆ เพื่อทำการออกหมายจับ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมีข้อมูลแล้ว สำหรับผลการเข้าตรวจค้นเมื่อวันที่ 2 เมษายน ที่ผ่านมา ปรากฏว่า บช.ภ.1 และ บช.ภ.2 พบการกระทำความผิดมากกว่าภาคอื่นๆ ซึ่งวันนี้จะได้มีการคุยในรายละเอียด การดำเนินการต้องเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย ทั้งนี้ หากพบการกระทำความผิดซึ่งหน้า ตำรวจสามารถจับกุมได้ทันที แต่กรณีนี้ไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้า ตำรวจจะต้องทำการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขอศาลอนุมัติออกหมายจับ ส่วนรายชื่อผู้กระทำความผิด เบื้องต้นประมาณ 1,000 ราย ทั่วประเทศ เก็บอัตราดอกเบี้ยสูงสุดร้อยละ 20 ต่อวัน ส่วนใหญ่จะเป็นลูกหนี้รายย่อยกู้ประมาณ 20,000 - 30,000 บาทต่อคน นอกจากนี้ยังพบบางพื้นที่มีเงินหมุนเวียนกว่าร้อยล้านบาท

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวต่อว่า ส่วนรูปแบบในอดีตเป็นการกู้ปกติทั่วไป มีการเซ็นชื่อแต่ไม่มีที่อยู่ เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ แต่เจ้าหนี้จะรู้ว่าจะต้องไปตามได้ที่ไหน แต่ปัจจุบันรูปแบบเปลี่ยนแปลงไป เช่น ให้มีการซื้อทองคำ ซื้อรถจักรยานยนต์ ในราคาที่เกินกว่าทรัพย์สินนั้นๆ เช่น ทองคำบาทละ 20,000 ก็ให้ผ่อนเป็นบาทละ 30,000 ส่วนใหญ่ลูกค้าก็จะเป็นพ่อค้าแม่ค้า ซึ่งกรณีนี้ก็ถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ. เงินกู้เหมือนกัน ส่วนการกู้ยืมระบบเช็คยังไม่พบ